อโกด้า (Agoda) แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวระดับโลกในเครือบุ๊คกิ้ง โฮลดิ้งส์ ประกาศย้ายสำนักงานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 20 ปี เข้าสู่โครงการ “วัน แบงค็อก” อย่างเป็นทางการ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนสถานที่ทำงาน แต่เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการยกระดับกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมด้านการท่องเที่ยวระดับโลก หรือ “Silicon Valley of Bangkok” ที่พร้อมรองรับการเติบโตของบุคลากรสายเทคโนโลยีกว่า 4,000 ชีวิต
สำนักงานแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ณ ทาวเวอร์ 5 (Tower 5) ของโครงการวัน แบงค็อก ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 7 ชั้น ตั้งแต่ชั้น 27 ถึง 33 คิดเป็นพื้นที่รวมกว่า 26,000 ตารางเมตร โดยอโกด้าถือเป็นผู้เช่ารายใหญ่ที่ออกแบบพื้นที่ตามแนวคิด “สำนักงานสไตล์แคมปัส” (Campus-style office) ที่เน้นความเปิดโล่ง ยืดหยุ่น และเอื้อต่อการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่เหล่านักเดินทางในองค์กรจากหลากหลายสัญชาติทั่วโลก
เจาะลึกอาณาจักร 7 ชั้น 7 แรงบันดาลใจแห่งการเดินทาง
หัวใจสำคัญของการออกแบบสำนักงานแห่งนี้คือการสะท้อนตัวตนของอโกด้าผ่านแนวคิดความมหัศจรรย์ วัฒนธรรม และการผจญภัย โดยพื้นที่ทั้ง 7 ชั้นได้รับการตกแต่งให้มีบรรยากาศที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เริ่มต้นที่ชั้น 27 ในธีม “สิ่งมหัศจรรย์ในยุคโบราณ” (Wonder | Ancient) ที่เน้นการใช้วัสดุธรรมชาติและดีไซน์เรียบง่ายเพื่อให้พนักงานมีสมาธิจดจ่อกับงาน ขยับขึ้นมาที่ชั้น 28 จะพบกับ “สิ่งมหัศจรรย์ในยุคสมัยใหม่” (Wonder | Modern Masterpieces) ที่เน้นความล้ำสมัย สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างไม่หยุดนิ่ง และชั้น 29 ที่เป็นโซนต้อนรับในธีม “ความเป็นสากลในยุคสมัยใหม่” (Cosmopolitan | Modern City) เปรียบเสมือนพลังของมหานครที่พร้อมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก

สำหรับชั้น 30 และ 31 เน้นเรื่องราวของ “วัฒนธรรม” ผ่านงานฝีมือ (Culture | Craftsman) และลวดลายบนผืนผ้า (Culture | Textile & Color) โดยมีการหยิบยกมรดกงานผ้าจากทั่วโลกมาสร้างสีสัน สะท้อนถึงความหลากหลายของพนักงานอโกด้าที่มีมากกว่า 100 สัญชาติ ส่วนชั้น 32 และ 33 จะนำพาทุกคนไปสู่โลกแห่ง “การผจญภัย” โดยชั้น 32 จำลองบรรยากาศป่าเขตร้อน (Adventure | Tropical Forest) ด้วยพื้นที่สีเขียวที่ให้ความรู้สึกสดชื่น ในขณะที่ชั้น 33 ออกแบบภายใต้ธีมภูเขาหิมะ (Adventure | Snowy Mountain) ที่เน้นความโปร่งสบายและเส้นสายที่สะอาดตา สร้างบรรยากาศการทำงานที่เงียบสงบและผ่อนคลาย
นอกจากความสวยงามของธีมแต่ละชั้นแล้ว อโกด้ายังให้ความสำคัญกับงานศิลปะที่บอกเล่าเรื่องราวความผูกพันต่อกรุงเทพฯ โดยมีการเชิญศิลปินชื่อดังมาร่วมถ่ายทอดผลงาน เช่น ภาพวาดฝาผนังในห้องประชุมคณะกรรมการจาก Ease Studio ที่ได้แรงบันดาลใจจากพลังชีวิตของกรุงเทพฯ ผลงานของ “เต๊นต์ คัจฉกุล” บนชั้น 28 ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณและความสนุกสนานของชาวอโกด้า และผลงานของ “นาบิล การ์ซัลลาห์” ศิลปินระดับสากลบนชั้น 29 ที่ผสมผสานแลนด์มาร์คสำคัญทั่วเอเชียและตะวันออกกลาง เพื่อเฉลิมฉลองให้กับกรุงเทพฯ ในฐานะบ้านที่อบอุ่นของสำนักงานแห่งนี้
สิ่งอำนวยความสะดวกระดับโลก เพื่อสุขภาวะที่ดีของพนักงาน
อโกด้าได้จัดเต็มสิ่งอำนวยความสะดวกที่ล้ำสมัยเพื่อสนับสนุนการทำงานแบบ Hybrid และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพนักงาน โดยมีไฮไลท์สำคัญคือ “อโกด้า บริดจ์ คาเฟ่” (Agoda Bridge Café) ที่ร่วมกับร้าน Sarnies ตั้งอยู่บนชั้น 29 คาเฟ่นี้ได้รับการออกแบบให้มีผนังเป็นรูปสะพาน เพื่อสื่อถึงพันธกิจของอโกด้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกผ่านการเดินทาง นอกจากนี้ยังมีห้องประชุมใหญ่ (Boardroom) ที่ติดตั้งเทคโนโลยีครบครัน และโซน Network Operations Center (NOC) ที่คอยดูแลระบบการทำงานของแพลตฟอร์มให้ราบรื่นตลอด 24 ชั่วโมง
เพื่อรองรับการทำงานในสายคอนเทนต์ อโกด้าได้สร้างห้องสตูดิโอ (Studio Room) ที่มีฉากเขียวครบวงจร และห้องอัดเสียง (Audio Room) มาตรฐานมืออาชีพสำหรับการผลิตพอดแคสต์และสื่อวิดีโอต่างๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาสตูดิโอภายนอก ในด้านสุขภาพ พนักงานสามารถใช้บริการห้องออกกำลังกาย (Exercise Room) สำหรับโยคะหรือพิลาทิส รวมถึงห้องพักผ่อนเพื่อสุขภาพ (Wellness Pods) และห้องสวดมนต์ (Multi-Faith Room) ที่เปิดกว้างสำหรับทุกความเชื่อ เพื่อให้พนักงานได้พักผ่อนและเติมพลังระหว่างวัน
หนึ่งในความภาคภูมิใจที่อโกด้ายังคงสืบสานจากสำนักงานเดิมคือ “บริการนวดผ่อนคลาย” (Massage) โดยพนักงานนวดมืออาชีพที่เป็นผู้พิการทางสายตา ซึ่งจัดเตรียมไว้ถึง 3 จุดทั่วสำนักงาน บริการนี้นอกจากจะช่วยลดความเมื่อยล้าจากการทำงานแล้ว ยังเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสนับสนุนและสร้างอาชีพให้แก่กลุ่มผู้พิการทางสายตาในประเทศไทยอย่างยั่งยืน ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นแรงบันดาลใจและนวัตกรรมตามที่ผู้บริหารตั้งเป้าไว้
กลยุทธ์ “Inside Out” และการปฏิวัติวงการด้วย AI
ในด้านเทคโนโลยี Idan Zalzberg ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของอโกด้า ได้เปิดเผยถึงกลยุทธ์การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิด “Inside Out” ในการนำเทคโนโลยี Generative AI มาใช้ โดยเริ่มจากการเพิ่มศักยภาพให้กับพนักงานภายในองค์กรก่อนที่จะส่งต่อไปยังลูกค้า ปัจจุบันพนักงานอโกด้ากว่า 85% มีการใช้งานเครื่องมือ AI ในการทำงานประจำวัน ตั้งแต่การสรุปข้อความใน Slack ไปจนถึงการใช้ “Code Buddy” เครื่องมือ AI ที่ช่วยตรวจสอบโค้ด ซึ่งได้รับความพึงพอใจสูงถึง 92% และช่วยให้วิศวกรทำงานได้รวดเร็วขึ้นอย่างมหาศาล
อโกด้ายังโชว์ตัวเลขการทำงานที่น่าทึ่ง โดยมีการคำนวณราคาที่พักถึง 13 ล้านราคาในทุกๆ วินาที เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด และมีการส่งข้อความผ่านระบบถึง 4 ล้านล้านข้อความต่อวัน การย้ายมาที่ One Bangkok ยังช่วยให้ทีมเทคนิคสามารถบริหารจัดการระบบที่มีความซับซ้อนนี้ได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานของ AI Agent และการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ไม่มีการหยุดนิ่ง โดยมีการอัปเดตแอปพลิเคชันมากกว่า 500 ครั้งในหนึ่งวัน
ก้าวต่อไปของอโกด้าคือการยกระดับจากแพลตฟอร์มจองที่พักไปสู่การเป็น “เพื่อนร่วมเดินทาง” (Travel Companion) ที่ใช้ AI ในการช่วยวางแผนการเดินทางแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการสรุปรีวิวจากผู้ใช้นับแสนให้เหลือเพียงใจความสำคัญ หรือการมีแชทบอทอัจฉริยะที่ตอบข้อความเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับที่พักแต่ละแห่งได้อย่างแม่นยำ สิ่งเหล่านี้คือการนำข้อมูลมหาศาลที่อโกด้ามีอยู่ มาปรับแต่งด้วย AI เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เฉพาะตัวและน่าเชื่อถือที่สุดสำหรับนักเดินทางทั่วโลก
ทำไมต้อง One Bangkok? การบรรจบกันของนวัตกรรมและความยั่งยืน
การตัดสินใจเลือกโครงการวัน แบงค็อก เป็นที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่นั้นมาจากความต้องการพื้นที่ที่ตอบโจทย์แนวคิด “แคมปัส” ได้อย่างแท้จริง ด้วยความที่เป็นโครงการที่มีพื้นที่ต่อชั้นกว้างที่สุดในประเทศไทย ทำให้อโกด้าสามารถจัดวางโต๊ะทำงานแบบเปิดโล่งที่ช่วยให้พนักงานเกือบ 4,000 คนสามารถสื่อสารและทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ รูปแบบพื้นที่ที่ยืดหยุ่น (Build-to-suit) นี้ยังรองรับการเติบโตของทีมงานในอนาคตที่อโกด้าตั้งเป้าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ผมทราบดีว่าก่อนหน้านี้เราอยู่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ซึ่งเป็นออฟฟิศที่ยอดเยี่ยมมาก และเมื่อเราย้ายมาที่นี่ หลายคนตั้งคำถามว่าทำไม ผมหวังว่าเมื่อคุณได้มาสัมผัสที่นี่ด้วยตัวเอง คุณจะเข้าใจเหตุผลนั้น – ออมรี มอร์เกนสเทิร์น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) Agoda Thailand
ความยั่งยืนเป็นอีกปัจจัยหลักที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของอโกด้า โดยโครงการวัน แบงค็อก ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED Platinum และมาตรฐานอาคารอัจฉริยะอย่าง WiredScore และ SmartScore โครงการยังจัดสรรพื้นที่กว่าครึ่งให้เป็นพื้นที่สีเขียวสาธารณะ ซึ่งช่วยเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีให้แก่พนักงาน นอกจากนี้ ทำเลที่ตั้งที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนและเข้าถึงได้ง่ายจากทุกพื้นที่ของกรุงเทพฯ ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของพนักงานและผู้มาติดต่อได้อย่างดีเยี่ยม
การย้ายสำนักงานครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการขยายธุรกิจ แต่เป็นการลงหลักปักฐานเพื่อสร้างนิเวศทางเทคโนโลยีที่เข้มแข็งในไทย โดยอโกด้ามุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ลดลำดับชั้นการบริหาร (Flat communication) เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนไอเดียที่สร้างสรรค์ได้ทุกที่ทุกเวลา ความมุ่งมั่นนี้สอดคล้องกับเป้าหมายในการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีในประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ระดับสากล และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง
“เป้าหมายของเราคือการสร้างพื้นที่การทำงานร่วมกันด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ทีมเทคโนโลยีที่เก่งที่สุดในเอเชียแปซิฟิก และผมอยากจะคิดว่าเก่งที่สุดในโลกด้วย เราหวังที่จะสานต่อภารกิจในการสร้าง Silicon Valley ขึ้นที่นี่ในกรุงเทพฯ และเติบโตทีมงาน 4,000 คนของเราต่อไป”— Idan Zalzberg, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO), Agoda
#Agoda #OneBangkok #SiliconValleyOfBangkok #TravelTech #AI #AgodaLife #BangkokOffice #Innovation #DigitalTransformation #TravelPlatform

