เผยเบื้องหลัง MFEC พลิกโฉมแบงก์รัฐขึ้นคลาวด์ ลดต้นทุนคว้ารางวัลใหญ่

เผยเบื้องหลัง MFEC พลิกโฉมแบงก์รัฐขึ้นคลาวด์ ลดต้นทุนคว้ารางวัลใหญ่

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่เชี่ยวกรากของภาคธุรกิจการเงินไทย บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC ได้ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการยกระดับมาตรฐานวงการไอทีไทย ด้วยการคว้ารางวัลอันทรงเกียรติ “Huawei Cloud Outstanding Partner of the Year 2025” รางวัลนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องการันตีถึงศักยภาพทางเทคโนโลยีของบริษัทเท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในการนำพาองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ ให้ก้าวข้ามข้อจำกัดของระบบดั้งเดิมสู่ยุคใหม่บนโลกคลาวด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่แนบแน่นระหว่าง MFEC และ หัวเว่ย คลาวด์ ในการส่งมอบโซลูชันที่มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูง เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายในโลกธุรกิจยุคใหม่

ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการที่ MFEC สามารถสร้าง “คุณค่าที่จับต้องได้” ให้กับลูกค้าองค์กร โดยเฉพาะการเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของสถาบันการเงิน หรือการปรับปรุงระบบ Legacy Systems ที่ล้าสมัย ให้กลับมามีความทันสมัยและคล่องตัวอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นโจทย์หินสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีฐานข้อมูลมหาศาล การได้รับรางวัล Huawei Cloud Outstanding Partner of the Year 2025 เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 จึงเปรียบเสมือนการปักธงชัยว่า บริษัทเทคโนโลยีของไทยมีศักยภาพทัดเทียมระดับสากลในการบริหารจัดการโครงการที่มีความซับซ้อนสูง และสามารถช่วยให้ลูกค้าบรรลุผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ การมอบรางวัลดังกล่าวยังเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศไทย ที่กำลังมุ่งหน้าสู่การใช้ระบบคลาวด์เป็นฐานรากสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล เอ็ม เอฟ อี ซี ในฐานะพันธมิตรหลัก ได้แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญที่ไม่เพียงแค่การติดตั้งระบบ แต่คือการทำความเข้าใจความต้องการเชิงลึกของลูกค้าและนำเทคโนโลยีคลาวด์ไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจได้ตรงจุด สิ่งนี้คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ เอ็ม เอฟ อี ซี โดดเด่นเหนือคู่แข่งและได้รับการยอมรับจากหัวเว่ย คลาวด์ ให้เป็นพาร์ทเนอร์ยอดเยี่ยมแห่งปี


เจาะลึกภารกิจยักษ์: พลิกโฉมระบบบัตรเครดิตธนาคารรัฐสู่ Cloud-First

หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าจับตามองที่สุดและเป็นกุญแจสำคัญสู่รางวัลนี้ คือความสำเร็จในการเคลื่อนย้ายระบบบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่ถือหุ้นโดยรัฐบาลขึ้นสู่ระบบคลาวด์ โครงการนี้ถือเป็นความท้าทายระดับมหาภาค เนื่องจากระบบเดิมของธนาคารมีข้อจำกัดด้านขีดความสามารถในการรองรับธุรกรรม อีกทั้งยังมีภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงลิ่ว และมีความซับซ้อนในการบริหารจัดการศูนย์ข้อมูลแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันในยุคที่ผู้บริโภคต้องการความรวดเร็ว การตัดสินใจปรับใช้กลยุทธ์ Cloud-first จึงเป็นทางออกที่ เอ็ม เอฟ อี ซี นำเสนอเพื่อปลดล็อกศักยภาพของธนาคารให้ก้าวกระโดดไปอีกขั้น

ผลลัพธ์ที่ได้จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างมหาศาลให้กับวงการธนาคาร โดยภายหลังการย้ายระบบเสร็จสมบูรณ์ องค์ประกอบหลักของระบบบัตรเครดิตที่ทำงานบน Huawei Cloud สามารถรองรับผู้ถือบัตรจำนวนหลายล้านคนและร้านค้าพันธมิตรอีกหลายพันแห่งทั่วประเทศได้อย่างราบรื่น สิ่งที่น่าทึ่งคือความสามารถในการลดต้นทุนด้านไอทีโดยรวมลงได้ถึงร้อยละ 30 ซึ่งถือเป็นตัวเลขการประหยัดงบประมาณที่มีนัยสำคัญสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ระบบยังมีความเสถียรเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมรองรับธุรกรรมได้มากถึงหลายสิบล้านรายการต่อวัน โดยไม่มีปัญหาคอขวดเหมือนในอดีต

ยิ่งไปกว่านั้น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยังช่วยย่นระยะเวลาในการพัฒนาและเปิดตัวบริการใหม่ๆ (Time-to-market) จากเดิมที่ต้องใช้เวลาเตรียมการหลายปี ให้เหลือเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ความคล่องตัวนี้เปรียบเสมือนอาวุธลับที่ช่วยให้ธนาคารสามารถตอบสนองต่อเทรนด์การเงินและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วได้อย่างทันท่วงที การที่ เอ็ม เอฟ อี ซี สามารถเปลี่ยนระบบหลังบ้านที่เทอะทะให้กลายเป็นระบบที่ยืดหยุ่นและขยายตัวได้ตามการเติบโตของธุรกิจ นับเป็นความสำเร็จเชิงประจักษ์ที่ทำให้รางวัล Outstanding Partner ตกอยู่ในมือของพวกเขาอย่างสมภาคภูมิ


MFEC

ปฏิวัติระบบข้อมูล: ความเร็วระดับวินาทีกับ GaussDB

นอกเหนือจากความสำเร็จในระบบบัตรเครดิตแล้ว เอ็ม เอฟ อี ซี ยังได้โชว์ศักยภาพในการปรับปรุงระบบบริหารจัดการคะแนนสะสม (Rewards System) ให้กับสถาบันการเงินขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่ง โดยการย้ายภาระงาน (Workload) ไปยัง Huawei Cloud GaussDB การดำเนินการนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาคลาสสิกของระบบฐานข้อมูลเดิมที่ไม่สามารถขยายตัวเพื่อรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นมหาศาลได้ และยังมีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพในการประมวลผลที่ล่าช้า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความพึงพอใจของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการแลกคะแนนสะสม

ผลลัพธ์จากการเปลี่ยนมาใช้ GaussDB นั้นสร้างความเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือ โดยเฉพาะในด้านความเร็วของการจัดทำรายงานและการประมวลผลคำสั่ง Query ที่มีความซับซ้อน ซึ่งเดิมทีต้องใช้เวลาประมวลผลนานถึงประมาณ 20 นาที แต่ด้วยเทคโนโลยีใหม่จาก Huawei Cloud ที่ เอ็ม เอฟ อี ซี นำมาปรับใช้ เวลาในการประมวลผลลดลงเหลือเพียง 3 นาทีเท่านั้น ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ช่วยให้เจ้าหน้าที่ธนาคารสามารถดึงข้อมูลไปวิเคราะห์และวางแผนกลยุทธ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ในมิติของความคุ้มค่า การปรับปรุงระบบฐานข้อมูลครั้งนี้ช่วยให้สถาบันการเงินสามารถลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูลได้ประมาณร้อยละ 35 โดยที่กระบวนการย้ายระบบไม่ได้ส่งผลกระทบหรือสร้างความเสียหายต่อการทำงานของแอปพลิเคชันเดิมแต่อย่างใด ระบบใหม่นี้ยังมาพร้อมกับความสามารถในการขยายตัวตามความต้องการใช้งานจริง และคงไว้ซึ่งมาตรฐานความพร้อมใช้งานสูง (High Availability) รวมถึงการปกป้องข้อมูลที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความเชื่อมั่นในธุรกิจการเงิน


วิสัยทัศน์ผู้นำและการผนึกกำลังสู่อนาคตดิจิทัล

เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้ เกิดจากวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของผู้บริหาร นายดิเรก ยิ้มละมัย ผู้จัดการโซลูชันคลาวด์ บริษัท MFEC ได้กล่าวเน้นย้ำว่า โครงการทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะไม่หยุดอยู่แค่การเป็นผู้ติดตั้งระบบ แต่ต้องการส่งมอบคุณค่าที่เป็นรูปธรรมให้แก่ลูกค้า ทั้งในด้านประสิทธิภาพต้นทุน การยกระดับสมรรถนะของระบบ และความคล่องตัวทางธุรกิจ รางวัลนี้จึงเป็นเสมือนเครื่องตอกย้ำความมุ่งมั่นระยะยาวของ เอ็ม เอฟ อี ซี ในการช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถทรานส์ฟอร์มการดำเนินงานและเติบโตได้อย่างยั่งยืนผ่านเทคโนโลยีคลาวด์

ทางด้าน นางเซลีน เฉา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย ได้กล่าวชื่นชม เอ็ม เอฟ อี ซี ในฐานะพันธมิตรที่มีความเข้าใจอุตสาหกรรมอย่างลึกซึ้ง โดยระบุว่า เอ็ม เอฟ อี ซี แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการนำเสนอนวัตกรรมคลาวด์ไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้อย่างต่อเนื่อง ความเป็นเลิศในการดำเนินงานและความมุ่งมั่นร่วมกันนี้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้องค์กรไทยสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และมีความยืดหยุ่นพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ในอนาคต

ในปี 2569 นี้ หัวเว่ย คลาวด์ ยังคงมีแผนเดินหน้าขยายระบบนิเวศพันธมิตรในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยจะทำงานร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่าง เอ็ม เอฟ อี ซี อย่างใกล้ชิด เป้าหมายสูงสุดคือการผสานศักยภาพคลาวด์ระดับโลกเข้ากับความเชี่ยวชาญในบริบทของประเทศไทย เพื่อสร้างรากฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง สนับสนุนการทรานส์ฟอร์มดิจิทัลในหลากหลายอุตสาหกรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป


#MFEC #HuaweiCloud #CloudComputing #DigitalTransformation #FintechTH #ข่าวเศรษฐกิจ #หุ้นเทคโนโลยี #HuaweiCloudThailand

Related Posts