โตชิบา ไทยแลนด์ ประกาศศักดาผลงานปี 2568 ด้วยการเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจที่ผันผวนอย่างรุนแรง โดยสามารถทำตัวเลขการเติบโตได้สูงถึง 22% ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติในขณะที่ตลาดรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยกลับหดตัวลงอย่างน่าตกใจ ความสำเร็จอันโดดเด่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของโชคชะตา แต่เป็นผลลัพธ์จากการวางกลยุทธ์ที่แม่นยำและการรักษามาตรฐานคุณภาพญี่ปุ่นที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 พร้อมกันนี้ทางบริษัทฯ ยังได้เปิดเผยทิศทางธุรกิจในปี 2569 โดยตั้งเป้าหมายที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิมด้วยการตั้งเป้าเติบโตกว่า 30% เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ในประเทศไทยอย่างเต็มภาคภูมิ
ท่ามกลางความท้าทายรอบด้านที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญ ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและต้นทุนการดำเนินงานที่พุ่งสูงขึ้น โตชิบา ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์พอร์ตโฟลิโอที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง การก้าวผ่านวิกฤตในปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทีมบริหารและพันธมิตรคู่ค้าที่ทำงานอย่างมุ่งมั่นจนสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างเกินความคาดหมาย ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญที่ทำให้แบรนด์มีความพร้อมที่จะยกระดับไปสู่การเป็นผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในระดับภูมิภาคอาเซียนตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้
กลยุทธ์สำคัญที่นำพาโตชิบาไปสู่จุดสูงสุดในปีที่ผ่านมาคือการรุกตลาดสินค้ากลุ่มพรีเมียมที่ผู้บริโภคให้การตอบรับอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะตู้เย็นและเครื่องซักผ้าที่มียอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสานเข้ากับงานดีไซน์ที่สวยงามเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและภาพลักษณ์ที่ทันสมัย ด้วยเป้าหมายที่จะ “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” โตชิบาจึงไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และการบริการเพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทยและคู่ค้าในทุกภาคส่วน
เจาะลึกความสำเร็จปี 2568 เติบโตเหนือตลาดด้วยยอดขาย 2.4 ล้านเครื่อง
ในปี 2568 ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของประเทศไทยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 70,000 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้าถึง 7.1% เนื่องมาจากปัจจัยหลายด้านโดยเฉพาะสภาพอากาศที่ไม่ร้อนยาวนานเท่าที่ควร ส่งผลให้ยอดขายเครื่องปรับอากาศไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม โตชิบากลับสามารถสร้างปรากฏการณ์เติบโตได้สูงถึง 22% ซึ่งสูงกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมอย่างเห็นได้ชัด ตัวเลขความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์สามารถดึงส่วนแบ่งการตลาดจากคู่แข่งมาได้อย่างมีประสิทธิภาพในเกือบทุกกลุ่มสินค้า
เมื่อพิจารณาแยกตามประเภทสินค้าจะพบว่า โตชิบา มีอัตราการเติบโตที่น่าทึ่งในกลุ่มสินค้าหลัก โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำที่เติบโตสูงถึง 60% เมื่อเทียบกับตลาดที่โตเพียง 15% ในขณะที่กลุ่มเครื่องซักผ้าและไมโครเวฟของโตชิบาก็มีการเติบโตที่ 30% และ 17% ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดอย่างมาก ความสำเร็จที่เกิดขึ้นส่งผลให้บริษัทฯ สามารถทำยอดขายรวมได้สูงถึง 2.4 ล้านเครื่องต่อปี และรักษาอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ที่เฉลี่ยสูงถึง 16%
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกโตชิบาคือการหันไปซื้อสินค้าที่มีความเป็นพรีเมียมมากขึ้น โดยเฉพาะตู้เย็นมัลติดอร์ที่เติบโตถึง 60% และเครื่องซักผ้าฝาหน้าที่เติบโตถึง 61% สินค้ากลุ่มอื่นๆ เช่น พัดลม ก็มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างถล่มทลายถึง 166% และเครื่องทำน้ำอุ่นเติบโต 60% ข้อมูลเหล่านี้ตอกย้ำว่ากลยุทธ์การทำตลาดที่เน้นตอบโจทย์ความต้องการเชิงลึกของผู้บริโภคไทยนั้นประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในการมุ่งสู่การเป็นแชมป์ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า
เปิดโรดแมปปี 2569 มุ่งเป้าเบอร์ 1 พร้อมขยายอาณาจักร 1 แสนล้าน
สำหรับทิศทางในปี 2569 โตชิบาได้คาดการณ์ว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยจะมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 105,600 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ประมาณ 3.8% ในช่วงปี 2566-2571 จากสัดส่วนมูลค่าตลาดจะเห็นได้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กและเครื่องปรับอากาศยังคงเป็นกลุ่มที่ใหญ่และมีโอกาสเติบโตสูง ด้วยเหตุนี้โตชิบาจึงตั้งเป้าหมายที่จะเป็นเบอร์ 1 ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทย โดยมุ่งเน้นการรักษาแชมป์ในกลุ่มสินค้าที่ครองอันดับ 1 อยู่แล้ว และเพิ่มสัดส่วนการตลาดในกลุ่มสินค้าอื่นๆ อย่างเข้มข้น
ภายใต้แผนงานใหม่ โตชิบาวางแผนที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ในกลุ่มตู้เย็นและไมโครเวฟ พร้อมกับตั้งเป้าขยับขึ้นสู่ Top 2 ในกลุ่มเครื่องซักผ้าและหม้อหุงข้าว สำหรับกลุ่มเครื่องทำน้ำอุ่นและพัดลม บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นสู่ Top 3 ของตลาดให้ได้ภายในปีนี้ การที่จะบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ โตชิบาเตรียมขยายพอร์ตโฟลิโอสินค้าทั้งในเชิงกว้างโดยการเพิ่มประเภทสินค้าใหม่ๆ และในเชิงลึกด้วยการขยายไลน์อัพในกลุ่มสินค้าเดิมให้ครอบคลุมทุกความต้องการ
กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ในปีนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 4 ระดับ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่กลุ่ม Entry สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน ไปจนถึงกลุ่ม Mass ที่เน้นความคุ้มค่า นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่ม Premium และ Flagship ซึ่งเป็นสินค้าเรือธงที่สะท้อนภาพลักษณ์ความเหนือระดับของแบรนด์ด้วยวัสดุและสเปกสูงสุด การแบ่งกลุ่มที่ชัดเจนนี้จะช่วยให้โตชิบาสามารถเข้าถึงผู้บริโภคในทุกระดับราคาและไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในทุกมิติของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทย

ยกทัพนวัตกรรมกว่า 60 รุ่น ชูซีรีส์ “KUMO” ปฏิวัติงานดีไซน์เจแปนดิ
โตชิบาเตรียมเขย่าตลาดครั้งใหญ่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากกว่า 60 รุ่นในปี 2569 เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่กลุ่มตู้เย็นซึ่งตั้งเป้าเติบโต 25% โดยเตรียมส่งตู้เย็นเจแปนดิ เจเนอเรชันที่ 2 ภายใต้ชื่อ “KUMO Series” ลงสู้ศึก ตู้เย็นมัลติดอร์รุ่นนี้มาพร้อมกับดีไซน์ Seamless เรียบหรูสีขาวนวลที่ออกแบบมาสำหรับการติดตั้งแบบบิลท์อินโดยเฉพาะ พร้อมเทคโนโลยี Dual Cooling ที่แยกการทำความเย็นระหว่างช่องแช่เย็นและแช่แข็งได้อย่างอิสระ
ในกลุ่มเครื่องซักผ้า โตชิบาตั้งเป้าเติบโตถึง 30% โดยมุ่งเน้นไปที่เครื่องซักและอบผ้าฝาหน้าซีรีส์ใหม่ที่เน้นความหรูหราแบบ Flat design เพื่อความสวยงามในทุกมุมมอง มาพร้อมกับเทคโนโลยี Origin Color ที่ช่วยปกป้องสีผ้าให้คงทนและทำความสะอาดผ้าขาวได้อย่างล้ำลึก รวมถึงฟังก์ชัน Aroma+ ที่ช่วยให้ผ้าหอมยาวนานยิ่งขึ้น สำหรับกลุ่มเครื่องครัว โตชิบาก็ตั้งเป้าเติบโตมากกว่า 30% โดยมีสินค้าเด่นทั้งไมโครเวฟไร้จานหมุน หม้อหุงข้าวดีไซน์ปิ่นโต และหม้อทอดไร้น้ำมันขนาดใหญ่ 5 ลิตร
นอกจากนี้ สินค้ากลุ่มเครื่องใช้ในบ้านและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำก็เป็นกลุ่มที่โตชิบาให้ความสำคัญอย่างมาก โดยตั้งเป้าเติบโตในทุกหมวดหมู่ พัดลมดีไซน์ไซโคลนรุ่นใหม่ที่กระจายลมได้ไกลถึง 12 เมตร และเครื่องทำน้ำอุ่นเทคโนโลยี SensTemp ที่มีระบบความปลอดภัยสูงสุด จะเป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายที่สำคัญ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการเปิดตัวเครื่องฟอกอากาศขนาด XL และเครื่องกรองน้ำระบบ Nano และ UV ที่สามารถสั่งงานผ่านแอป TSmartLife เพื่อตอบรับเทรนด์สมาร์ทโฮมของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน
รุกการตลาดคนรุ่นใหม่ด้วยงบ 12.5% พร้อมยกระดับบริการหลังการขาย
ด้านกลยุทธ์การตลาดในปีนี้ โตชิบาได้ทุ่มงบประมาณส่งเสริมการตลาดสูงถึง 12.5% ของยอดขาย เพื่อสร้างแบรนด์ให้ดูเด็กลงและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Young Gen) มากยิ่งขึ้น ผ่านแคมเปญหลัก #GoodforBetterLife ที่สื่อสารว่าเทคโนโลยีที่ดีต้องก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงต่อชีวิต โดยมีการร่วมงานกับผู้กำกับชื่อดังอย่าง “เต๋อ นวพล” เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่เข้าถึงใจผู้บริโภค พร้อมแผนการสื่อสารแบบครบวงจรทั้งสื่อบิลบอร์ด สื่อดิจิทัล และการใช้ KOLs เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขวางขึ้น
นอกจากการสร้างแบรนด์แล้ว โตชิบายังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ ณ จุดขาย ด้วยการปรับโฉมหน้าร้านค้าให้มีความทันสมัยและเพิ่มจำนวนพนักงานขายเพื่อให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น การลงทุนในสื่อ ณ จุดขายและการจัดกิจกรรมโรดโชว์ทั่วประเทศจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและสร้างความใกล้ชิดกับผู้บริโภค เป้าหมายคือการทำให้จุดขายไม่ใช่เพียงที่วางสินค้า แต่เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าโตชิบาทุกคน
สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการเพิ่มประสิทธิภาพด้านบริการหลังการขายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว โดยโตชิบาได้ประกาศการันตีงานซ่อมภายใน 24 ชั่วโมงสำหรับสินค้ากลุ่มพรีเมียม พร้อมทั้งมีการเพิ่มบริการซ่อมถึงบ้าน (On-site Service) และขยายช่องทางการติดต่อสื่อสารกับแผนกลูกค้าสัมพันธ์ให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น พันธกิจทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโตชิบาที่จะไม่เพียงแค่ขายสินค้า แต่คือการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคชาวไทยอย่างดีที่สุด เพื่อก้าวไปสู่การเป็นเบอร์ 1 ในใจลูกค้าอย่างยั่งยืน
#GoodforBetterLife, #ToshibaThailand, #เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ1, #นวัตกรรมเพื่อชีวิต, #โตชิบานำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต

