ไทยผงาดฮับอาหารโลก ProPak Asia 2026 ย้ายวิกใหม่บุกอิมแพ็ค

ไทยผงาดฮับอาหารโลก ProPak Asia 2026 ย้ายวิกใหม่บุกอิมแพ็ค

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยสู่ยุคแห่งประสิทธิภาพขั้นสูงและความยั่งยืนอย่างเต็มตัว ท่ามกลางมรสุมความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าที่ยังคงคุกรุ่นไปทั่วโลก อินฟอร์มามองเห็นแสงสว่างในวิกฤตที่กลายเป็นโอกาสทองของภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทยในการทำหน้าที่เป็นเข็มขัดนิรภัยด้านอาหารของโลกหรือ Global Food Safety Zone ที่มีความเป็นกลางและพร้อมรองรับความต้องการด้านโภชนาการในระดับสากล

การเตรียมความพร้อมสำหรับงาน ProPak Asia 2026 ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนสถานที่จัดงานเพื่อขยายพื้นที่ให้กว้างขวางขึ้นเท่านั้น แต่คือการสร้าง “ระบบนิเวศแห่งการเปลี่ยนแปลง” (Ecosystem of Transformation) ที่จะเข้ามาปฏิวัติกระบวนการผลิตและแปรรูปอาหารตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ด้วยการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง AI, IoT และระบบ Automation เข้ากับแรงงานมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป้าหมายในการลดต้นทุน ลดการปล่อยคาร์บอน และเพิ่มผลกำไรให้แก่ผู้ประกอบการอย่างยั่งยืน ถือเป็นการประกาศศักดาความพร้อมของไทยในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมแปรรูปอาหารและบรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิก

สำหรับไฮไลต์สำคัญที่สร้างความตื่นตัวให้กับวงการคือการตัดสินใจย้ายสถานที่จัดงานไปยังศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค (IMPACT) เมืองทองธานี เพื่อยกระดับความสะดวกสบายในการเดินทางและขยายพื้นที่จัดงานเพิ่มขึ้นอีกกว่า 20% เป็น 65,000 ตารางเมตร การขยายตัวครั้งนี้รองรับแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลกกว่า 2,500 แบรนด์ จาก 45 ประเทศ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีกลุ่มนักลงทุนและผู้สนใจเข้าร่วมงานมากกว่า 80,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนระดับนานาชาติที่มีต่ออุตสาหกรรมการผลิตของไทยในฐานะจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมโยงนิคมอุตสาหกรรมหลักและโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเข้าด้วยกันอย่างลงตัว


พลิกวิกฤตโลกสู่โอกาสทอง: ไทยในฐานะ Global Food Safety Zone

ในยุคที่โลกเผชิญกับความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ นางสาวกชสร โตเจริญธนาผล รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยเหล่านี้กลับเป็นตัวเร่งให้หลายประเทศตระหนักถึงความมั่นคงทางอาหารและการสำรองอาหารมากขึ้น ประกอบกับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรในหลายพื้นที่ทั่วโลกไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ส่งผลให้ประเทศไทยซึ่งมีจุดแข็งในด้านความเป็นกลางทางการเมืองและเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ มีโอกาสโดดเด่นในฐานะแหล่งผลิตอาหารที่ปลอดภัยและมั่นคงของโลกอย่างชัดเจนในปี 2569 นี้

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางโอกาสที่เปิดกว้าง การแข่งขันในตลาดโลกก็ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการไทยจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเร่งยกระดับมาตรฐานการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีทั้งความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในระดับสูง ทิศทางของอุตสาหกรรมในปีหน้าจะมุ่งเน้นไปที่การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคแห่งประสิทธิภาพขั้นสูงและความยั่งยืนอย่างเต็มรูปแบบ หากผู้ผลิตรายใดเพิกเฉยต่อการปรับตัวหรือไม่มีแผนการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกคัดออกจากห่วงโซ่อุปทานโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานใหม่ที่เข้มงวดกว่าเดิม

สำหรับกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SMEs การเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงในปัจจุบันไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป เนื่องจากมีการนำระบบ AI และเทคโนโลยี IoT มาประยุกต์ใช้ในรูปแบบที่จับต้องได้ง่ายขึ้น ผู้ประกอบการสามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาช่วยตั้งแต่การวางแผนการผลิต การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการจัดส่งสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักร การปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบ Automation ขนาดเล็กที่มีราคาเหมาะสม จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้ SMEs ไทยสามารถยืนหยัดและแข่งขันได้ในเวทีโลก โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลเหมือนในอดีต


ProPak Asia 2026

มหากาพย์การย้ายฐานสู่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี: ใหญ่กว่าเดิม สะดวกกว่าเดิม

ก้าวกระโดดครั้งสำคัญของ ProPak Asia 2026 คือการย้ายบ้านใหม่ไปสู่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค (IMPACT) เมืองทองธานี เพื่อรองรับเป้าหมายการเป็นงานสำคัญระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอย่างเต็มตัวในปี 2027 สถานที่จัดงานใหม่นี้ถูกเลือกมาเพื่อตอบโจทย์การเดินทางที่สะดวกสบายสำหรับผู้เข้าชมงานจากทั่วทุกสารทิศ ไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้า รถส่วนตัว หรือระบบขนส่งสาธารณะ อีกทั้งยังมีความได้เปรียบในเชิงทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้สนามบินและเชื่อมต่อกับนิคมอุตสาหกรรมสำคัญๆ อาทิ ชลบุรี อยุธยา ปทุมธานี และสมุทรสาคร ได้อย่างรวดเร็ว

การขยายพื้นที่จัดแสดงงานจากเดิม 55,000 ตารางเมตร เพิ่มขึ้นเป็น 65,000 ตารางเมตร หรือคิดเป็นพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นถึง 20% ถือเป็นสถิติใหม่ที่สะท้อนถึงความต้องการของผู้ร่วมจัดแสดงงานที่เพิ่มสูงขึ้น พื้นที่ที่กว้างขวางขึ้นนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อนำเสนอโซลูชันและเทคโนโลยีการผลิตที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น โดยมีแบรนด์เข้าร่วมแสดงศักยภาพกว่า 2,500 แบรนด์จากทุกมุมโลก การย้ายที่จัดงานในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของขนาดพื้นที่ แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมงานที่จะได้รับความสะดวกสบายและการเข้าถึงนวัตกรรมระดับโลกในสถานที่ที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล

นอกจากความอลังการของพื้นที่แล้ว ProPak Asia 2026 ยังมีการปรับโครงสร้างโซนการจัดแสดงภายในงานใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง โดยแบ่งออกเป็น 9 โซนหลักที่ครอบคลุมทุกมิติของการผลิต ตั้งแต่การแปรรูป เครื่องดื่ม ยา บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงโซนใหม่แกะกล่องอย่าง DigitalizationAsia ที่จะเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาบริหารจัดการโรงงาน การจัดโซนนิ่งที่ชัดเจนนี้จะช่วยให้นักธุรกิจและผู้เข้าชมงานสามารถค้นหาโซลูชันที่ต้องการได้อย่างตรงจุด และสามารถเชื่อมโยงพันธมิตรทางธุรกิจได้ครบจบในที่เดียว


เจาะลึก 9 โซนอุตสาหกรรมและเวทีแห่งอนาคตที่ต้องจับตามอง

ภายในงาน ProPak Asia 2026 ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับนวัตกรรมล้ำสมัยผ่านโซนการจัดแสดงที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมในยุคดิจิทัลอย่างครอบคลุม โซนต่างๆ อาทิ ProcessingTechAsia, DrinkTechAsia และ PackagingTechAsia จะยังคงเป็นแกนหลักที่นำเสนอเครื่องจักรประสิทธิภาพสูง ในขณะที่โซนใหม่อย่าง Codchain Logistic Warehousing & FactoryAsia จะมุ่งเน้นไปที่ระบบการบริหารจัดการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ยุคใหม่ที่ชาญฉลาด พร้อมด้วยเวทีสัมมนา Regional Conferences ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คนมาแบ่งปันความรู้และเทรนด์ล่าสุดในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม ยา และเครื่องสำอางอย่างเจาะลึก

หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของงานคือ ProPak Stage ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจสำคัญในการส่งต่อไอเดียและแนวคิดสู่ความสำเร็จ เวทีนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้รับฟังข้อมูลจากผู้นำทางความคิดระดับโลกที่จะมาฉายภาพทิศทางของระบบอัตโนมัติ (Automation), AI, IoT และหุ่นยนต์อัจฉริยะที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมโรงงานผลิตทั่วโลก นอกจากนี้ยังมี ProPak Gourmet ที่เน้นการลงมือทำผ่านเวิร์กชอปเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร และ ProPak Drinksphere ที่จะพาไปสำรวจโลกแห่งเครื่องดื่มตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงเทรนด์การบริโภคในอนาคต

สำหรับผู้ที่มองหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ Future Food Corner จะเป็นพื้นที่ที่รวบรวมโซลูชันด้านอาหารแห่งอนาคตที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับความคิดสร้างสรรค์อย่างลงตัว งานในครั้งนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษอย่าง Executive Talk ที่ออกแบบมาสำหรับผู้บริหารระดับสูงเพื่อร่วมหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสในภาคเกษตร-อาหารของเอเชีย ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าProPak Asia 2026 ไม่ใช่เพียงงานโชว์เครื่องจักร แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการสร้างโอกาสทางธุรกิจที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวไปสู่ระดับสากลอย่างมั่นคง

#ProPakAsia2026 #อุตสาหกรรมอาหาร #ความยั่งยืน #เทคโนโลยีการผลิต #บรรจุภัณฑ์ #IMPACTเมืองทองธานี #ASEANFoodHub

Related Posts