กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้การนำของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดีอี เดินหน้ายกระดับมาตรการความปลอดภัยทางการเงินอย่างเข้มข้นเพื่อกวาดล้างขบวนการสแกมเมอร์ที่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 12/2568 และคณะอนุกรรมการฯ ครั้งที่ 4/2568 ได้มีการเคาะมาตรการสำคัญที่จะพลิกโฉมการทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking ในประเทศไทย ซึ่งมาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การระบุตำแหน่งสถานที่ หรือ Location ของผู้ใช้งานในขณะทำธุรกรรมโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันของทุกธนาคาร เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการยับยั้งการโอนเงินไปยังบัญชีม้าและกลุ่มมิจฉาชีพ
ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันเชิงรุกมากกว่าการตามแก้ปัญหาภายหลัง โดยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดีอี ได้เร่งรัดให้ทุกสถาบันการเงิน รวมถึงผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล ดำเนินการติดตั้งระบบระบุพิกัดในการทำธุรกรรมโอนเงินให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่กำหนด สำหรับธนาคารที่มีความพร้อมทางเทคโนโลยีอยู่แล้วสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ ส่วนธนาคารหรือผู้ให้บริการรายใดที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ จะต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือนต่อจากนี้ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบการเงินของไทย
นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวยังมุ่งเน้นไปที่การบูรณาการข้อมูลผ่านศูนย์กลางเพื่อควบคุมบัญชีม้านิติบุคคล ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่มิจฉาชีพมักใช้ในการฟอกเงินและยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินออกนอกประเทศ การบังคับใช้มาตรการระบุพิกัด Location นี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและตรวจสอบเส้นทางการเงินได้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยหากพบพิกัดการทำธุรกรรมที่ผิดปกติหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง ระบบจะสามารถแจ้งเตือนและสกัดกั้นความเสียหายได้ทันท่วงที ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการทางการเงินดิจิทัลในวงกว้าง และเป็นการตัดวงจรอาชญากรรมไซเบอร์อย่างเด็ดขาดตามนโยบายของกระทรวงดีอี
คุมเข้มซิมการ์ดและสัญญาณชายแดน ตัดรากเหง้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ในส่วนของมาตรการด้านโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ให้บริการเครือข่าย หรือ โอเปอเรเตอร์ ที่ปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการควบคุมการลงทะเบียนซิมและเสาสัญญาณ โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อเปรียบเทียบปรับรายวันกับโอเปอเรเตอร์ที่เพิกเฉยต่อระเบียบ มาตรการนี้รวมถึงการตรวจสอบระบบการลงทะเบียนตัวตน (KYC) ตามตู้จำหน่ายซิมรายย่อยทั่วประเทศ หากพบว่าตู้ใดไม่มีระบบที่ได้มาตรฐานตามที่ กสทช. กำหนด จะถูกสั่งห้ามจำหน่ายหรือลงทะเบียนซิมโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการนำซิมไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย
อีกหนึ่งมาตรการเชิงรุกที่น่าสนใจคือการจัดการระบบโรมมิ่งซิมการ์ด ซึ่งที่ประชุมมีมติให้โอเปอเรเตอร์ตั้งค่าปิดการใช้งานโรมมิ่งเป็นแบบอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการนำซิมไทยไปใช้ในเขตประเทศเพื่อนบ้านเพื่อโทรกลับมาหลอกลวงคนไทย หากผู้ใช้บริการมีความจำเป็นต้องใช้งานโรมมิ่งจริงๆ จะต้องดำเนินการแจ้งความประสงค์เพื่อขอเปิดใช้งานด้วยตนเองเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อบูรณาการข้อมูลและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงความเสี่ยงของการใช้ซิมที่ไม่ได้ลงทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สำหรับการแก้ปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ล้ำข้ามแนวชายแดน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่เอื้อให้กลุ่มสแกมเมอร์ตั้งฐานปฏิบัติการใกล้ตะเข็บชายแดนไทยได้นั้น ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดหนองคายได้รับรายงานว่าไม่พบสัญญาณล้ำชายแดนแล้ว อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่อื่นๆ ที่ยังมีความจำเป็นด้านความมั่นคงและการกระจายสัญญาณให้ประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด มีการกำหนดให้มีการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ระมัดระวังการพยายามสแกมของมิจฉาชีพ เนื่องจากยังมีสัญญาณบางส่วนที่ล้ำเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้าน แม้จะมีการประเมินว่าผลกระทบในภาพรวมจะไม่รุนแรงมากนักก็ตาม
ยกระดับคดี VCC เป็นคดีพิเศษ พร้อมสรุปผลสอบ Huione Group มกราคมหน้า
ความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องกับ Huione Group และกรณีการสแกนม่านตาที่เชื่อมโยงกับกองทุน VCC กำลังก้าวสู่จุดสำคัญเมื่อคดีดังกล่าวได้รับการพิจารณาให้เป็นคดีพิเศษโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ (DSI) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทาง กระทรวงดีอี ได้มีการส่งหนังสืออย่างเป็นทางการเพื่อขอความร่วมมือและข้อมูลการดำเนินงานจากหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภายใต้สังกัดกระทรวงดีอีเองและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนที่สุดในการดำเนินคดีกับกลุ่มที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดปกติที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัลของประชาชน
กระบวนการตรวจสอบภายในมีการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบผ่านคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วน ประกอบด้วยตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและครอบคลุมทุกมิติของกฎหมาย การทำงานร่วมกันของหน่วยงานระดับชาตินี้สะท้อนให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลในการจัดการกับอาชญากรรมเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนและมีเครือข่ายเชื่อมโยงทั้งในและต่างประเทศ
สำหรับกำหนดการสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด คาดว่าจะสามารถชี้แจงบทสรุปและรายละเอียดของคดีได้ในช่วงกลางเดือนมกราคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานภายใต้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ทำงานอย่างเต็มกำลัง โดยย้ำว่าทุกภาคส่วนต่างให้ความสำคัญสูงสุดกับการกำจัดกลุ่มสแกมเมอร์ และมุ่งมั่นที่จะหาทางออกที่ยั่งยืนเพื่อปกป้องทรัพย์สินของประชาชนและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศชาติให้มั่นคงสืบไป
#กระทรวงดีอี #ไชยชนกชิดชอบ #แอปธนาคาร #โอนเงินระบุพิกัด #กวาดล้างบัญชีม้า #สแกมเมอร์ #ความปลอดภัยไซเบอร์ #TheReporterAsia

