GWM (Thailand) สร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการยานยนต์ไทย ปิดปี 2568 ด้วยยอดขายพุ่งทะยาน 18,096 คัน เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 146% พร้อมชูกลยุทธ์ “All Scenarios” ยึดความไว้วางใจผู้บริโภคผ่านบริการหลังการขายที่เป็นเลิศและนโยบายราคาเดียวทั่วประเทศ
ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของ GWM (Thailand) ในปี 2568 นี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อแบรนด์อย่างชัดเจนที่สุด โดยสามารถทำยอดขายรวมได้ถึง 18,096 คัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปีนับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทย อัตราการเติบโตที่สูงถึง 146% เมื่อเทียบกับปี 2567 สะท้อนให้เห็นว่า GWM สามารถปรับตัวและนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้ตรงใจตลาด แม้ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมยานยนต์ต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน แต่ยอดขายที่พุ่งสูงขึ้นนี้กลับพิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่ไม่หยุดนิ่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงส่งท้ายปีเดือนธันวาคม 2568 เพียงเดือนเดียว GWM สามารถทำสถิติยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3,182 คัน ตัวเลขนี้ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จเชิงปริมาณ แต่ยังเป็นดัชนีชี้วัดความร้อนแรงของแบรนด์ในช่วงไตรมาสสุดท้าย ซึ่งมักมีการแข่งขันที่รุนแรงที่สุดของปี การเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีจนถึงจุดสูงสุดในเดือนสุดท้าย สะท้อนถึงการวางแผนการตลาดและการบริหารจัดการสต็อกสินค้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้ GWM ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นแถวหน้าในใจคนไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ความสำเร็จนี้ยังถูกตอกย้ำด้วยผลงานของรถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่าง GWM TANK 300 ที่ทำยอดขายรวมได้ถึง 7,574 คัน เติบโตจากปีก่อนถึง 1,146% และ GWM ORA Good Cat ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องด้วยยอดขาย 7,080 คัน เพิ่มขึ้น 142% ยอดขายรวมของทั้งสองรุ่นนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในไทย โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมที่ทั้งสองรุ่นมียอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความมั่นใจทั้งในกลุ่มรถยนต์เอสยูวีสายลุยและรถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำสมัย ซึ่งครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายของคนไทยได้อย่างลงตัว
เจาะลึก 4 กลยุทธ์พิชิตใจ “Multi-powertrain” คือหัวใจหลัก
เบื้องหลังความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในปี 2568 มาจากการวางรากฐานทางกลยุทธ์ที่มั่นคง โดยเฉพาะการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานหรือ Multi-powertrain ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญเหนือแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนรายอื่นๆ GWM เข้าใจดีว่าความต้องการของผู้ใช้งานในประเทศไทยนั้นมีความหลากหลายสูง จึงได้รุกตลาดในเซ็กเมนต์ที่ครอบคลุมถึง 85% ของตลาดรถยนต์รวมทั้งหมด การมีทางเลือกทั้งระบบไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และล่าสุดคือเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่มอย่างแท้จริง
ในปีที่ผ่านมา GWM ได้แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่รวมทั้งสิ้นถึง 6 รุ่น ซึ่งรวมถึงการเปิดตัว “GWM Diesel Family” ที่นำโดย GWM TANK 300 Diesel, GWM TANK 500 Diesel และ GWM POER SAHAR Diesel เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการพละกำลังและความทนทาน นอกจากนี้ยังมีการอัปเกรด GWM HAVAL H6 ทั้งรุ่น PHEV และ HEV รวมถึงการบุกตลาดรถตู้ระดับลักชัวรี่ด้วย WEY G9 Hi4 Ultra การกระจายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์เช่นนี้ช่วยให้ GWM ไม่เพียงแต่รักษาฐานลูกค้าเดิม แต่ยังสามารถขยายฐานไปสู่กลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการเทคโนโลยีชั้นสูงควบคู่ไปกับความคุ้มค่าในระยะยาวได้เป็นอย่างดี
อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ขาดไม่ได้คือการยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง หรือ User-Centric ผ่านการรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ใช้จริงมาพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่เห็นชัดคือการตัดสินใจนำเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เข้ามาจำหน่ายตามคำเรียกร้อง และการปรับจูนช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพท้องถนนและพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทยโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาซอฟต์แวร์และฟังก์ชันความปลอดภัยต่างๆ ให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ความใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้เปลี่ยนจากเพียงแค่การขายรถยนต์ เป็นการสร้างความผูกพันและการได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างลึกซึ้งและเป็นรูปธรรม
ยกระดับบริการหลังการขาย ยืนหนึ่งความพึงพอใจแบรนด์จีน
หนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคชาวไทยคือความกังวลเรื่องบริการหลังการขายสำหรับแบรนด์ใหม่ แต่ GWM (Thailand) ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความจริงจังในการแก้ปัญหานี้ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ด้วยการสร้างรากฐานการบริการที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมทั้งการบริหารจัดการอะไหล่ที่รวดเร็ว การเพิ่มทักษะช่างเทคนิค และระบบประเมินคุณภาพงานบริการที่เข้มงวด ผลจากการทุ่มเทนี้สะท้อนผ่านการได้รับการจัดอันดับที่ 3 จากทั้งหมด 13 แบรนด์รถยนต์หลักในด้านความพึงพอใจสูงสุดด้านการบริการหลังการขาย และที่สำคัญคือเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนในปี 2568
การสร้างความเชื่อมั่นยังครอบคลุมไปถึงการบริหารจัดการปัญหาบนโลกออนไลน์ โดย GWM มีทีมงานเต็มรูปแบบที่คอยรับฟังและแก้ปัญหาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งนี้ช่วยลดช่องว่างระหว่างแบรนด์กับลูกค้า และทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าไม่ถูกทอดทิ้งหลังการซื้อ ความพยายามทั้งหมดนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การซ่อมบำรุง แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศแห่งความไว้วางใจที่จะส่งผลดีต่อแบรนด์ในระยะยาว ทำให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจและกล้าที่จะแนะนำแบรนด์ต่อให้กับคนรอบข้าง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของการเติบโตที่ยั่งยืน
นอกจากคุณภาพการบริการแล้ว นโยบาย “ราคาเดียว” (One-Price Policy) ยังเป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่ GWM ยึดถือมาโดยตลอด นโยบายนี้ช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลเรื่องการเปรียบเทียบราคาจากดีลเลอร์หลายเจ้า หรือกังวลเรื่องการตัดราคาระหว่างผู้จำหน่าย ผ่านการใช้งาน GWM Application ที่เป็นศูนย์กลางการจองและชำระค่าสินค้า ลูกค้าทุกจังหวัดจะได้รับราคาและโปรโมชันเดียวกันทั่วประเทศ ความโปร่งใสนี้สร้างความเท่าเทียมและมาตรฐานใหม่ในการซื้อรถยนต์ในไทย ซึ่ง GWM ยืนยันว่าจะยังคงยึดถือนโยบายนี้อย่างเคร่งครัดต่อไปในปี 2569 เพื่อสร้างประสบการณ์การซื้อที่ดีที่สุด
ก้าวต่อไปในปี 2569 มุ่งสู่แบรนด์ที่ไว้วางใจสูงสุดในไทย
เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) ได้แสดงความขอบคุณต่อผู้บริโภคชาวไทยที่มอบความไว้วางใจมาตลอด 5 ปี โดยย้ำว่าเป้าหมายของ GWM ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขยอดขายที่เติบโตเท่านั้น แต่คือการมุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับหนึ่งในด้านบริการหลังการขาย และเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากคนไทย ในปี 2569 ที่จะถึงนี้ GWM มีแผนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงยึดถือการรับฟังเสียงของลูกค้าเป็นเข็มทิศในการดำเนินธุรกิจ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์
วิสัยทัศน์ “All Scenarios” และ “All Powertrains” จะยังคงเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งในฐานะบริษัทเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลกที่มีพนักงานกว่า 70,000 คน และยอดขายทั่วโลกมากกว่า 1 ล้านคันต่อปี ติดต่อกันถึง 9 ปี GWM พร้อมที่จะนำนวัตกรรมล้ำสมัยมาสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จในตลาดต่างประเทศซึ่งมียอดขายสะสมทะลุ 2 ล้านคันไปเมื่อเดือนตุลาคม 2568 เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงมาตรฐานระดับโลกที่ GWM นำมาใช้ในไทย
การเดินทางของ GWM ในประเทศไทยก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 ด้วยความมั่นใจและพันธกิจที่แน่วแน่ จากความสำเร็จในปี 2568 ที่สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ได้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้แบรนด์ก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรถยนต์เอสยูวีที่แข็งแกร่งหรือรถยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย GWM ยืนยันที่จะยืนหยัดเคียงข้างผู้บริโภคชาวไทย เพื่อมอบการดูแลที่ดีที่สุดและนวัตกรรมที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกเส้นทางของการขับเคลื่อน
#GWM #GWMThailand #GWMTANK300 #TANK #GWMORAGoodCat #ORA #ยอดขายรถยนต์ #อุตสาหกรรมยานยนต์ #รถยนต์ไฟฟ้า #เศรษฐกิจไทย

