ส่องแผน ไปรษณีย์ไทย ขนบัตรเลือกตั้ง69 ทุ่มงบใช้เทคโนโลยีAIคุมเข้ม

ส่องแผน ไปรษณีย์ไทย ขนบัตรเลือกตั้ง69 ทุ่มงบใช้เทคโนโลยีAIคุมเข้ม

การขับเคลื่อนระบอบประชาธิปไตยไทยในปี 2569 กำลังก้าวเข้าสู่หมุดหมายสำคัญ เมื่อหน่วยงานหลักระดับประเทศอย่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กรมการกงสุล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมครั้งใหญ่สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงภารกิจด้านธุรการทั่วไป แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนท่ามกลางความท้าทายของจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้าที่มีจำนวนมหาศาลกว่า 2.4 ล้านราย โดยเน้นย้ำว่ากระบวนการขนส่งบัตรเลือกตั้งจะต้องมีความปลอดภัยสูงสุดและถึงที่หมายตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

ความสำคัญของการเตรียมงานในรอบนี้อยู่ที่การบริหารจัดการปริมาณงานที่ซับซ้อนขึ้น เนื่องจากการเลือกตั้งปี 2569 มีทั้งการเลือกผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติควบคู่กันไป ซึ่งมีผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตถึง 2,262,643 ราย และนอกราชอาณาจักรอีก 139,535 ราย ขณะที่ตัวเลขผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิประชามตินอกเขตและนอกราชอาณาจักรก็พุ่งสูงรวมกว่า 1.59 ล้านรายเช่นกัน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวทางการเมืองของคนไทย ซึ่งกดดันให้หน่วยงานขนส่งหลักอย่าง ไปรษณีย์ไทย ต้องวางแผนการทำงานอย่างรัดกุมกว่าที่เคยเป็นมา โดยเฉพาะการดูแลความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าและบัตรออกเสียงประชามติที่ลงคะแนนแล้วให้กลับสู่กระบวนการนับคะแนนอย่างถูกต้อง

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ระบุชัดเจนว่าภารกิจการลำเลียงบัตรเลือกตั้งทั้งในและนอกราชอาณาจักรในครั้งนี้ได้รับมอบหมายให้ “ไปรษณีย์ไทย” เป็นผู้รับผิดชอบหลักตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การจัดส่งบัตรเปล่าไปยังสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ใน 67 ประเทศทั่วโลก ไปจนถึงการสนับสนุนข้อมูลข่าวสารผ่านจดหมายแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังครัวเรือนทั่วประเทศ นอกจากนี้ กกต. ยังได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยในระดับสูงสุดตลอดเส้นทางการเคลื่อนย้ายบัตร เพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและรับรองความโปร่งใสที่จะทำให้ผลการเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับของสังคมในวงกว้าง


ผ่าแผน Logistics ไฮเทค: “ดร.ดนันท์” กางกลยุทธ์แยกทรัพยากร 100% ป้องกันความผิดพลาด

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยเบื้องหลังการเตรียมงานว่า ไปรษณีย์ไทยได้จัดสรรทรัพยากรแบบ “Dedicated Resource” หรือการแยกงบประมาณ พนักงาน และยานพาหนะออกจากภารกิจปกติอย่างชัดเจน โดยมีการระดมบุคลากรพิเศษกว่า 9,000 คน ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ดูแลระบบขนส่งและพนักงานนำจ่ายที่เชี่ยวชาญในแต่ละพื้นที่ การแยกส่วนงานนี้ทำเพื่อป้องกันไม่ให้ปริมาณงานมหาศาลจากการเลือกตั้งไปกระทบกับการให้บริการ EMS หรือไปรษณีย์ปกติของประชาชน ในทางกลับกันยังช่วยให้การดำเนินภารกิจเลือกตั้งเป็นไปอย่างคล่องตัวและลดโอกาสการเกิดข้อผิดพลาดจากความปะปนของเอกสาร

หัวใจสำคัญของการขนส่งในปี 2569 คือการนำเทคโนโลยี AI และระบบติดตามแบบเรียลไทม์มาใช้ควบคุมการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง รถขนส่งทุกคันจะถูกติดตั้งกล้อง CCTV และเซ็นเซอร์ที่เชื่อมต่อกับศูนย์ประสานงานกลาง หากรถมีการหยุดนิ่งเกินเวลาที่กำหนดในจุดที่ไม่ได้ระบุไว้ในแผน ระบบจะทำการ Alert แจ้งเตือนไปยังคอนโทรลรูมทันทีเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสาเหตุ ข้อมูลการเคลื่อนไหวทั้งหมดจะถูก Tracking ออนไลน์และเปิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง กกต. และตำรวจ สามารถเข้าถึงเพื่อตรวจสอบสถานะการขนส่งได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการยกระดับความโปร่งใสในมิติของ Logistics ที่ก้าวล้ำกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด

สำหรับการบริหารจัดการงบประมาณ ดร.ดนันท์ ยืนยันว่าไปรษณีย์ไทยดำเนินการในรูปแบบ “Cost-based” หรือการคิดราคาตามต้นทุนจริงโดยไม่มุ่งหวังผลกำไรทางการค้า เนื่องจากถือเป็นภารกิจสำคัญของชาติที่ต้องร่วมกันขับเคลื่อนกระบวนการประชาธิปไตย ทุกหน่วยงานที่สนับสนุนภารกิจนี้จะต้องจัดทำรายละเอียดงบประมาณส่งให้ กกต. ตรวจสอบความสมเหตุสมผล แม้การทำงานครั้งนี้จะมีความซับซ้อนจากการเพิ่มขึ้นของภารกิจประชามติที่ทำให้ปริมาณงานหนักขึ้น แต่ทางไปรษณีย์ไทยมั่นใจว่าด้วยประสบการณ์ที่มีและความพร้อมของระบบติดตามที่ทันสมัย จะทำให้ภารกิจการขนส่งบัตรเลือกตั้งไปยัง 400 เขตทั่วประเทศลุล่วงไปด้วยดี


ไปรษณีย์ไทย

พลังความมั่นคง 1.2 แสนนาย: คุมเข้มขบวนขนส่งแบบ “VVIP” ตลอดเส้นทาง

ในส่วนของมาตรการความปลอดภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ยกระดับความเข้มข้นสูงสุดโดยเตรียมกำลังพลมากกว่า 126,000 นาย เพื่อปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยทั่วประเทศ พลตำรวจโทอุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าตำรวจจะเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ขั้นตอนการรับมอบบัตร การลำเลียง ไปจนถึงการรักษาความปลอดภัย ณ หน่วยเลือกตั้ง รูปแบบการขนส่งบัตรเลือกตั้งและบัตรประชามติจะถูกจัดให้เป็น “ขบวนคุ้มกัน” อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งประกอบด้วยรถนำขบวน รถขนส่งบัตร และรถปิดท้าย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมเดินทางปฏิบัติหน้าที่ในทุกเส้นทางไม่ว่าจะเป็นทางบกหรือการประสานงานทางอากาศ

ภารกิจนี้ครอบคลุมการคุ้มกันบัตรเลือกตั้งทุกประเภท ทั้งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศ นอกเขต ในเขต และที่สำคัญที่สุดคือบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ส่งมาจากต่างประเทศ ตำรวจได้วางกลไกการควบคุมที่สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยได้ทันท่วงที เจ้าหน้าที่ทุกนายได้รับการกำชับให้วางตัวเป็นกลางและปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้งครั้งสำคัญนี้ ความร่วมมือระหว่างไปรษณีย์ไทยและตำรวจจึงเปรียบเสมือนเกราะกำบังที่ช่วยให้มั่นใจว่าคะแนนเสียงของประชาชนจะถูกส่งต่ออย่างปลอดภัย

ขณะเดียวกัน กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรใน 95 เมืองปลายทางทั่วโลก นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล ระบุว่าได้มีการจัดส่งบัตรเปล่าและวัสดุอุปกรณ์ไปยังสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่เรียบร้อยแล้ว และมีการพัฒนาระบบติดตามรายงานสถานะการดำเนินงานทั่วโลกเพื่อตรวจสอบความคืบหน้าของการใช้สิทธิและการจัดส่งบัตรกลับประเทศไทย เมื่อบัตรที่ลงคะแนนแล้วกลับมาถึงไทย จะถูกส่งมอบต่อให้กับไปรษณีย์ไทยเพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดแยกทันที ภายใต้การดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ทันกำหนดการนับคะแนน


บทสรุปภารกิจเลือกตั้ง 69: ไปรษณีย์ไทยกับการส่งต่อความหวังกว่า 19 ล้านครัวเรือน

บทบาทของไปรษณีย์ไทยในการเลือกตั้งปี 2569 ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขนส่งบัตรเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึง 5 ภารกิจหลักที่สำคัญต่อการเข้าถึงสิทธิของประชาชน ตั้งแต่การจัดส่งหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ส.ส.1/6) และเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร ไปจนถึงข้อมูลร่างรัฐธรรมนูญสำหรับการออกเสียงประชามติ ซึ่งต้องดำเนินการส่งถึงมือประชาชนในครัวเรือนทั่วประเทศกว่า 19 ล้านครัวเรือน การจัดเตรียมรถขนส่งกว่า 600 เที่ยวบินและเที่ยวรถสำหรับการกระจายบัตรไปยัง 400 เขตเลือกตั้งถือเป็นปฏิบัติการด้าน Logistics ที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของปี 2569

ดร.ดนันท์ กล่าวย้ำทิ้งท้ายว่าภารกิจครั้งนี้เป็นงานที่ไปรษณีย์ไทยมีความเชี่ยวชาญและทำเป็นประจำอยู่แล้ว แม้จะมีความท้าทายเพิ่มขึ้นในเรื่องของจำนวนผู้ใช้สิทธิและการจัดทำประชามติพร้อมกัน แต่ด้วยการวางแผนที่รัดกุมและการระดมเจ้าหน้าที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงโค้งสุดท้าย จะเป็นเครื่องรับประกันได้ว่าบัตรเลือกตั้งทุกใบจะถูกส่งถึงที่หมายอย่างถูกต้องและปลอดภัย นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของการขนส่งได้ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ของไปรษณีย์ไทย เพื่อความโปร่งใสที่ทุกคนสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง

ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของการเลือกตั้งและประชามติปี 2569 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เกิดจากความร่วมมือที่สอดประสานกันของทุกภาคส่วน ตั้งแต่การวางระเบียบของ กกต. การบริหารจัดการของกรมการกงสุล การรักษาความปลอดภัยของตำรวจ ไปจนถึงประสิทธิภาพการลำเลียงของไปรษณีย์ไทย ทุกความพยายามนี้มุ่งเป้าไปที่จุดเดียวนั่นคือการรักษาเจตนารมณ์ของประชาชนผ่านบัตรเลือกตั้งทุกใบ เพื่อให้กระบวนการประชาธิปไตยของไทยก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและสง่างามในสายตาของคนไทยและนานาประเทศ

#เลือกตั้ง69 #ไปรษณีย์ไทย #กกต #ประชามติ69 #Logisticsไทย #ความโปร่งใส #ข่าวเศรษฐกิจ #TheReporterAsia

Related Posts