ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หรือ LH Bank ประกาศทรานส์ฟอร์มตัวเองครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัว “GENIE AI” ผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปพลิเคชัน LHB You ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากยุค Mobile-First เข้าสู่ยุค AI-First และ Voice-First อย่างเต็มตัว การขยับตัวในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ลงในแอปพลิเคชันทั่วไป แต่เป็นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกมาเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนปฏิสัมพันธ์กับสถาบันการเงิน โดยเน้นการสื่อสารด้วย “เสียง” และ “ภาษาธรรมชาติ” เพื่อทำลายกำแพงความซับซ้อนของเมนูธนาคารที่เคยเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ใช้งานในอดีต
เบื้องหลังความสำเร็จของการพัฒนา GENIE AI นั้นมีรากฐานที่แข็งแกร่งจากการสนับสนุนของบริษัทแม่ในไต้หวันอย่าง CTBC Bank ซึ่งเป็นธนาคารเอกชนอันดับหนึ่งที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้านเทคโนโลยีทางการเงิน ผสานกับความร่วมมือจากพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) และ ฟิวชั่น โซลูชั่น เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่ชาญฉลาดและปลอดภัยสูงสุด การเปิดตัวในครั้งนี้ยังมาพร้อมกับการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้เข้าถึงง่ายและจริงใจมากขึ้น ผ่านกลยุทธ์ Music Marketing โดยคว้าตัวศิลปินขวัญใจมหาชนอย่าง “โจอี้ ภูวศิษฐ์” มาเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ เพื่อสื่อสารว่าเทคโนโลยีการเงินในวันนี้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและเป็นมิตรสำหรับทุกคน
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ LH Bank ต้องการส่งมอบประสบการณ์ “Digital Finance Lifestyle” ให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่รักเทคโนโลยี กลุ่มพนักงานบริษัท หรือแม้แต่กลุ่มผู้สูงอายุที่อาจจะเคยรู้สึกว่าแอปพลิเคชันธนาคารนั้นใช้งานยาก ด้วยความสามารถของ GENIE AI ที่พร้อมสแตนด์บายดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง จะทำให้การทำธุรกรรมทางการเงินไม่ได้จำกัดอยู่แค่การกดปุ่มบนหน้าจออีกต่อไป แต่คือการมีเพื่อนคู่คิดที่พร้อมรับฟังและจัดการทุกความต้องการทางการเงินให้สำเร็จเพียงแค่ “เอ่ยปากพูด” เท่านั้น ซึ่งพร้อมเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
วิสัยทัศน์ผู้นำและการผนึกกำลังเทคโนโลยีระดับโลก
นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ LH Bank ได้กล่าวถึงทิศทางของธนาคารที่เน้นย้ำว่า Banking ในยุคใหม่ควรจะเป็นเรื่องที่ง่าย มีสัญชาตญาณ และมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น โดย GENIE AI ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความเป็นมนุษย์ (Human-Centric) อย่างแท้จริง ซึ่งได้รับการถ่ายทอด DNA ทางเทคโนโลยีมาจาก CTBC Bank ธนาคารอันดับหนึ่งจากไต้หวันที่มีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 14 ประเทศทั่วโลก ความมั่งคั่งทางเทคโนโลยีนี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้ LH Bank กล้าที่จะสร้างสรรค์โซลูชันระดับโลกเพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมธนาคารไทยให้ก้าวไปอีกขั้นสู่ความเป็นสากล
ความน่าสนใจของโปรเจกต์นี้คือการทำงานร่วมกับ Microsoft ภายใต้หลักการ Responsible AI ซึ่งเน้นความรับผิดชอบและความปลอดภัยสูงสุดในการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ นายฉี ชิง-ฟู่ ยืนยันว่าถึงแม้ธนาคารจะเป็นธนาคารขนาดเล็กในไทย แต่การมีบริษัทแม่อย่าง CTBC ที่มีสินทรัพย์มหาศาลและความเชี่ยวชาญด้าน AI เป็นอันดับต้นๆ ทำให้ GENIE AI มีความฉลาดล้ำลึกและมีเสถียรภาพสูง การนำ AI เข้ามาช่วยดูแลลูกค้านั้นไม่ใช่การนำมาเพื่อทดแทนพนักงาน แต่เป็นการขยายศักยภาพในการให้บริการเพื่อให้พนักงานสามารถดูแลลูกค้าในเรื่องที่ซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่ธุรกรรมทั่วไป AI จะทำหน้าที่เป็นด่านหน้าที่มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ การเลือกใช้ระบบคลาวด์และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) จากไมโครซอฟท์ ยังช่วยให้ GENIE AI สามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็วและมีความแม่นยำในการรับฟังและโต้ตอบสูงมาก ท่านผู้บริหารเชื่อมั่นว่าความเชื่อใจ (Trust) คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการนำ AI มาใช้ เช่นเดียวกับที่ผู้โดยสารเชื่อใจระบบ Autopilot ของเครื่องบิน การที่ LH Bank ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกจึงเป็นคำยืนยันว่าระบบนี้ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากล ทั้งในด้านการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัยของทุกรายการเดินบัญชีที่เกิดขึ้นผ่านเสียง
เจาะลึกความล้ำสมัย GENIE AI ผู้ช่วยที่คุยได้ 3 ภาษา
ความโดดเด่นที่ทำให้ GENIE AI เป็นรายแรกในไทยคือความสามารถในการสั่งงานด้วยเสียงแบบ “Voice-to-Action” ซึ่งผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องจำเมนูที่ซับซ้อนอีกต่อไป เพียงแค่กดปุ่มไมโครโฟนแล้วพูดสั่งงานอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น “โอนเงินให้แม่ 15,000 บาท” ระบบจะนำทางไปยังหน้าสรุปธุรกรรมพร้อมระบุชื่อผู้รับและจำนวนเงินให้ทันที นอกจากนี้ยังมีความฉลาดที่ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านภาษา เพราะสามารถสื่อสารได้คล่องแคล่วถึง 3 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ และจีน (Mandarin) ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์สำคัญที่ตอบโจทย์ลูกค้านักธุรกิจและนักลงทุนในระดับสากลที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

เทคโนโลยี Natural Interaction ทำให้ AI ตัวนี้มีน้ำเสียงที่นุ่มนวล ไม่แข็งทื่อเหมือนหุ่นยนต์ในสมัยก่อน และยังสามารถจดจำบริบทของการสนทนาได้ต่อเนื่อง ทำให้การพูดคุยมีความลื่นไหลเหมือนได้คุยกับพนักงานจริงในสาขา ธนาคารได้นำเอา Pain Point ของลูกค้าที่ต้องเสียเวลาเรียนรู้แอปพลิเคชันใหม่ๆ ทุกครั้งที่มีการอัปเดต มาแก้ไขด้วยระบบ Smart Navigation ที่ GENIE จะเป็นคนพาลูกค้าไปยังหน้าฟังก์ชันที่ต้องการทันที ไม่ว่าจะเป็นการขอรายการเดินบัญชี หรือการกดเงินไม่ใช้บัตร ช่วยลดความยุ่งยากและประหยัดเวลาให้กับผู้ใช้งานทุกวัยได้อย่างมหาศาล
นอกจากด้านธุรกรรมแล้ว GENIE AI ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูล (Knowledge & Q&A) ที่พร้อมตอบคำถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบ Real-time ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงื่อนไขการเปิดบัญชี ดอกเบี้ยเงินฝาก หรือแม้แต่การเปรียบเทียบแผนประกันภัยการเดินทาง ระบบจะช่วยวิเคราะห์และให้ข้อมูลที่เข้าใจง่ายที่สุดเพื่อช่วยในการตัดสินใจ การมีที่ปรึกษาทางการเงินส่วนตัวที่พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงแบบไม่มีวันหยุดนี้ จึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างธนาคารและลูกค้า ที่มีความใกล้ชิดและสะดวกสบายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
กลยุทธ์รุกตลาดรายย่อยด้วยความจริงใจและเข้าถึงง่าย
นายพีรพัฒน์ เกษบุญชู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มลูกค้ารายย่อย ได้เผยถึงกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าผ่านแนวคิด “Digital Finance Lifestyle” โดยมุ่งเน้นไปที่ 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่ม Digital Savvy คนรุ่นใหม่ที่ชอบเทคโนโลยี, กลุ่มพนักงานออฟฟิศ (Payroll) และกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้า (Merchant) กลยุทธ์ที่สำคัญคือการทำให้ธนาคารเป็นมากกว่าที่เก็บเงิน แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผ่านดนตรีและพรีเซนเตอร์ โดยการดึง “โจอี้ ภูวศิษฐ์” มาเป็นตัวแทนความจริงใจ ซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์ของ LH Bank ที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่คนมักจดจำว่าเป็นธนาคารเพื่ออสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การเป็นธนาคารที่ดูแลทุกเรื่องการเงิน
การเชื่อมโยงแบรนด์ผ่าน Music Marketing ช่วยให้ “ภาษาการเงิน” ที่เคยดูเป็นเรื่องยาก กลายเป็นเรื่องที่สนุกและเข้าใจได้สำหรับทุกคน นายพีรพัฒน์เปรียบเทียบว่าโจอี้เป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จจนเป็นพระเอกร้อยล้าน เช่นเดียวกับ LH Bank ที่พร้อมจะเติบโตและเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้าด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย นอกเหนือจาก AI ธนาคารยังนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้จริง เช่น บัญชีเงินฝากที่มอบความคุ้มครองอุบัติเหตุสูงสุดถึง 20 ล้านบาท หรือการฝากเงินที่ได้รับความคุ้มครองโรคร้ายแรงโดยไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันภัย ซึ่งถือเป็นความคุ้มค่าที่หาได้ยากในตลาดปัจจุบัน
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่เป็นไฮไลต์คือ “LHB You Coin” ภายใต้แคมเปญ D-U-K ที่มอบคอยน์สะสมจากการทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะเป็นการสั่งอาหาร ช้อปปิ้งออนไลน์ หรือการรับเงินผ่านบัญชี ซึ่ง 1 คอยน์ มีค่าเท่ากับ 1 บาท สามารถนำไปแลกเป็นเงินคืนเข้าบัญชีได้สูงสุดถึง 200 บาทต่อเดือน กลยุทธ์นี้เป็นการดึงดูดใจให้ลูกค้าเปลี่ยนมาใช้บริการของ LH Bank เป็นบัญชีหลักในชีวิตประจำวัน โดยมี GENIE AI เป็นผู้ช่วยดูแลการใช้งานทั้งหมดให้ง่ายขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “แบงก์ที่ใช่…กับคนที่ชอบ” ที่ธนาคารพยายามสื่อสารมาโดยตลอด
ความปลอดภัยระดับโลกและการควบคุมโดยมนุษย์
ในยุคที่ภัยไซเบอร์ทวีความรุนแรงขึ้น LH Bank ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง (Security & Privacy by Design) โดยนายวสุพล ธารกานต์ จาก Microsoft Thailand ได้ยืนยันว่าข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าจะไม่ถูกนำไปใช้เทรน AI ให้คนอื่นเห็นเด็ดขาด ระบบทำงานบนโครงสร้างพื้นฐาน Cloud ที่มีความเสถียรและปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้ GENIE AI ยังถูกออกแบบมาไม่ให้เข้าถึงยอดเงินในบัญชีของลูกค้าโดยตรงในเฟสแรก หากมีการสั่งโอนเงิน ระบบจะทำหน้าที่เพียงแค่นำทางและเตรียมข้อมูลให้เท่านั้น แต่ขั้นตอนสุดท้าย “มนุษย์” หรือตัวลูกค้าเองจะต้องเป็นคนตรวจสอบข้อมูลและกดยืนยันด้วยรหัสผ่าน (PIN) ด้วยตัวเองเสมอ
หลักการ “Human Oversight” คือหัวใจของการกำกับดูแลเทคโนโลยีในครั้งนี้ ทุกความเคลื่อนไหวของ AI จะอยู่ภายใต้การควบคุมของทีมงานผู้เชี่ยวชาญ และมีการบันทึก Log ที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ตลอดเวลา นายศุภกิจ ยงวิทิตสถิต จาก Fusion Solution ระบุว่าความซับซ้อนของระบบเบื้องหลังเปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็ง ที่ยอดบนสุดคือความง่ายบนหน้าจอแอปพลิเคชัน แต่ฐานล่างที่จมอยู่ใต้ดินคือระบบการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแรงดุจปราสาทหิน การออกแบบระบบลักษณะนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมข้อมูล หรือความผิดพลาดจากการประมวลผลของปัญญาประดิษฐ์ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ธนาคารยังมีระบบตรวจจับความเสี่ยงแบบ Real-time ที่จะทำงานควบคู่ไปกับการประมวลผลของGENIE AI เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคำสั่งเสียงที่ส่งเข้ามานั้นถูกต้องและปลอดภัย ความร่วมมือระหว่าง LH Bank และพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงการนำซอฟต์แวร์มาใช้ แต่เป็นการ “Co-innovate” หรือร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่เพื่อให้เหมาะกับพฤติกรรมของคนไทยและกฎระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย การสร้างความเชื่อมั่นนี้เองที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจและกล้าที่จะก้าวเข้าสู่โลกของ AI Banking ไปพร้อมกับธนาคาร
“AI assistant แปลว่าเขามาช่วยในลักษณะการทำธุรกรรมของเรา แต่ยังไม่ได้เข้ามากำกับหรือว่าเข้ามาทำแทนเรา ทุกอย่างยังเป็นไปตามที่เรากำหนดให้เขาทำ” นายพีรพัฒน์ เกษบุญชู – ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มลูกค้ารายย่อย LH Bank
แผนงานสู่อนาคต: จากผู้ช่วยสู่โค้ชการเงินส่วนตัว
เป้าหมายในระยะ 2 ปีข้างหน้าของ LH Bank ไม่ใช่แค่การมี AI ที่รับคำสั่งได้ แต่คือการพัฒนาGENIE AI ให้ก้าวสู่การเป็น “AI Financial Coach” อย่างเต็มรูปแบบ ในระยะที่สอง จีนี่จะเริ่มเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ช่วยมาเป็น “ที่ปรึกษา” (AI Advisor) ที่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายและแนะนำแผนการออมเงินที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละบุคคลได้ เช่น หากมีเงินก้อนใหญ่เข้ามาในบัญชี จีนี่อาจจะแนะนำผลิตภัณฑ์เงินฝากดอกเบี้ยสูงหรือกองทุนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของลูกค้าคนนั้นๆ โดยเฉพาะ (Hyper Personalization)
ความคาดหวังสูงสุดของธนาคารคือการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับสังคมไทย โดยจีนี่จะช่วยคิดและวางแผนความมั่งคั่งเพื่อการเกษียณอายุ ช่วยลดภาระของภาครัฐในอนาคต การมีโค้ชการเงินที่จบระดับ “ปริญญาเอก” บรรจุอยู่ในมือถือของทุกคน จะทำให้ความรู้ด้านการเงินไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่คนกลุ่มน้อยที่มีเงินจ้างที่ปรึกษาอีกต่อไป แต่จะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ลูกค้า LH Bank ทุกคนจะได้รับ การปรับเปลี่ยนจากการใช้เมนูไปสู่การสนทนาอย่างแท้จริงจะช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการธนาคาร และอาจจะกลายเป็นมาตรฐานที่ทุกธนาคารต้องเดินตามในอนาคตอันใกล้
ในตอนท้าย นายวุฒิชัย กมลสายุข ผู้บริหารด้านดิจิทัลได้สรุปว่า ความสำเร็จในวันนี้เกิดขึ้นจากการรับฟัง Pain Point ของลูกค้าอย่างแท้จริง ธนาคารจะไม่หยุดพัฒนาเพียงเท่านี้ แต่จะเติบโตไปพร้อมกับเสียงสะท้อนจากผู้ใช้งาน เพื่อให้GENIE AI กลายเป็นเพื่อนแท้ที่เข้าใจลูกค้ามากที่สุด การเปิดสาขาใหม่ที่ Central Westgate ในวันที่ 27 มีนาคมนี้ ก็จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ลูกค้าสามารถไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ และขอคำแนะนำในการใช้งานนวัตกรรมล่าสุดนี้ได้จากทีมงานมืออาชีพ ซึ่งยืนยันว่าการเดินหน้าสู่โลกดิจิทัลของ LH Bank นั้นจะยังคงความอบอุ่นและใส่ใจในความเป็นมนุษย์ไว้เช่นเดิม
#LHBank #GENIEAI #LHBYou #DigitalBanking #AIBanking #JoeyPhuwasit #FinTech #MicrosoftThailand #FusionSolution #FinancialFreedom #โจอี้ภูวศิษฐ์

