ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีที่หมุนเร็วอย่างไม่หยุดยั้ง ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในปีพุทธศักราช 2569 เมื่อสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ “ดีป้า” (depa) ได้ออกมาประกาศยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่เพื่อขับเคลื่อนประเทศภายใต้แนวคิด “depa Unstoppable” ซึ่งถือเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 ขององค์กรด้วยความมุ่งมั่นที่จะไม่หยุดนิ่ง การแถลงแผนการดำเนินงานในครั้งนี้ นำทัพโดย ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงที่ได้มาร่วมกันฉายภาพอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยที่จะเกิดขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักคือการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ทัดเทียมเวทีโลก และสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับคนไทยทุกคน
หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนในปี 2569 นี้ ถูกกำหนดด้วยปรัชญาการทำงานใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม คือ “perform better, think faster and live better” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ ดีป้า ที่จะยกระดับประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น คิดและตัดสินใจให้รวดเร็วกว่าเดิม เพื่อผลลัพธ์สุดท้ายคือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนคนไทย การประกาศแผนงานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแถลงนโยบายประจำปีทั่วไป แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงความพร้อมของประเทศไทยที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่รูปแบบดิจิทัลอย่างเต็มตัว โดยครอบคลุมภารกิจรอบด้านตั้งแต่นโยบายระดับมหภาคไปจนถึงการเข้าถึงเทคโนโลยีในระดับชุมชนฐานราก ซึ่งถือเป็นภารกิจที่หนักอึ้งแต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และนวัตกรรมขั้นสูงกำลังเข้ามามีบทบาทในทุกมิติของชีวิต
ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา ดีป้าได้พิสูจน์ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญในการเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย และในปี 2569 นี้ จะเป็นปีแห่งการเร่งเครื่องอย่างเต็มกำลัง โดยเน้นย้ำการทำงานที่สอดรับกับภารกิจหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนากำลังคนสู่ยุคดิจิทัล การส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมใหม่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสังคม และการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งหมดนี้คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะประกอบร่างให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้การนำของทีมบริหารที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกแผนงานจะถูกนำไปปฏิบัติได้จริงและเกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมไทย
ยุทธศาสตร์พัฒนากำลังคน: สร้าง “คน” สร้าง “ชาติ” ด้วยโค้ดดิ้งและ AI
ทรัพยากรมนุษย์ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และในปี 2569 ดีป้าได้วางเดิมพันครั้งสำคัญกับการยกระดับทักษะคนไทยขนานใหญ่ โดยเตรียมขยายผล “โครงการ Coding Thailand” ซึ่งเป็นโครงการเรือธงที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 ให้มีความเข้มข้นและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โจทย์ใหญ่ของปีนี้ไม่ใช่เพียงแค่การสอนเขียนโปรแกรมพื้นฐานอีกต่อไป แต่คือการก้าวไปสู่การส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้แก่เยาวชน ครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กไทยสามารถเติบโตไปเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพและเท่าทันต่อโลกอนาคต โดยมีเป้าหมายในการยกระดับสถานศึกษาและสถาบันอาชีวศึกษาให้เป็นแหล่งบ่มเพาะนวัตกรที่มีศักยภาพ
นอกจากการปูพื้นฐานให้กับเยาวชนแล้ว ดีป้ายังได้วางกรอบแนวทางการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับคนไทยทุกกลุ่มและทุกช่วงวัยผ่าน “Digital Skill Roadmap” ที่ครอบคลุม 3 กลุ่มทักษะสำคัญ การดำเนินการนี้สะท้อนให้เห็นว่าดีป้าไม่ได้มองเพียงแค่การผลิตบุคลากรเข้าสู่ตลาดแรงงานเท่านั้น แต่ยังมองถึงการสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลให้กับประชาชนทั่วไป เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ แผนงานนี้ยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงวัย และผู้ว่างงาน ซึ่งมักจะเป็นกลุ่มที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยดีป้าจะมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพเพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพและเพิ่มรายได้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่อาจเกิดจากช่องว่างทางดิจิทัล
ความชัดเจนของแผนงานด้านกำลังคนนี้ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างแรงงานของไทย จากแรงงานทักษะเดิมไปสู่แรงงานที่มีทักษะดิจิทัลชั้นสูง (High-Skilled Digital Workforce) ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดโลก การเตรียมความพร้อมด้าน AI ตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงการ Reskill-Upskill วัยทำงาน จะเป็นปัจจัยชี้วัดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในทศวรรษหน้า หากสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ประเทศไทยจะไม่เพียงแค่มีผู้ใช้งานเทคโนโลยีเท่านั้น แต่จะมีผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมได้อย่างแท้จริง สอดคล้องกับทิศทางของโลกที่กำลังมุ่งไปสู่ยุคเศรษฐกิจฐานความรู้และปัญญาประดิษฐ์

พลิกโฉมอุตสาหกรรม: ดันสตาร์ทอัพไทยสู่เวทีโลกและมาตรฐาน dSURE
ในมิติของการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม ดีป้าเตรียมเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกเพื่อส่งเสริมการลงทุนและสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการสนับสนุน “ดิจิทัลสตาร์ทอัพ” ที่ถือเป็นนักรบทางเศรษฐกิจรุ่นใหม่ ในปี 2569 นี้ ดีป้าจะสานต่อและยกระดับกลไกการบ่มเพาะธุรกิจ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายนักลงทุนระดับโลก ทั้ง Venture Capital (VC) และ Corporate Venture Capital (CVC) เพื่อสร้างโอกาสในการระดมทุนและการขยายตลาด ยุทธศาสตร์สำคัญคือการผลักดันสตาร์ทอัพไทยให้ออกสู่ตลาดต่างประเทศ ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ตลาดในประเทศอีกต่อไป ควบคู่ไปกับการเปิดกว้างต้อนรับสตาร์ทอัพต่างชาติให้ย้ายฐานการผลิต (Relocate) เข้ามาจดจัดตั้งบริษัทในประเทศไทย เพื่อสร้างบรรยากาศความเป็นนานาชาติและถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ประกอบการไทย
ความเชื่อมั่นในสินค้าและบริการดิจิทัลเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ ดีป้าจึงมุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานสากลให้กับผลิตภัณฑ์ดิจิทัลของไทยผ่านตราสัญลักษณ์ “dSURE” และการผลักดันเข้าสู่ “บัญชีบริการดิจิทัล” เพื่อการันตีคุณภาพและความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคและหน่วยงานภาครัฐที่จัดซื้อจัดจ้าง นอกจากนี้ ดีป้ายังเล็งเห็นถึงความสำคัญของความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล จึงได้ริเริ่มโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลไทยให้ได้มาตรฐาน ISO 27001 การดำเนินการนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ใช้งานทั่วโลก ว่าประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานและบริการดิจิทัลที่มีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือในระดับสากล
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าจับตามองคือการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม “เกมและอีสปอร์ต” ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์เศรษฐกิจใหม่ที่สร้างมูลค่ามหาศาล ดีป้ามีแผนที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมในภูมิภาค (Regional Gaming Hub) โดยมีการผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง gamescom asia และเตรียมจัดตั้ง Esports Arena เพื่อรองรับการแข่งขันระดับนานาชาติ รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าดีป้าเข้าใจพลวัตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และพร้อมที่จะใช้จุดแข็งด้านความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย มาผนวกกับเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ให้กับประเทศ
Digital Transformation: เจาะลึกฐานราก แก้จนด้วยเทคโนโลยี
การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและแก้ปัญหาความยากจน เป็นภารกิจที่ท้าทายและมีความสำคัญอย่างยิ่ง ดีป้ายังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในแต่ละพื้นที่ โดยเน้นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดและเหมาะสมกับบริบทของเมืองนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม การจราจร หรือความปลอดภัย แนวคิดหลักคือการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีให้ “เข้าหาคน” และ “ตอบโจทย์เมือง” เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การพัฒนาเมืองอัจฉริยะในปี 2569 จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่จะเป็นสิ่งที่จับต้องได้และประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง เช่นเดียวกับผู้ประกอบการดิจิทัลที่จะมีตลาดรองรับสินค้าและบริการเพิ่มมากขึ้น
โครงการที่โดดเด่นและได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีในปีที่ผ่านมาอย่าง “OTOD” (One Tambon One Digital) หรือ หนึ่งตำบล หนึ่งดิจิทัล จะถูกขยายผลต่อเนื่องในปี 2569 โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมให้เกษตรกร กลุ่มชุมชน และช่างชุมชน สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบอาชีพ การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อบริหารจัดการการผลิตและการตลาด จะช่วยเพิ่มรายได้และลดต้นทุนให้กับชุมชนฐานราก ควบคู่ไปกับโครงการ “ทุเรียนดิจิทัล” ที่สนับสนุนให้ชาวสวนทุเรียนไทย ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก นำแอปพลิเคชันและเทคโนโลยี IoT มาใช้ในการควบคุมคุณภาพและจัดการสวน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและยกระดับราคาสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก
นอกจากภาคการเกษตรแล้ว ดีป้ายังให้ความสำคัญกับสุขภาวะของประชาชนผ่านโครงการ “5G Ambulance” หรือรถพยาบาลอัจฉริยะ ที่นำเทคโนโลยี 5G และอุปกรณ์การแพทย์ล้ำสมัยมาติดตั้งบนรถพยาบาล เพื่อยกระดับบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ทันท่วงทีระหว่างการนำส่งโรงพยาบาล รวมถึงโครงการ “Smart Living” ที่มุ่งเน้นการยกระดับทักษะดิจิทัลแก่ชุมชนทั่วประเทศ ให้สามารถใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างรู้เท่าทันและเกิดประโยชน์สูงสุด โครงการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของดีป้าที่จะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการ “Transforming Lives” หรือเปลี่ยนชีวิตคนไทยให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังในการก้าวสู่ยุคดิจิทัล
Thailand Digital Valley: แลนด์มาร์กใหม่แห่งนวัตกรรมอาเซียน
จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เปรียบเสมือนหัวใจของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทย คือโครงการ “Thailand Digital Valley” (TDV) ในพื้นที่ EEC ซึ่งมีกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 โครงการนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นศูนย์กลางการออกแบบ พัฒนา วิเคราะห์ และทดสอบเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN Digital Hub) ดีป้ามีแผนที่จะสรรหาพันธมิตรภาคเอกชนเข้ามาร่วมบริหารจัดการพื้นที่ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบ ทั้งอาคาร Digital Edutainment Complex ที่จะเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ต และศูนย์พัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะ (Robotics) รวมถึงสนามแข่งขันหุ่นยนต์ ซึ่งจะเป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์ที่สำคัญของประเทศ
พื้นที่ Thailand Digital Valley ยังถูกออกแบบให้เป็นศูนย์พัฒนานวัตกรรมอากาศยานไร้คนขับ (Drone) และ “Digital Go Global Center” ซึ่งทำหน้าที่เป็น Sandbox หรือพื้นที่ทดลองสำหรับดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย ที่ต้องการทดสอบผลิตภัณฑ์และบริการก่อนออกสู่ตลาดจริง ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก การมีพื้นที่ทดสอบนวัตกรรม (Testbed) ที่เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย จะช่วยลดความเสี่ยงและเร่งกระบวนการพัฒนาสินค้าทางเทคโนโลยีของไทยให้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้ง “Software – Hardware Test Lab” เพื่อให้บริการทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ดิจิทัล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันสินค้าไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล
ในระดับมหภาค ดีป้ายังเดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการค้าผ่านการส่งเสริมการพัฒนา “NDTP” (National Digital Trade Platform) แพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลระดับชาติ ที่จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน และเพิ่มความโปร่งใสในการทำธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ แพลตฟอร์มนี้จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำคัญที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย และเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยเข้ากับระบบการค้าดิจิทัลโลกได้อย่างไร้รอยต่อ การลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางกายภาพและทางดิจิทัลเหล่านี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคอย่างเต็มภาคภูมิ
“ตลอดระยะเวลา 9 ปีแห่งความมุ่งมั่นที่ไม่เคยหยุดก้าวไปข้างหน้า เพื่ออนาคตของคนไทย และประเทศไทย ดีป้าจะสานต่อการทำงานเพื่ออนาคตของคนไทย และพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลไทยให้อยู่ในระดับชั้นนำของโลก” ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำที่เปี่ยมไปด้วยพลังและความหวัง การประกาศแผนงานในปี 2569 จึงไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในการเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด (Unstoppable) เพื่อนำพาประเทศไทยก้าวข้ามขีดจำกัดและผงาดในเวทีโลกอย่างสง่างาม
#ดีป้า, #depa, #เศรษฐกิจดิจิทัล, #depaUnstoppable, #ThailandDigitalValley, #CodingThailand, #สตาร์ทอัพ, #SmartCity, #AI, #ข่าวเศรษฐกิจ, #นวัตกรรม, #5G, #EEC

