มหกรรมสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียพร้อมเปิดฉากอย่างเต็มรูปแบบ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่มุ่งเน้นนวัตกรรมและความยั่งยืน โดยการผนึกกำลังครั้งสำคัญของภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าแสนล้านบาท ผลักดันผู้ประกอบการไทยสู่เวทีการค้าระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมแนวคิดการจัดงานรูปแบบใหม่ที่รองรับผู้เข้าชมงานจากทั่วทุกมุมโลกอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
เปิดมิติใหม่ศูนย์กลางอาหารโลกสะพัดแสนล้าน
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ ประเทศเยอรมนี ประกาศความพร้อมครั้งยิ่งใหญ่ในการจัดงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ทรงอิทธิพลที่สุดในภูมิภาคเอเชีย โดยในปีนี้กลับมาภายใต้แนวคิดคอนเซปต์ “BIGGER – BETTER – BOLDER” ยิ่งใหญ่ขึ้น ดีขึ้น และโดดเด่นขึ้นกว่าเดิมอย่างเด่นชัด เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดโลกที่เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วหลังการปรับตัวทางเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสร้างมูลค่าการเจรจาทางการค้าและการลงทุนสะพัดอย่างมหาศาลตลอดการจัดงาน
การยกระดับงานในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทยในเวทีสากล ที่มุ่งตอบโจทย์ทั้งด้านความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม งานนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การจัดแสดงสินค้าทั่วไป แต่เป็นแพลตฟอร์มเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานอาหารตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อและผู้นำเข้าจากทั่วโลกได้เข้ามาค้นหาพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่ อัปเดตเทรนด์นวัตกรรมล้ำสมัย และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการค้าที่แข็งแกร่งในระยะยาว ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังมองหาศูนย์กลางการผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัย
นอกจากนี้ การจัดงานในครั้งนี้ยังถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค สร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการทุกระดับตั้งแต่กลุ่มวิสาหกิจเริ่มต้นสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรธุรกิจขนาดยักษ์ใหญ่ โดยคาดว่าจะมีผู้ชมงานเดินทางเข้ามาสร้างปฏิสัมพันธ์ทางธุรกิจรวมมากกว่า 90,000 รายจากนานาประเทศทั่วโลก ซึ่งช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ และการขนส่งภายในประเทศให้เติบโตอย่างคึกคักอย่างเห็นได้ชัดในช่วงสัปดาห์ของการจัดงานแสดงสินค้า
เจาะลึก 10 สุดยอดนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต
ไฮไลต์สำคัญที่เป็นหัวใจของงานในปีนี้คือเทรนด์นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์กินได้ เทคโนโลยีการหมักขั้นสูง และอาหารเจเนอเรชันใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมเชิงพาณิชย์อย่างกว้างขวาง โดยภายในงานมีการประกาศผลรางวัล THAIFEX – Anuga tasteInnovation Show เพื่อเชิดชูเกียรติผลิตภัณฑ์นวัตกรรมยอดเยี่ยม 10 รายการ และผลิตภัณฑ์ที่เข้ารอบสุดท้ายอีก 50 รายการ ซึ่งผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวดจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีความแปลกใหม่และมีความเป็นไปได้สูงในการทำตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
นวัตกรรมเด่นที่คว้าชัยชนะในปีนี้ประกอบด้วย สลัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปผสมมะรุมจากเบรนด์ ซาแก็ง บะหมี่โปรตีนสูงที่ทำจากเนื้อไก่โดยเบทาโกร และไส้กรอกข้าวเพราไก่จากซีพีเอฟที่พัฒนาด้วยมาตรฐานอาหารเกรดอวกาศ ร่วมด้วยไอศกรีมโปรตีนไข่ขาวผสมสมุนไพรไทยของแบรนด์ไอโมบ์ ถ้วยเวเฟอร์กินได้มิสเตอร์โคนเพื่อทดแทนพลาสติกจากเค.ซี.แอล. สมูทตี้โปรตีนพร้อมดื่มจากอกไก่ออร์แกนิกของพรีซิชัน เทรดดิ้ง น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวรสุคนธ์ที่ใช้กระบวนการหมักเร็วพิเศษ สารสกัดจากน้ำมะพร้าวและถั่งเช่าของบิสท์ อินโน รีฟอร์ม กิมจิมะม่วงไทยจากซูกิชิ และน้ำมะพร้าวรสข้าวหอมมะลิของเจเนอรัล เบฟเวอเรจ
การค้นพบและเปิดตัวนวัตกรรมเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของอุตสาหกรรมอาหารโลกที่มุ่งไปสู่อาหารฟังก์ชันนัลที่ให้คุณค่าทางโภชนาการเฉพาะด้าน การนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ และการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายหรือบริโภคได้ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ซื้อในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาดและรวดเร็วก่อนที่สินค้าเหล่านี้จะถูกนำไปวางจำหน่ายและกระจายสู่ตลาดในวงกว้างต่อไปในอนาคตอันใกล้
ผ่ากลยุทธ์พื้นที่ฮอลล์ 4 ศูนย์รวมเทรนด์การค้ายุคใหม่
ผู้จัดงานได้ทำการขยายพื้นที่จัดแสดงสินค้าเพิ่มเติมไปยังอาคาร 4 หรือฮอลล์ 4 ของอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อเปลี่ยนให้เป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมและการเจรจาการค้าที่มีความเข้มข้นสูงสุด โดยมีการเปิดตัวโซนใหม่อย่าง “New-to-Market Street” ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อได้เข้าถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวสู่ตลาดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาโดยเฉพาะ ช่วยลดระยะเวลาในการค้นหาและเพิ่มความคล่องตัวในการจับคู่ธุรกิจสำหรับผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการทำตลาดเชิงพาณิชย์
ภายในพื้นที่อาคาร 4 ยังประกอบด้วยโซน “Startup Showcase” ซึ่งทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างแบรนด์นวัตกรรมเกิดใหม่กับพันธมิตรทางการค้าและนักลงทุนรายใหญ่ ช่วยบีบอัดระยะเวลาในการพัฒนาธุรกิจตั้งแต่ขั้นตอนการนำเสนอแผนงานไปจนถึงการขยายขนาดการผลิตให้สั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ชั้นนำร่วมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ต้นแบบภายในฮอลล์นี้ เช่น ไก่ทอดไร้กระดูกชุบแป้งบางกรอบในรูปแบบถ้วยพกพาจากไทสัน ฟู้ดส์ เครื่องดื่มคอมบูชาผงสำเร็จรูปน้ำตาลน้อยจากวิลเลจ คอฟฟี่ และโดนัทปลาชุบเกล็ดขนมปังไส้ชีสเยิ้มจากพี.เอฟ.พี.
ความพิเศษของฮอลล์ 4 ยังถูกเติมเต็มด้วยเวทีสัมมนา “Future Food Experience+ Stage” ที่ดำเนินกิจกรรมยาวต่อเนื่องตลอดทั้ง 5 วัน เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนทรรศนะของผู้นำทางความคิดในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับประเด็นสำคัญ เช่น การหมักแบบแม่นยำ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ในระบบผลิตอาหาร โภชนาการเพื่อความอ่อนเยาว์ และความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทาน โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรระดับโลก อาทิ Innova Market Insights, Euromonitor, และคณะกรรมาธิการยุโรป มาร่วมจัดกิจกรรมเสวนาเชิงลึกและการชิมอาหารเพื่อเร่งการยอมรับนวัตกรรมอาหารใหม่
บริหารจัดการพื้นที่ยักษ์ใหญ่ 140,000 ตารางเมตร
ความยิ่งใหญ่ของการจัดงานในครั้งนี้สะท้อนผ่านตัวเลขพื้นที่จัดงานรวมกว่า 140,000 ตารางเมตร ครอบคลุมอาคารนิทรรศการทั้งหมด 12 อาคารของศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ประกอบด้วย อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3, อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม 4 และอาคารอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ 5-12 ซึ่งถือเป็นการบริหารจัดการพื้นที่ขนาดมหึมาเพื่อรองรับผู้จัดแสดงสินค้าจำนวน 3,556 รายจาก 56 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ทำให้งานนี้เป็นแพลตฟอร์มการค้าที่ครบวงจรที่สุด
ระบบการจัดงานได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับกิจกรรมสองรูปแบบ โดยกำหนดให้วันที่ 26-29 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00-18.00 น. เป็นวันสำหรับกิจกรรมการเจรจาธุรกิจโดยเฉพาะ (Trade Days) เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้ซื้อรายใหญ่สามารถดำเนินกิจกรรมทางการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความเป็นมืออาชีพสูงสุด ส่วนในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00-18.00 น. จะเปิดโอกาสให้เป็นทั้งวันเจรจาธุรกิจและวันจำหน่ายปลีกสำหรับประชาชนทั่วไป (Public Day) เพื่อกระตุ้นยอดขายในประเทศ
การจัดการพื้นที่และการจัดสัดส่วนเวลาที่ชัดเจนช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถวางแผนการเข้าชมและเจรจาการค้าได้อย่างเป็นระบบ ท่ามกลางวงรอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สั้นลงและความซับซ้อนในการจัดหาสินค้าที่เพิ่มขึ้น THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 จึงทำหน้าที่เป็นเวทีเดี่ยวที่ทรงประสิทธิภาพในการเปรียบเทียบ ประเมินคุณภาพสินค้า และมองหาโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจภายในระยะเวลาอันจำกัด ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขัน
คู่มือเตรียมความพร้อมสู่ระบบขนส่งและการแต่งกาย
เพื่ออำนวยความสะดวกและลดปัญหาการจราจรหนาแน่นบริเวณโดยรอบอิมแพ็ค เมืองทองธานี คณะผู้จัดงานได้ออกคำแนะนำให้ผู้เข้าร่วมงานใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก โดยสามารถเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู ลงที่สถานีอิมแพ็ค เมืองทองธานี สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสู่อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1 หรือเลือกเลือกลงที่สถานีทะเลสาบ เมืองทองธานี เพื่อเดินเข้าสู่อาคารอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ อาคาร 12 ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีบริการรถตู้ รถสองแถว รถจักรยานยนต์รับจ้าง และจุดบริการแท็กซี่คอยอำนวยความสะดวกในพื้นที่
ในส่วนของแนวปฏิบัติการแต่งกายสำหรับวันเจรจาธุรกิจระหว่างวันที่ 26-29 พฤษภาคม คณะผู้จัดงานขอความร่วมมือให้ผู้เข้าชมงานแต่งกายด้วยชุดสุภาพที่เหมาะสมกับลักษณะงานทางธุรกิจ เช่น ชุดสูทสากล หรือชุดสมาร์ทแคชชวล โดยงดเว้นการสวมกางเกงขาสั้น เสื้อแขนกุด และรองเท้าแตะอย่างเด็ดขาด รวมถึงจำกัดอายุผู้เข้าชมงานต้องมีอายุตั้งแต่ 17 ปีขึ้นไป ยกเว้นในวันสุดท้ายคือวันที่ 30 พฤษภาคม ซึ่งจะไม่มีการจำกัดข้อบังคับด้านการแต่งกายและอายุเพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงงานได้อย่างราบรื่น
ระบบการลงทะเบียนได้รับการพัฒนาเพื่อความสะดวกรวดเร็ว โดยแนะนำให้ผู้เข้าร่วมงานลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อนำรหัสไปรับบัตรเข้าชมงานได้ทันทีที่บริเวณจุดเคาน์เตอร์หน้าอาคาร 4, อาคาร 6, อาคาร 9 และอาคาร 10 ส่วนผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้าก็สามารถทำการลงทะเบียนแบบวอล์กอินได้ในบริเวณเดียวกัน มาตรการทั้งหมดนี้ถูกเตรียมพร้อมไว้เพื่อบริหารจัดการมวลชนจำนวนมหาศาลและสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการเข้าร่วมอีเวนต์ระดับโลกในครั้งนี้
#THAIFEX2026 #AnugaAsia #FutureFood #FoodInnovation #EconomicGrowth #TradeShowBangkok #SustianablePackaging

