มูลนิธิเคเอฟซี ประเทศไทย จับมือกรุงเทพมหานคร และมูลนิธิ SOS ยกระดับโครงการ “KFC Harvest” เปลี่ยนไก่ส่วนเกินคุณภาพดีสู่มื้ออาหารสุดพิเศษแก่ชุมชนบ่อนไก่ ตอกย้ำกลยุทธ์ความยั่งยืนที่สร้างผลลัพธ์จริงทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม พร้อมโชว์สถิติ 6 ปี ลดคาร์บอนได้กว่า 250 ตัน กระจายความอิ่มครอบคลุม 17 จังหวัดทั่วประเทศ
วิกฤตการณ์ขยะอาหาร (Food Waste) ถือเป็นโจทย์ใหญ่ระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล ทว่าในมุมมองของภาคธุรกิจอาหารยักษ์ใหญ่อย่าง เคเอฟซี ประเทศไทย ปัญหานี้กลับถูกเปลี่ยนให้เป็นโอกาสแห่งการแบ่งปันผ่านโครงการ “KFC Harvest” ซึ่งล่าสุดมูลนิธิเคเอฟซี ประเทศไทย ได้ประกาศความสำเร็จในการดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 6 ด้วยการผนึกกำลังครั้งสำคัญกับกรุงเทพมหานคร (BMA) และมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ SOS ประเทศไทย เพื่อส่งต่อความสุขท้ายปีภายใต้คอนเซปต์ “ส่งต่อความอิ่ม ไม่ทิ้งให้ใครต้องหิว” ซึ่งเป็นโมเดลที่สะท้อนถึงการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
การดำเนินงานในปีนี้มีความพิเศษจากการได้รับแรงสนับสนุนจากทีม “เคเอฟซี เชฟอาสา” พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายจิตอาสาที่ลงพื้นที่ร่วมกันปรุงมื้ออาหารคุณภาพให้กับกว่า 300 ครัวเรือน ในชุมชนเคหะชุมชนบ่อนไก่ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน หัวใจสำคัญของภารกิจนี้คือการนำ “ไก่น้อง” หรือไก่ทอดคุณภาพดีที่เพียงแค่หมดระยะเวลาจำหน่ายตามมาตรฐานของร้าน แต่ยังคงความปลอดภัยและโภชนาการครบถ้วน มาผ่านกระบวนการคัดแยก บรรจุ และจัดเก็บตามมาตรฐานสุขอนามัยระดับสากล ก่อนจะถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ที่เอร็ดอร่อยและปลอดภัยสำหรับคนในชุมชน
ความมุ่งมั่นของเคเอฟซีไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การทำซีเอสอาร์เป็นครั้งคราว แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศการจัดการอาหารส่วนเกินที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยนางสาวภัทรา ภัทรสุวรรณ หัวหน้าฝ่ายบริหารแบรนด์ เคเอฟซี ประเทศไทย ระบุว่าเป้าหมายหลักคือการทำให้ “อาหาร” เป็นโอกาสในการเติมเต็มชีวิตประจำวันของผู้คน การเปลี่ยนไก่ทอดที่อาจถูกทิ้งให้กลายเป็นมื้ออาหารที่มีคุณค่า ไม่เพียงแต่ช่วยลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากขยะอาหาร แต่ยังช่วยสร้างรอยยิ้มและความหวังให้กับผู้ที่เผชิญความยากลำบาก เป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์ในการดูแลทั้งผู้คนและโลกไปพร้อมกันอย่างเป็นรูปธรรม
กางสถิติ 6 ปีแห่งความสำเร็จ ลดขยะอาหาร 100 ตัน สู่โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน
หากมองในเชิงตัวเลขที่สะท้อนถึงผลสำเร็จตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา โครงการ KFC Harvest ได้สร้างแรงกระเพื่อมที่น่าสนใจให้กับสังคมไทยอย่างยิ่ง โดยมียอดการส่งต่อมื้ออาหารคุณภาพดีไปแล้วมากกว่า 4 แสนมื้อ ความสำเร็จนี้เกิดจากการบริหารจัดการที่แม่นยำและการประสานงานร่วมกับอาสาสมัครท้องถิ่นกว่า 200 คน เพื่อกระจายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมถึง 17 จังหวัดทั่วประเทศไทย ข้อมูลเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่าความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาคสังคมสามารถแก้ไขปัญหาการเข้าถึงอาหารอย่างเท่าเทียมได้จริงบนสเกลระดับประเทศ
นอกจากผลประโยชน์ด้านการกุศลแล้ว โครงการนี้ยังมีนัยสำคัญต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยสามารถนำอาหารส่วนเกินกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่า 100 ตัน การลดปริมาณอาหารที่จะกลายเป็นขยะนี้ส่งผลโดยตรงต่อการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 250 ตัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบขององค์กรต่อวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป็นต้นแบบให้ภาคธุรกิจอาหารรายอื่นเห็นว่าการจัดการ Food Waste อย่างเป็นระบบมีมูลค่าทางสิ่งแวดล้อมที่วัดผลได้ชัดเจน
ในกระบวนการส่งต่อนั้น มูลนิธิ SOS ประเทศไทย มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นโซ่ข้อกลางที่แข็งแกร่ง โดย นายณัฐพล เกษมราษฎร์ จาก SOS Thailand เผยว่า “ไก่น้อง” ทุกชิ้นจะถูกบรรจุในระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิที่ได้มาตรฐาน เพื่อรักษาคุณภาพจนถึงมือครัวชุมชน กระบวนการนี้ช่วยเปลี่ยนวันที่ยากลำบากของใครหลายคนให้กลายเป็นวันที่เต็มไปด้วยพละกำลัง ความต่อเนื่องของโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การให้อาหาร แต่คือการสร้างระบบจัดการอาหารคุณภาพดีที่หลงเหลือจากกระบวนการผลิต ให้ถูกส่งต่อไปยังผู้ที่ต้องการมากที่สุดอย่างมีประสิทธิภาพและถูกสุขลักษณะ

กทม. รุกนโยบายความยั่งยืน หนุนเอกชนจัดการอาหารส่วนเกินครบวงจร
บทบาทของภาครัฐอย่างกรุงเทพมหานครถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้โครงการ “ไม่ทิ้งให้ใครต้องหิว” เดินหน้าได้อย่างเต็มกำลัง โดยคุณพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บริหารด้านความยั่งยืน ได้ร่วมลงพื้นที่สัมผัสกระบวนการทำงานจริงในชุมชนบ่อนไก่ด้วยตนเอง การเข้ามาสนับสนุนของ กทม. ในครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของภาครัฐในการเปิดพื้นที่และอำนวยความสะดวกให้เกิดระบบจัดการอาหารที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจัดการขยะและการดูแลสวัสดิการสังคมของเมือง
การที่ กทม. ร่วมเป็นพันธมิตรในภารกิจนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายอาหารไปยังจุดที่ต้องการจริงๆ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้ประกอบการรายอื่นๆ ในกรุงเทพฯ ให้หันมาให้ความสำคัญกับการจัดการอาหารส่วนเกิน โมเดลความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิเคเอฟซี, SOS Thailand และ กทม. จึงเปรียบเสมือนภาพจำลองของความสำเร็จที่เกิดจากการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนโจทย์ขยะอาหารที่เคยเป็นภาระของเมือง ให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าและสามารถจรรโลงสังคมได้อย่างแท้จริง
ในก้าวต่อไป เคเอฟซียังคงมุ่งมั่นที่จะขยายเครือข่ายโครงการ KFC Harvest ให้กว้างขวางขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้มื้ออาหารที่อร่อยและปลอดภัยเดินทางไปถึงมือผู้คนในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ปัจจุบันเคเอฟซีมีสาขากว่า 1,100 แห่งทั่วประเทศ ภายใต้การบริหารของ ยัม เรสเทอรองตส์ และแฟรนไชส์ซี่รายใหญ่ทั้ง CRG, RD และ QSA ซึ่งศักยภาพของเครือข่ายที่ครอบคลุมนี้เองที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการทำให้ภารกิจการลดขยะอาหารและสร้างความอิ่มท้องกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทยอย่างยั่งยืน
#KFC #KFCHarvest #มูลนิธิเคเอฟซี #FoodWaste #ความยั่งยืน #กทม #SOSThailand #ลดขยะอาหาร #CSR #เศรษฐกิจหมุนเวียน #ไก่น้อง

