HMC Polymers ทะยานเป้า 2.9 หมื่นล้าน ชูนวัตกรรม PP ยั่งยืน

HMC Polymers ทะยานเป้า 2.9 หมื่นล้าน ชูนวัตกรรม PP ยั่งยืน

วงการอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยกำลังถูกจับตามองอีกครั้ง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด หรือ HMC Polymers ผู้นำการผลิตเม็ดพลาสติกโพลีโพรพิลีน (PP) รายแรกและรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รวมถึงเป็นเบอร์ต้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ออกมาประกาศทิศทางธุรกิจในปี 2569 อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มุ่งเน้นเรื่องความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ การขยับตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การรักษาฐานที่มั่นเดิม แต่เป็นการประกาศก้าวเข้าสู่ยุค “Future-Ready Innovation” อย่างเต็มตัว

การแถลงข่าวครั้งนี้เปรียบเสมือนการส่งสัญญาณความพร้อมไปยังตลาดโลกว่า HMC Polymers ไม่ได้มองเพียงแค่ตัวเลขกำไร แต่กำลังวางรากฐานให้กับ “อนาคตที่ยั่งยืน” ภายใต้แนวคิด “Step Forward Toward a Sustainable Future” ซึ่งจะเป็นเข็มทิศหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจตลอดปี 2569 โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มพิเศษ (Specialty) และกลุ่มเม็ดพลาสติก PP เพื่อความยั่งยืน เพื่อตอบรับมาตรฐานโลกที่เข้มงวดขึ้นทุกวัน

สิ่งที่น่าสนใจและเป็นไฮไลต์สำคัญที่นักลงทุนต้องจับตา คือเป้าหมายรายได้ที่ตั้งไว้สูงถึง 29,000 ล้านบาทในปี 2569 ซึ่งถือเป็นการก้าวกระโดดที่ท้าทายจากรายได้รวม 27,000 ล้านบาทในปี 2568 ที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มาจากการวางกลยุทธ์ที่ครอบคลุมทั้งนวัตกรรมการผลิต การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก เพื่อมุ่งสู่การเป็นโซลูชันด้าน PP แบบครบวงจรที่หาตัวจับยากในภูมิภาคนี้


วิสัยทัศน์ผู้นำ: เร่งสปีดนวัตกรรม Spherizone สู้ศึกตลาดโลกที่ผันผวน

นายคอร์โซ อูซีลลี่ ประธานบริษัท HMC Polymers ได้ฉายภาพรวมของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความท้าทายสูง โดยเฉพาะการแข่งขันที่รุนแรงจากการที่มีคู่แข่งหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความผันผวนของต้นทุนพลังงานซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก รวมถึงแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมที่กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการทำธุรกิจยุคใหม่ ทำให้บริษัทต้องเร่งปรับตัวและพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก PP เกรดพรีเมียมให้โดดเด่นกว่าคู่แข่ง โดยอาศัยเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกอย่าง Spherizone มาเป็นอาวุธหลักในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างเต็มประสิทธิภาพ

แนวทางการบริหารงานในปี 2569 จะมุ่งเน้นไปที่การรักษาเสถียรภาพของการปฏิบัติงานให้มีความเป็นเลิศ (Operational Excellence) เพื่อให้ทุกกระบวนการผลิตเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการรักษาฐานลูกค้าเดิมที่เหนียวแน่นและการขยายฐานลูกค้าใหม่ด้วยบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้าน นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทางการเงินอย่างมีวินัย การสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง และการปรับตัวที่รวดเร็ว (Agility) เพื่อให้เท่าทันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน

ที่สำคัญที่สุดคือการยึดถือเสาหลักแห่งความยั่งยืน 3 ประการ ได้แก่ การหมุนเวียนทรัพยากร (Circularity) การลดปริมาณคาร์บอน (Carbon Reduction) และการเชื่อมต่อทางธุรกิจ (Connectivity) บนพื้นฐานของจริยธรรม ซึ่งคุณคอร์โซได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ว่า:

“ปี 2569 เรายังคงต้องเร่งพัฒนาธุรกิจให้แข่งขันได้ในสถานการณ์ที่มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีต้นทุนทางพลังงานที่ผันผวนจากปัจจัยต่าง ๆ รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กดดันให้อุตสาหกรรมพลาสติกต้องปรับตัวอย่างสูง” — นายคอร์โซ อูซีลลี่ ประธานบริษัท HMC Polymers


HMC Polymers

นวัตกรรมนำยอดขาย: เจาะลึกกลยุทธ์ 15% Growth ท่ามกลางอุตสาหกรรมที่ทรงตัว

แม้ว่าในปี 2568 ภาพรวมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลกจะอยู่ในสภาวะทรงตัว แต่ยอดขายเม็ดพลาสติก PP ของ HMC Polymers กลับสร้างปรากฏการณ์เติบโตได้ถึงร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นายพรชัย พิชิตวุฒิกร รองประธานอาวุโส สายงานกลยุทธ์ นวัตกรรม และพาณิชยกิจ เปิดเผยว่าความสำเร็จนี้มาจากความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ (PP Product Portfolio Diversity) ที่ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมการแพทย์ ยานยนต์ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ความหลากหลายนี้เองที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยง เมื่ออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งชะลอตัวลง บริษัทยังมีส่วนงานอื่นที่ช่วยพยุงและสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งปัจจัยความสำเร็จคือ “Shareholder Synergy” หรือการประสานประโยชน์ร่วมกับผู้ถือหุ้นระดับโลกอย่าง พีทีที โกลบอล เคมิคอล (GC) และ LyondellBasell (LYB) ความร่วมมือกับ GC นำไปสู่การคิดค้นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่อย่างเม็ดพลาสติก Bio-Circular PP ซึ่งใช้ต้นทางวัตถุดิบที่ยั่งยืน ขณะที่การถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก LYB ทำให้ HMC Polymers กลายเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PP เกรดพรีเมียมที่มีความหลากหลายที่สุดในกลุ่มบริษัทที่ LYB ร่วมลงทุน สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่านวัตกรรมไม่ใช่แค่เรื่องของเทคนิค แต่คือกลยุทธ์หลักในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

นอกจากมิติด้านผลิตภัณฑ์แล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนอย่างมีระบบ (Cost Optimization) ผ่านการบริหารจัดการวัตถุดิบและลดความสูญเสียในกระบวนการผลิตด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรไว้ได้ดีแม้ในสภาวะตลาดที่ท้าทาย ความสำเร็จจากฐานเดิมในปี 2568 จึงเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้ความมุ่งมั่นสู่รายได้ 29,000 ล้านบาทในปี 2569 ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม


แกร่งทั่วแผ่น: กลยุทธ์การเงินและแผนการออกหุ้นกู้ชุดใหม่เสริมสภาพคล่อง

ทางด้านความแข็งแกร่งทางการเงิน นางสาวอังคณี สุนทรสวัสดิ์ รองประธาน สายการเงิน บัญชีและงานสนับสนุนองค์กร เผยข้อมูลที่น่าทึ่งว่า ในปี 2568 HMC Polymers มีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งถือเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพทางการเงินที่ดีเยี่ยมและเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง สำหรับปี 2569 นี้ บริษัทได้วาง 4 กลยุทธ์ทางการเงินที่เข้มข้น เริ่มจากการมุ่งเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนผ่านการขายเม็ดพลาสติกเกรดพิเศษที่แตกต่างจากคู่แข่ง และการบริหารจัดการต้นทุนในห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

นอกจากนี้ บริษัทยังเน้นการบริหารเงินทุนหมุนเวียนและการใช้เงินลงทุนอย่างรอบคอบระมัดระวัง เพื่อสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานให้ต่อเนื่อง และที่สำคัญคือการบริหารโครงสร้างทางการเงินให้มีเสถียรภาพ โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทประสบความสำเร็จอย่างสูงในการออกหุ้นกู้ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี ส่งผลให้ในปี 2569 นี้ HMC Polymersมีแผนที่จะออกหุ้นกู้เพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางการเงินและต่อยอดโครงการนวัตกรรมต่าง ๆ ที่วางแผนไว้

ความเชื่อมั่นจากเหล่านักลงทุนนี้สะท้อนถึงประวัติการดำเนินธุรกิจอันยาวนานกว่า 43 ปี และสถานะการเป็นผู้นำนวัตกรรมเม็ดพลาสติก PP รายใหญ่ที่สุดในไทย การออกหุ้นกู้ชุดใหม่จึงไม่เพียงแต่เป็นการระดมทุน แต่เป็นการตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นที่ตลาดมีต่อวิสัยทัศน์และการบริหารจัดการที่มีธรรมาภิบาลของบริษัท โดยนางสาวอังคณีคาดหวังว่าการระดมทุนครั้งใหม่นี้จะได้รับการตอบรับที่อบอุ่นเช่นเดิมเพื่อก้าวข้ามทุกความท้าทายในอนาคต


คืนคุณค่าสู่สังคม: จากแพลตฟอร์ม PP Reborn สู่โมเดลจัดการขยะ “ไม่เทรวม”

ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นอีกหนึ่งมิติที่ HMC Polymersให้ความสำคัญไม่แพ้ตัวเลขทางธุรกิจ ในปี 2568 แพลตฟอร์ม “PP Reborn” ซึ่งเป็นโครงการจัดการพลาสติก PP ใช้แล้วได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือที่น่าประทับใจกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยมีการเพิ่มจุดรับพลาสติก PP ใช้แล้วถึง 121 จุดทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถส่งพลาสติกกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้สะดวกยิ่งขึ้น นี่คือรูปธรรมของการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่เกิดขึ้นได้จริงจากการเชื่อมต่อทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน

สำหรับแผนงานในปี 2569 บริษัทเตรียมขยายผลความร่วมมือไปยังสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพื่อปลูกฝังค่านิยมและการใช้พลาสติก PP อย่างถูกวิธีให้แก่กลุ่มเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมในอนาคต การสร้างความตระหนักรู้ตั้งแต่วัยเรียนจะช่วยให้การจัดการขยะพลาสติกเป็นเรื่องที่ยั่งยืนและกลายเป็นวิถีชีวิตใหม่ของคนไทย

นอกจากนี้ HMC Polymersยังได้ร่วมกับกรุงเทพมหานคร เปิดตัวโครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียม ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายในสังคมเมือง โครงการนี้มุ่งสร้างโมเดลการจัดการขยะที่สอดคล้องกับนโยบาย “ไม่เทรวม” ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้มั่นใจว่าขยะที่แยกมาแล้วจะไม่ถูกนำไปรวมกันอีกในภายหลัง การลงมือทำจริงในระดับชุมชนเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า HMC Polymersพร้อมจะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลาสติกให้เติบโตไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมที่สะอาดขึ้นอย่างยั่งยืน


#แฮชแท็ก #HMCPolymers #PPPlastic #SustainableFuture #Petrochemical #CircularEconomy #BusinessNews #ThailandIndustry #Innovation #CarbonReduction #GreenBusiness