ซีดีจี ผงาดคว้า 2 รางวัลใหญ่ ตอกย้ำผู้นำเทคโนโลยีเพื่อสังคมระดับประเทศ

ซีดีจี ผงาดคว้า 2 รางวัลใหญ่ ตอกย้ำผู้นำเทคโนโลยีเพื่อสังคมระดับประเทศ

ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือกแต่คือทางรอดของทุกภาคส่วน กลุ่มบริษัทซีดีจี (CDG Group) ยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการโซลูชันไอทีแบบครบวงจรของประเทศไทย ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญอีกครั้งบนเวทีระดับประเทศ ด้วยการคว้า 2 รางวัลเกียรติยศจากงาน Future Trends Awards 2026 ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จและการยอมรับในฐานะองค์กรต้นแบบที่นำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนสังคมอย่างเป็นรูปธรรม การได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 นี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงมาตรฐานการทำงานที่ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นการตอกย้ำจุดยืนอันแข็งแกร่งภายใต้แนวคิด ‘Technology for a Better Society’ ที่กลุ่มบริษัทซีดีจียึดมั่นมาโดยตลอด เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยและในระดับสากล

รางวัลที่กลุ่มบริษัท ซีดีจี ได้รับในครั้งนี้ประกอบด้วย รางวัล “The Most Impactful” ซึ่งมอบให้แก่ในฐานะองค์กรที่โดดเด่นด้านการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม และรางวัล “Tech Professional Love” ซึ่งเป็นรางวัลที่สะท้อนถึงความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากบุคลากรในสายเทคโนโลยีที่ยกให้ซีดีจีเป็นองค์กรในดวงใจ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้เปรียบเสมือนภาพสะท้อนของวิสัยทัศน์ที่แหลมคมในการผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับความเข้าใจในบริบทของสังคมไทยอย่างลึกซึ้ง ส่งผลให้โซลูชันต่างๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมานั้นสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้จริงและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างมหาศาล

ท่ามกลางความท้าทายของโลกในปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมหาศาล กลุ่มบริษัท ซีดีจี ได้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีที่ดีต้องทำหน้าที่มากกว่าการเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพในเชิงธุรกิจ แต่ต้องเป็นพลังสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ การที่องค์กรสามารถรักษามาตรฐานจนคว้าชัยชนะมาได้ต่อเนื่องถึง 3 ปีซ้อนนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการวางรากฐานทางความคิดที่เชื่อว่าดิจิทัลคือกลไกหลักในการเสริมศักยภาพประเทศ ความปลอดภัยของประชาชน และความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ซีดีจียังคงยืนหนึ่งในอุตสาหกรรมไอทีไทยอย่างสง่างาม


เจาะลึกความสำเร็จ ‘The Most Impactful’ นวัตกรรมเปลี่ยนโลกที่ใช้ได้จริง

หัวใจสำคัญที่ทำให้กลุ่มบริษัทซีดีจีสามารถคว้ารางวัล The Most Impactful มาครองได้นั้น มาจากการนำองค์ความรู้และศักยภาพทางเทคโนโลยีไปสร้างผลลัพธ์ที่ขยายวงกว้างทั้งในและต่างประเทศอย่างน่าทึ่ง หนึ่งในผลงานชิ้นโบว์แดงที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากคือการได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลมัลดีฟส์ ให้เป็นที่ปรึกษาในการออกแบบและกำหนดมาตรฐานระบบทะเบียนราษฎรและบัตรประชาชนดิจิทัล (CRVSID) โปรเจกต์นี้ถือเป็นการวางรากฐานสำคัญให้กับบริการภาครัฐยุคใหม่ของมัลดีฟส์ ช่วยให้การบริหารจัดการข้อมูลประชากรมีความแม่นยำ โปร่งใส และเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งเป็นโมเดลที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของบริษัทไทยที่สามารถก้าวไปสู่ระดับอินเตอร์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

นอกเหนือจากงานระดับนานาชาติแล้ว ในระดับท้องถิ่นซีดีจียังได้แสดงศักยภาพผ่านการนำเทคโนโลยีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ หรือ GIS (Geographic Information System) มาสนับสนุนภารกิจสำคัญในยามวิกฤต อย่างกรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหวจนอาคารถล่ม ทีมงานได้ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วนให้ปรากฏบนแผนที่เดียวกัน ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถมองเห็นภาพรวมสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ช่วยให้การวางแผนกู้ภัยและการปฏิบัติงานมีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งในแง่ของมนุษยธรรมนี่คือการรักษาชีวิตคน และในแง่เศรษฐกิจคือการลดความสูญเสียจากภัยพิบัติที่อาจขยายตัวลุกลามหากขาดการจัดการที่มีประสิทธิภาพ

ซีดีจี

ความโดดเด่นอีกประการคือการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์ม ArcGIS เพื่อพัฒนาโมเดล “Retail Delivery Hub” ซึ่งเป็นการปฏิวัติการบริหารจัดการโลจิสติกส์สำหรับภาคธุรกิจ ระบบนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถจัดสรรพื้นที่ให้บริการของแต่ละสาขาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนการขนส่งได้มากกว่า 12 ล้านบาทต่อปี ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อเทคโนโลยีถูกนำมาใช้อย่างถูกจุด มันจะไม่ใช่เพียงแค่ค่าใช้จ่าย แต่คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเป็นกำไรและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่มั่นคง สะท้อนแนวคิดที่มองดิจิทัลเป็นกลไกสำคัญในการเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของชาติอย่างแท้จริง


‘Tech Professional Love’ เมื่อวัฒนธรรมองค์กรคือแม่เหล็กดึงดูดหัวกะทิ

ในโลกของเทคโนโลยี “คน” คือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด และรางวัล Tech Professional Love คือเครื่องพิสูจน์ว่ากลุ่มบริษัทซีดีจีคือองค์กรที่คนทำงานสายเทคโนโลยีให้การยอมรับมากที่สุด สิ่งที่ทำให้ซีดีจีแตกต่างคือวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและให้อิสระแก่บุคลากรในการทดลอง ต่อยอดแนวคิดจากสถานการณ์จริง พนักงานที่นี่ไม่ได้ถูกจ้างมาเพื่อเขียนโปรแกรมตามคำสั่งเท่านั้น แต่พวกเขาได้รับโอกาสในการร่วมออกแบบและขับเคลื่อนเทคโนโลยีสำคัญของประเทศ ซึ่งเป็นงานที่มีความหมายและสร้างผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ทำให้คนทำงานรู้สึกภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนเองลงมือทำ

กลุ่มบริษัทซีดีจียังให้ความสำคัญกับการออกแบบเส้นทางการเติบโตของพนักงานอย่างชัดเจน โดยสนับสนุนทั้งในสายงานผู้เชี่ยวชาญ (Specialist) และสายงานบริหาร (Management) เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรทุกคนจะมีโอกาสพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง รูปแบบการทำงานที่นี่มุ่งเน้นที่ผลลัพธ์และความรับผิดชอบ (Result-oriented) มากกว่าการจับผิดในรายละเอียดปลีกย่อย ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตและค่านิยมของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวในการทำงาน การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้เช่นนี้เองที่กลายเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดและรักษาบุคลากรระดับหัวกะทิให้อยู่กับองค์กรเพื่อร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

ความสำเร็จในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนสายเทคโนโลยีนี้ ยังส่งผลดีต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมดิจิทัลในประเทศไทย เพราะการมีองค์กรที่พร้อมสนับสนุนและให้โอกาสคนทำงานได้แสดงฝีมือกับโจทย์ระดับประเทศ ถือเป็นการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ของบุคลากรดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ซีดีจีได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อบริษัทมีความเชื่อมั่นในคุณค่าของคน และพนักงานเชื่อมั่นในคุณค่าขององค์กร พลังแห่งความร่วมมือจะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมที่สามารถแก้ปัญหาความซับซ้อนของสังคมได้จริง และพร้อมที่จะเติบโตไปพร้อมกับความท้าทายใหม่ๆ ในอนาคตอย่างมั่นคง


เมื่อคนและเทคโนโลยีต้องเดินหน้าไปด้วยกัน

แพร พันธุมวนิช ประธานบริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะตัวแทนจากกลุ่มบริษัท ซีดีจี  ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสำเร็จในครั้งนี้และทิศทางในอนาคตไว้อย่างคมชัด โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของเทคโนโลยีที่ต้องเปลี่ยนผ่านจากการเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กร ไปสู่การเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ

“ในวันที่โลกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล บทบาทของเทคโนโลยีต้องก้าวไกลกว่าการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร แต่ต้องเป็นพลังที่ช่วยยกระดับระบบการทำงานของประเทศให้แม่นยำ และเห็นภาพเดียวกัน เราเชื่อว่าการพัฒนาดิจิทัลที่ดีต้องเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วนให้เห็นภาพเดียวกัน เพื่อให้การตัดสินใจรวดเร็วขึ้น และสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้ง 2 รางวัล จึงสะท้อนสิ่งเดียวกัน คือเมื่อเราสร้างระบบที่แข็งแรง มีทีมงานที่เชื่อในคุณค่าของสิ่งที่ทำ การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนย่อมเกิดขึ้นได้จริง” — แพร พันธุมวนิช 

คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นว่า ซีดีจีไม่ได้มองความสำเร็จเพียงแค่รางวัลที่ได้รับ แต่มองไปถึงการสร้าง “ระบบที่แข็งแรง” ซึ่งจะกลายเป็นรากฐานสำคัญของไทยในอนาคต ในระยะต่อไปที่การเปลี่ยนแปลงจะมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในมิติด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และความคาดหวังของสังคม องค์กรจึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งในส่วนของระบบที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการพัฒนาคนให้สามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านั้นได้จริง การได้รับรางวัลต่อเนื่องจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการก้าวไปสู่บทใหม่ที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม

ท้ายที่สุดนี้ กลุ่มบริษัทซีดีจียังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์การบริหารจัดการของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันของไทยบนเวทีโลก ความสำเร็จครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าความได้เปรียบที่แท้จริงในโลกยุคดิจิทัลไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด แต่อยู่ที่ใครสามารถใช้เทคโนโลยีนั้นสร้างผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนได้จริง และมีคนที่มีศักยภาพพร้อมที่จะขับเคลื่อนมันไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

#CDGGroup #FutureTrendsAwards2026 #TechnologyForABetterSociety #DigitalTransformation #GIS #TechProfessionalLove #TheMostImpactful #ThaiTechLeader

Related Posts