บีวายดี (BYD) ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในการดำเนินงานตามมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ หรือ EV 3.0 ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยสามารถผลิตรถยนต์ชดเชยในประเทศได้ครอบคลุมตามสัดส่วนที่กำหนด พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ของประเทศไทยอย่างเต็มภาคภูมิด้วยยอดจดทะเบียนสูงสุดในปี 2568 ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำธุรกิจในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นฐานการผลิตระดับภูมิภาคที่พร้อมส่งออกนวัตกรรมฝีมือคนไทยไปสู่ตลาดสากลอย่างยั่งยืน
เส้นทางการดำเนินธุรกิจของ บีวายดี ในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในช่วงปี 2565 ถึง 2566 โดยมียอดรวมการนำเข้าอยู่ที่ 39,030 คัน ซึ่งภายใต้เงื่อนไขของมาตรการ EV 3.0 บริษัทฯ มีพันธกิจในการผลิตรถยนต์คืนจากโรงงานภายในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้าดังกล่าว และในวันนี้ บีวายดี ประเทศไทย ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพการผลิตด้วยการส่งมอบรถยนต์ออกจากสายการผลิตในประเทศรวมทั้งสิ้น 59,694 คัน ซึ่งเป็นการผลิตชดเชยในอัตรา 1.5 เท่าของยอดนำเข้าตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วนทุกประการ
กระบวนการผลิตรถยนต์ชดเชยจำนวนเกือบ 6 หมื่นคันนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกวางกลยุทธ์ให้ครอบคลุมถึงการส่งออกไปต่างประเทศรวม 8 ตลาดทั่วโลก โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เริ่มส่งออกรถยนต์ที่ผลิตในไทยไปยังโซนยุโรป อาเซียน และโอเชียเนีย เป็นจำนวนถึง 10,250 คัน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าโรงงานของ บีวายดี ในประเทศไทยไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ผลิตเพื่อรักษาสิทธิ์ตามมาตรการรัฐเท่านั้น แต่กำลังทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้กลายเป็นฐานการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ที่ได้รับความไว้วางใจในระดับนานาชาติ
การดำเนินงานที่สอดคล้องกับมาตรการ EV 3.0 นี้ ถือเป็นความสำเร็จร่วมกันระหว่าง บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่องจนเติบโตขึ้นสู่การเป็นอันดับ 1 ของวงการ การบรรลุเป้าหมายการผลิตชดเชยในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการยืนยันคำมั่นสัญญาที่บริษัทฯ มีต่อภาครัฐและประชาชนชาวไทย ในการร่วมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคงในอนาคต
ผู้นำเบอร์หนึ่งในทุกเซกเมนต์ด้วยยอดจดทะเบียนสูงสุด 9 ประเภท
ในปี 2568 ที่ผ่านมา บีวายดี ได้สร้างปรากฏการณ์ครองแชมป์ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮไฮบริด (PHEV) สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยครอบคลุมความเป็นผู้นำในตลาดถึง 9 ประเภทด้วยกัน ความสำเร็จนี้เริ่มต้นจากแบรนด์บีวายดีเองที่ครองตำแหน่งแบรนด์ที่มียอดรวมจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าสูงสุด และยังเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์ PHEV อีกด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีของบีวายดีทั้งในรูปแบบไฟฟ้า 100% และระบบ Super DM-i สามารถตอบโจทย์การใช้งานและความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างแท้จริง
เมื่อพิจารณารายรุ่นจะพบว่ารถยนต์ของบีวายดีสามารถกวาดรางวัลยอดจดทะเบียนสูงสุดในหลายกลุ่มตลาด ไม่ว่าจะเป็น BYD DOLPHIN ที่ครองอันดับ 1 ในกลุ่ม EV โดยรวม ขณะที่ BYD SEALION 6 ก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์ PHEV อย่างโดดเด่น สำหรับรถยนต์ในกลุ่มซีดาน BYD SEAL ก็ยังคงรักษาตำแหน่งยอดจดทะเบียนสูงสุดในกลุ่ม D-Segment ไว้ได้ นอกจากนี้ ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ BYD ATTO 3 และ BYD SEALION 7 ยังครองแชมป์ในกลุ่ม B-SUV และ C-SUV ตามลำดับ ซึ่งแสดงถึงความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ในทุกช่วงราคาและประเภทการใช้งาน
ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ยังขยายไปถึงกลุ่มรถยนต์สำหรับครอบครัวและรถระดับลักชัวรี่ โดย BYD M6 สามารถคว้าอันดับ 1 ในกลุ่ม MINI MPV ขณะที่แบรนด์ระดับพรีเมียมอย่าง DENZA ก็ส่งรุ่น D9 ขึ้นแท่นรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจดทะเบียนสูงสุดในกลุ่ม VAN MPV ได้สำเร็จ ข้อมูลสถิตินี้อ้างอิงจากยอดจดทะเบียนของกรมการขนส่งทางบกในปี 2568 ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ความนิยมและความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อเทคโนโลยี นวัตกรรม และการให้บริการหลังการขายของกลุ่มธุรกิจเรเว่และบีวายดีในประเทศไทยอย่างชัดเจนที่สุด
การลงทุนมหาศาลและการสร้างคุณค่า “Made in Thailand”
เบื้องหลังความสำเร็จของยอดการผลิตชดเชยและการครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 คือการลงทุนอย่างจริงจังในประเทศไทย โดยกลุ่มบริษัทฯ ได้ทุ่มเงินลงทุนไปแล้วรวมกว่า 35,925 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างและดำเนินงานโรงงานผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง โรงงานแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นโรงงานแห่งแรกของบีวายดีที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน แต่ยังมีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 150,000 คันต่อปี ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงพอจะรองรับทั้งการขายในประเทศและการส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้รถว่าจะมีอะไหล่และกระบวนการผลิตที่รองรับอย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือจากการลงทุนด้านเม็ดเงิน บีวายดียังให้ความสำคัญกับการสร้างงานและพัฒนาทักษะแรงงานในประเทศ โดยมีการจ้างงานรวมกว่า 6,100 อัตรา และที่น่าภาคภูมิใจคือพนักงานสัญชาติไทยมีสัดส่วนสูงถึง 92% ของพนักงานทั้งหมด การพัฒนาแรงงานไทยให้มีทักษะขั้นสูงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของนายหยู่ปิน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ต้องการให้ชาวโลกได้เห็นถึงคุณภาพการผลิตรถยนต์จากฝีมือแรงงานไทย ซึ่งเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมไทยในเวทีโลกไปในตัว
อีกหนึ่งความสำเร็จที่ยืนยันความเป็นเลือดไทยในรถยนต์บีวายดีคือ รถยนต์ที่ผลิตในไทยถึง 3 รุ่น ได้แก่ BYD DOLPHIN, BYD ATTO 3 และ BYD SEALION 6 DM-i ได้รับใบรับรอง “Made in Thailand” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศหรือ Local Content อยู่ในอัตรา 45-50% ปัจจุบันโรงงานในประเทศไทยดำเนินการผลิตรถยนต์รวม 4 รุ่น ครอบคลุมทั้งขุมพลัง EV และ PHEV ซึ่งรวมถึงน้องใหม่อย่าง BYD SEAL 5 DM-i ด้วย การมีสัดส่วนวัตถุดิบในประเทศที่สูงเช่นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุน แต่ยังช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว
วิสัยทัศน์ความยั่งยืนและการก้าวสู่มาตรการ EV 3.5
นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของผู้บริโภคชาวไทยที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความยั่งยืนผ่านการเลือกใช้ยานยนต์พลังงานใหม่ การเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่ออากาศที่สะอาดขึ้น แต่ยังเป็นการช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิตในไทยให้เติบโตจนเป็นผู้นำระดับภูมิภาค วิสัยทัศน์นี้ได้รับการสนับสนุนจากนายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ ที่ยืนยันว่ารถยนต์ที่ผลิตในไทยมีคุณภาพตามมาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับจากตลาดต่างประเทศอย่างกว้างขวาง
ก้าวต่อไปที่สำคัญของบีวายดีคือการดำเนินงานภายใต้มาตรการ EV 3.5 ซึ่งเป็นระยะต่อเนื่องของการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าและตอบรับมาตรการใหม่ บริษัทฯ ได้ประกาศปรับราคาจำหน่ายรถยนต์รุ่นยอดนิยมหลายรุ่นเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของเทคโนโลยีระดับโลกได้ง่ายขึ้น โดยการปรับราคานี้ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ๆ ที่เพิ่งเปิดตัวสู่ตลาดไปในปี 2567 และ 2568 เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและเดินหน้าขยายฐานผู้ใช้ยานยนต์สีเขียวในไทยต่อไป
เรเว่ ออโตโมทีฟ และ บีวายดี ประเทศไทย ให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่หยุดยั้งในการส่งมอบนวัตกรรมและยานยนต์ที่มีคุณภาพ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่ให้ดีขึ้นไปอีกขั้น พร้อมกับการมุ่งสร้างสังคมที่ยั่งยืนผ่านเทคโนโลยีที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังคงมีความผันผวน การมุ่งเน้นที่ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของความประหยัดและจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับทุกคนในสังคมไทย
เปิดตารางราคาใหม่และรุ่นที่พร้อมส่งมอบตามมาตรการ EV 3.5
สำหรับการปรับราคาใหม่ตามมาตรการ EV 3.5 บีวายดีได้นำเสนอราคาที่น่าสนใจสำหรับหลากหลายรุ่น เพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยรุ่นใหม่อย่าง BYD SEAL 5 DM-i รุ่น Premium เปิดตัวด้วยราคา 699,900 บาท เท่ากับราคาเดิม เช่นเดียวกับ BYD SEALION 6 DM-i รุ่น Dynamic และ Premium ที่ยังคงราคาเดิมไว้ที่ 899,900 บาท และ 999,900 บาท ตามลำดับ เพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ ความสม่ำเสมอของราคานี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความผันผวนของราคาในระยะสั้น
ในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นอื่นๆ มีการปรับราคาเพื่อให้สอดรับกับกลไกตลาดและเกณฑ์ของภาครัฐ โดย BYD SEAL รุ่น Dynamic ปรับราคาใหม่เป็น 989,900 บาท 46ขณะที่รถยนต์ครอบครัวอย่าง BYD M6 ทั้งรุ่น Dynamic และ Extended ปรับราคาใหม่เป็น 909,900 บาท และ 1,009,900 บาท ตามลำดับ สำหรับรถเอสยูวีรุ่นยอดฮิตอย่าง BYD SEALION 7 ในรุ่น Premium และ AWD Performance ปรับราคาใหม่มาอยู่ที่ 1,264,900 บาท และ 1,364,900 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ยังมีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีและสมรรถนะที่ได้รับ
| รุ่นรถยนต์ | รุ่นย่อย | ราคาเดิม (บาท) | ราคาใหม่ (บาท) |
| BYD SEAL 5 DM-i | Premium | 699,900 | 699,900 |
| BYD SEALION 6 DM-i | Dynamic | 899,900 | 899,900 |
| Premium | 999,900 | 999,900 | |
| BYD SEAL | Dynamic | 799,900 | 989,900 |
| BYD M6 | Dynamic | 749,900 | 909,900 |
| Extended | 849,900 | 1,009,900 | |
| BYD SEALION 7 | Premium | 1,074,900 | 1,264,900 |
| AWD Performance | 1,174,900 | 1,364,900 |
บทสรุปของความสำเร็จในการผลิตชดเชยครบตามเกณฑ์ EV 3.0 และการก้าวไปสู่มาตรการ EV 3.5 คือเครื่องพิสูจน์ว่า บีวายดี และ เรเว่ ออโตโมทีฟ ไม่ได้เพียงแค่เข้ามาขายรถยนต์เท่านั้น แต่กำลังร่วมสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ด้วยเม็ดเงินลงทุนที่มหาศาล การสร้างงานให้คนไทย และการส่งออกผลิตภัณฑ์ฝีมือคนไทยไปไกลทั่วโลก นี่คือย่างก้าวที่มั่นคงของผู้นำอันดับ 1 ที่พร้อมจะพาประเทศไทยมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าแห่งภูมิภาคได้อย่างแท้จริง
#BYDThailand, #RêverAutomotive, #EV3.0, #EV3.5, #ยานยนต์ไฟฟ้า, #บีวายดี, #เรเว่ออโตโมทีฟ, #ข่าวเศรษฐกิจ, #รถยนต์ไฟฟ้า, #MadeInThailand

