ในห้วงเวลาที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้พิสูจน์ความเป็นผู้นำที่ครองใจคนไทยได้อย่างเหนียวแน่น โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ทางบริษัทได้ออกมาขอบคุณความเชื่อมั่นของพี่น้องชาวไทยที่ยังคงเลือกใช้บริการอย่างต่อเนื่องเสมอมา ข้อมูลจากผลการสำรวจล่าสุดระบุว่าคะแนนความเชื่อมั่นในแบรนด์ไปรษณีย์ไทยประจำปี 2568 พุ่งสูงขึ้นถึง 97.92% ซึ่งถือเป็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญด้วยตัวเลขที่เพิ่มขึ้นกว่า 6% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพการบริการ แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทขององค์กรที่ได้รับความไว้วางใจและอยู่เคียงคู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนานจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนในชาติอย่างแท้จริง
ความเชื่อมั่นที่เพิ่มสูงขึ้นนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งถือเป็นช่วง “พีคซีซัน” ที่มีปริมาณพัสดุและชิ้นงานพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ทาง ไปรษณีย์ไทย ได้คาดการณ์ถึงความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้นนี้ และพร้อมที่จะตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ที่อยู่เคียงข้างทุกภาคส่วนในทุกช่วงเวลาสำคัญ ด้วยการเร่งเสริมประสิทธิภาพการขนส่งในช่วงปลายปีให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความต้องการทั้งการส่งพัสดุภายในประเทศและการส่งออกไปยังต่างประเทศที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อส่งมอบความสุขและโอกาสให้แก่คนไทยในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง โดยไปรษณีย์ไทยมุ่งหวังที่จะใช้เครือข่ายที่ครอบคลุมของตนเป็นสะพานเชื่อมโยงความรู้สึกและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ทุกการส่ง การที่คะแนนความเชื่อมั่นเติบโตขึ้นอย่างโดดเด่นท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้องค์กรต้องเร่งพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการให้บริการให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เพื่อให้มั่นใจว่าทุกความไว้วางใจที่ได้รับมานั้นจะได้รับการตอบแทนด้วยบริการที่ดีที่สุดและเข้าถึงความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างแท้จริงในทุกมิติของชีวิต
ทะยานสู่จุดสูงสุด: เจาะลึกดัชนีความเชื่อมั่นที่สะเทือนวงการขนส่งไทย
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสำเร็จตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา โดยชี้ให้เห็นว่าไปรษณีย์ไทยมีการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในทุกมิติเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567 ตัวเลขที่โดดเด่นที่สุดคือคะแนนความเชื่อมั่นที่สูงถึง 97.92% ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 6% จากปีก่อนหน้า นอกจากนี้ยังมีคะแนนความไว้วางใจที่พุ่งสูงถึง 98.26% เพิ่มขึ้นจากเดิม 2.15% และคะแนนภาพลักษณ์องค์กรที่อยู่ที่ 95.76% ซึ่งสูงขึ้นถึง 4.25% ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่เป็นเครื่องสะท้อนถึงศักยภาพการบริหารงานที่สามารถครองใจผู้ใช้บริการหลากหลายกลุ่มได้อย่างมั่นคงในฐานะอันดับหนึ่งของวงการโลจิสติกส์ไทย
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไปรษณีย์ไทยได้รับความไว้วางใจสูงขนาดนี้ มาจากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ “Parcel Defined Logistics” ซึ่งเป็นการออกแบบระบบขนส่งให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับพัสดุทุกประเภทอย่างเฉพาะเจาะจง กลยุทธ์นี้ช่วยยกระดับการให้บริการไปสู่อีกขั้นด้วยการมุ่งเน้นที่คุณภาพการบริการ ระบบงานที่มีประสิทธิภาพ และการขยายตัวเข้าสู่ธุรกิจบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ยิ่งไปกว่านั้น ไปรษณีย์ไทยยังให้ความสำคัญกับการยกระดับการสื่อสารและการสร้างการรับรู้เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อบทบาทหน้าที่ขององค์กรผ่านแคมเปญต่างๆ ที่สร้างสรรค์และเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้บริโภคในทุกระดับ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพคือการเดินหน้าส่งต่อแคมเปญ “พัสดุใจ” ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นมากกว่าแค่การส่งสิ่งของ แต่เป็นการส่งต่อความห่วงใยและเชื่อมโยงความรู้สึกระหว่างผู้ส่งและผู้รับ แคมเปญนี้เน้นย้ำถึงความหมายที่ดีและคุณค่าที่ทางไปรษณีย์ไทยมุ่งมั่นจะส่งมอบให้ถึงมือคนสำคัญในทุกโอกาส การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการขนส่งที่ทันสมัยเข้ากับความใส่ใจในระดับจิตวิญญาณบริการเช่นนี้เอง ที่ทำให้ภาพลักษณ์ของไปรษณีย์ไทยมีความโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด จนนำไปสู่คะแนนความเชื่อมั่นที่พุ่งสูงเกือบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ในที่สุด

ยุทธศาสตร์รับมืออีคอมเมิร์ซ: จากส่งด่วน EMS สู่การบุกตลาดเพื่อนบ้าน
เมื่อวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่จะขับเคลื่อนปริมาณชิ้นงานในช่วงปลายปี ดร.ดนันท์ เชื่อมั่นว่าการขยายตัวของตลาดอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) จะเป็นแรงส่งสำคัญอย่างยิ่ง พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปนิยมเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นในทุกเทศกาลส่งผลโดยตรงต่อความต้องการใช้บริการขนส่งที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าภาคธุรกิจที่ปัจจุบันให้ความมั่นใจเลือกใช้บริการส่งด่วนพิเศษ EMS ของไปรษณีย์ไทยเป็นหลัก รวมถึงบริการเก็บเงินปลายทาง หรือ COD ที่มีการพัฒนาให้ตอบโจทย์พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มากขึ้น จนล่าสุดได้มีการขยายบริการ COD ไปสู่การส่งพัสดุไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อรองรับการเติบโตของการค้าชายแดนและการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ
นอกเหนือจากบริการมาตรฐานแล้ว ไปรษณีย์ไทยยังได้รุกเข้าสู่บริการส่งของเฉพาะทางเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของคนไทย เช่น บริการทราเวลไลท์ (Travel Lite) และทราเวลไลท์ เวิลด์ (Travel Lite World) บริการเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการรับฝากและส่งกระเป๋าเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางทั้งในและต่างประเทศ สำหรับสินค้าขนาดใหญ่หรือมีรูปทรงพิเศษ ไปรษณีย์ไทยก็ได้นำเสนอบริการ EMS Jumbo ที่เข้ามาทลายข้อจำกัดในการจัดส่งสินค้าขนาดจัมโบ้ที่มีน้ำหนักมาก ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่หาได้ยากในผู้ให้บริการรายอื่น ทำให้การส่งของทุกประเภทกลายเป็นเรื่องง่ายและมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
การสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวนั้น ไปรษณีย์ไทยไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การเพิ่มบริการใหม่ๆ แต่ยังรวมถึงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่พร้อมรองรับทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มรับฝากจนถึงสิ้นสุดการนำจ่าย มีการนำโซลูชันความสะดวกสบายมามอบให้กับผู้ใช้บริการอย่างเต็มรูปแบบ เช่น ระบบการติดตามสถานะพัสดุที่แม่นยำ และบริการเรียกรับสิ่งของถึงหน้าบ้านหรือ Pick up Service ที่ช่วยประหยัดเวลาให้กับผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ยังมีเครือข่าย “เพื่อนพี่ไปรฯ” ที่กระจายตัวอยู่ทุกซอกทุกมุมของประเทศ ทำให้บริการของไปรษณีย์ไทยเข้าถึงง่าย สะดวก และอยู่ใกล้บ้านของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเพียงใดก็ตาม
เจาะลึกขุมพลังเทคโนโลยี: ระบบคัดแยกอัจฉริยะและกองทัพ ‘พี่ไปรฯ’ 25,000 นาย
ความแข็งแกร่งในเชิงปฏิบัติการของไปรษณีย์ไทยในช่วงพีคซีซันนี้ มีรากฐานมาจากโครงสร้างพื้นฐานที่ทรงพลังอย่างศูนย์ไปรษณีย์ทั้ง 19 แห่งที่กระจายตัวอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของไทย หัวใจสำคัญอยู่ที่การนำเทคโนโลยีเครื่องคัดแยกพัสดุ หรือ Cross Belt Sorter ที่มีประสิทธิภาพสูงเข้ามาใช้งาน ซึ่งเครื่องมือนี้มีความสามารถในการคัดแยกพัสดุได้รวดเร็วถึง 240,000 ชิ้นต่อวัน ความเร็วระดับนี้ช่วยลดขั้นตอนการทำงานและเพิ่มความแม่นยำในการกระจายพัสดุไปยังจุดหมายปลายทาง ทำให้การเตรียมนำจ่ายพัสดุในทุกพื้นที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องตลอด 365 วันโดยไม่มีวันหยุด
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่ทันสมัยจะต้องทำงานควบคู่ไปกับทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ซึ่งไปรษณีย์ไทยมีกองทัพ “พี่ไปรฯ” กว่า 25,000 คนทั่วประเทศที่เป็นกลไกสำคัญในการเข้าถึงหน้าประตูบ้านของผู้ใช้บริการ เครือข่ายบุคลากรที่กว้างขวางและมีความเชี่ยวชาญในพื้นที่นี้ถือเป็นสินทรัพย์ที่ล้ำค่าที่สุดขององค์กร เพราะนอกจากจะทำหน้าที่นำจ่ายสิ่งของแล้ว ยังเป็นเสมือนตัวแทนของความเชื่อมั่นที่เชื่อมโยงระหว่างไปรษณีย์ไทยและชุมชน การทำงานอย่างหนักของทีมงานทุกคนในช่วงเวลาที่มีปริมาณงานสูงเป็นสิ่งยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานการบริการให้คงเส้นคงวาและสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าทุกคน
นอกเหนือจากเครื่องจักรและกำลังคน ไปรษณีย์ไทยยังมุ่งเน้นการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนภายใต้แนวคิด “Sustainovation” ผ่านการใช้ระบบดิจิทัลที่ทันสมัย มีการเปิดตัวบริการที่ล้ำยุค เช่น กล่องจดหมายดิจิทัล, บริการ Prompt Post และที่สำคัญที่สุดคือบริการ Digital Post ID (D/ID) ซึ่งเป็นมาตรฐานการยืนยันตัวตนทางดิจิทัลระดับประเทศที่จะช่วยลดขั้นตอนการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อนและเสริมสร้างความปลอดภัยในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ นวัตกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในช่วงปลายปี แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการยกระดับไปรษณีย์ไทยสู่การเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลเต็มรูปแบบในอนาคต
วิสัยทัศน์สู่ปี 2569: การส่งต่อความสำเร็จและเศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืน
เมื่อมองไปข้างหน้าสู่ปี 2569 ไปรษณีย์ไทยยังคงยืนหยัดในเจตนารมณ์ที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ได้เน้นย้ำถึงความพร้อมขององค์กรในการส่งต่อบริการที่มีคุณภาพและการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนไทยทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายไม่ใช่เพียงแค่การเป็นผู้รับส่งสิ่งของ แต่เป็นการส่งต่อความสำเร็จให้แก่ผู้ประกอบการ รายย่อย และประชาชนทั่วไป ผ่านศักยภาพด้านโลจิสติกส์ที่เหนือกว่า การที่ไปรษณีย์ไทยปรับตัวได้อย่างรวดเร็วท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทำให้องค์กรนี้พร้อมที่จะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
ความสำเร็จที่ได้รับคะแนนความเชื่อมั่นสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2568 นี้ จะถูกใช้เป็นฐานรากในการพัฒนาต่อยอดโครงการใหม่ๆ ที่ตอบสนองต่อเทรนด์โลก ไปรษณีย์ไทยมุ่งมั่นที่จะผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับความจริงใจในการให้บริการ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกบริการจะยังคงเข้าถึงง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุด ความมุ่งมั่นในการพัฒนา Sustainovation จะยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น เพื่อให้องค์กรสามารถเติบโตไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมและสังคมไทยได้อย่างลงตัว การเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้จนถึงอนาคตคือคำสัญญาที่ไปรษณีย์ไทยมีให้แก่ผู้ใช้บริการทุกคนที่มอบความไว้วางใจให้เสมอมา
สุดท้ายนี้ การก้าวเดินต่อไปของไปรษณีย์ไทยจะยังคงให้ความสำคัญกับเสียงสะท้อนของผู้ใช้บริการเป็นที่ตั้ง เพื่อนำมาปรับปรุงและสร้างสรรค์โซลูชันที่ดียิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวล่าสุด สามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เฟซบุ๊ก X ไลน์ออฟฟิเชียล และติ๊กต็อก ซึ่งพร้อมให้บริการข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ไปรษณีย์ไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวไปสู่ปี 2569 ด้วยความมั่นใจ เพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการโลจิสติกส์และเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างสง่างามในเวทีระดับสากล
#ไปรษณีย์ไทย, #ThailandPost, #ความเชื่อมั่น, #โลจิสติกส์, #พีคซีซัน, #DigitalPostID, #EMS, #COD, #Sustainovation, #เศรษฐกิจไทย

