PRAKAAN ควง 4 บิ๊กคอร์ป ปั้นกำแพงเพชรขยับชั้นสู่แลนด์มาร์คพรีเมียม

PRAKAAN ควง 4 บิ๊กคอร์ป ปั้นกำแพงเพชรขยับชั้นสู่แลนด์มาร์คพรีเมียม

การขยับตัวครั้งสำคัญของภาคธุรกิจไทยในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำทิศทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่มุ่งเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อ 5 องค์กรพันธมิตรยักษ์ใหญ่ระดับโลก นำโดย ปราการ (PRAKAAN) ผนึกกำลังกับ วัน แบงค็อก, ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด และบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกันเปิดตัวโปรเจกต์ยักษ์ภายใต้แคมเปญ “Journey of Heritage, Savoring the Taste of Thailand” ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระยะยาวที่ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับพรีเมียมโดยเฉพาะ โดยเลือกใช้จังหวัดกำแพงเพชร เมืองมรดกโลกที่ทรงคุณค่าเป็นจุดหมายปลายทางหลักในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย

ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้สอดคล้องอย่างมีนัยสำคัญกับยุทธศาสตร์ปี 2569 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ชูแนวคิด “Value over Volume” เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Premium Destination ระดับโลกอย่างเต็มตัว ผ่านกลยุทธ์สำคัญที่เรียกว่า Amazing 5-Economy ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การสร้าง “Sub-culture Economy” หรือการเจาะกลุ่มตลาดเฉพาะ (Niche Market) ที่มีกำลังซื้อสูง โดยใช้เสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมสมัยและไลฟ์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละเมืองมาเป็นแรงดึงดูดหลัก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและระดับมหภาคอย่างยั่งยืน

แพลตฟอร์มดังกล่าวมิได้เป็นเพียงแค่การจัดทริปท่องเที่ยวชั่วคราว แต่ถูกวางรากฐานให้เป็นโมเดลธุรกิจที่เชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรมเข้ากับการดื่มด่ำรสชาติความเป็นไทยในระดับสากล โดยมุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์ที่ผ่านการรังสรรค์อย่างประณีต หรือ Curated Craft Experience ผสมผสานกับความเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เหมือนใคร เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในรากแก้วของความเป็นไทย หรือ Timeless Thai Pride และสื่อสารอัตลักษณ์ความเป็นไทยแท้ หรือ Authentic Thai Essence ออกสู่สายตาชาวโลก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อน Soft Power ของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในอนาคต


กำแพงเพชรจากเมืองทางผ่านสู่จุดหมายพรีเมียมในมิติใหม่

ในเชิงยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว จังหวัดกำแพงเพชรถูกวางตัวให้เป็นฟันเฟืองหลักในการสะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของการเดินทางระดับพรีเมียม เนื่องจากเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัยและมีสถานะเป็นเมืองมรดกโลกที่ได้รับการยอมรับจาก UNESCO ทั้งในมิติของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร และความสมบูรณ์ทางธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติคลองลาน รวมถึงยอดเขาโมโกจูในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งความอุดมสมบูรณ์เหล่านี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่เชื่อมโยงกับแนวคิด “Provenance” หรือแหล่งที่มาของทรัพยากรที่บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ระดับพรีเมียมอย่างปราการ

การยกระดับกำแพงเพชรให้กลายเป็นเมืองน่าเที่ยวสำหรับกลุ่มนักเดินทางยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์ระดับสูงนั้น สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเมืองที่ไม่ได้มีดีแค่โบราณสถาน แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวอันเป็นเสน่ห์ที่สามารถนำมาเล่าขานผ่านไลฟ์สไตล์การเดินทางที่หรูหราได้ โดยการนำเอาต้นทุนทางวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งมาผสมผสานกับการบริหารจัดการการท่องเที่ยวระดับสากล จะช่วยเปลี่ยนมุมมองของนักท่องเที่ยวที่มีต่อจังหวัดเมืองรอง ให้กลายเป็นจุดหมายที่ต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการกระจายรายได้สู่ชุมชนรอบข้างอุทยานมรดกโลกอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ความภาคภูมิใจในรากฐานและวัฒนธรรมไทย หรือ “Pride” ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้กำแพงเพชรตอบโจทย์นักเดินทางกลุ่มคุณภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะในปัจจุบันนักท่องเที่ยวระดับพรีเมียมไม่ได้แสวงหาเพียงแค่ความสะดวกสบาย แต่กำลังมองหาคุณค่า (Value) และความหมายของการเดินทางที่ลึกซึ้ง ซึ่งกำแพงเพชรมีต้นทุนเหล่านี้อยู่อย่างเต็มเปี่ยม การเข้ามาของกลุ่มพันธมิตรธุรกิจระดับโลกจึงเปรียบเสมือนการเข้ามาช่วยเจียระไนอัญมณีเม็ดงามเม็ดนี้ให้ส่องประกายชัดเจนยิ่งขึ้นบนแผนที่การท่องเที่ยวโลก


พลังแห่งพันธมิตรและการเชื่อมโยงประสบการณ์เหนือระดับ

ความสำเร็จของแพลตฟอร์ม “Journey of Heritage, Savoring the Taste of Thailand” เกิดจากการร้อยเรียงจุดแข็งของพันธมิตรแต่ละรายเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมี วัน แบงค็อก ในฐานะแลนด์มาร์คไลฟ์สไตล์ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ เป็นผู้เปิดประตูสู่ประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่แตกต่างและทรงคุณค่า สะท้อนวิสัยทัศน์ของ วัน แบงค็อก รีเทล ที่มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์กิจกรรมพิเศษเพื่อยกระดับช่วงเวลาของการใช้ชีวิตของกลุ่มลูกค้าสำคัญให้เต็มไปด้วยความประทับใจ ผ่านการทำงานร่วมกับแบรนด์ชั้นนำเพื่อมอบความเอ็กซ์คลูซีฟขั้นสูงสุดในทุกมิติของการเดินทาง

ในด้านการเดินทางและโลจิสติกส์ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เข้ามาเสริมทัพด้วยการมอบบริการระดับบูทีคที่เน้นความสะดวกสบายตั้งแต่เริ่มต้นการเดินทาง ณ ห้องรับรอง Boutique Lounge จนถึงการเชื่อมต่อระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินสุโขทัย ซึ่งถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ต้องมีความพร้อมในทุกจุดสัมผัส (Touchpoint) ขณะที่ เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ได้นำทัพยนตรกรรมระดับโลกอย่าง ปอร์เช่ (Porsche) กว่า 15 คัน มามอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับผ่านเส้นทางประวัติศาสตร์ ซึ่งถือเป็นการผสานสุนทรียะแห่งเทคโนโลยียุคใหม่เข้ากับความงดงามของสถาปัตยกรรมโบราณได้อย่างน่าอัศจรรย์

ขบวนรถปอร์เช่ที่ประกอบด้วยซีรีส์ยอดนิยมอย่าง 911 Carrera, Taycan 4S, Panamera 4 E-Hybrid ไปจนถึง Cayenne S E-Hybrid Coupé ที่โลดแล่นผ่านอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ไม่เพียงแต่เป็นภาพลักษณ์ที่สวยงาม แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวไทยที่สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ระดับไฮเอนด์ได้เป็นอย่างดี การรวมตัวของคอมมูนิตี้ผู้ใช้รถปอร์เช่ในพื้นที่มรดกโลกจึงเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จในการเจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและมีกำลังซื้อสูง ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาวตามนโยบายของภาครัฐ


ปราการ (PRAKAAN) สัญลักษณ์ความสำเร็จของซิงเกิลมอลต์ไทย

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญและเป็นตัวแปรใหม่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจคือการเปิดตัว โรงกลั่นซิงเกิลมอลต์วิสกี้แห่งแรกของประเทศไทย (PRAKAAN Distillery) ภายใต้แบรนด์ ปราการ (PRAKAAN) ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดกำแพงเพชร โรงกลั่นแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานประกอบการอุตสาหกรรม แต่ถูกออกแบบให้เป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสถึง “Passion” และกระบวนการผลิตคุณภาพระดับโลกด้วยฝีมือคนไทย โดยอาศัยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และแหล่งน้ำบริสุทธิ์ในพื้นที่มรดกโลกมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์

ความน่าสนใจของแบรนด์ปราการที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยคือความสำเร็จบนเวทีระดับสากล โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ PRAKAAN SELECT CASK (ปราการ ซีเล็คท์ คาสก์) ที่สามารถคว้ารางวัล Category Winner จากเวที World Whiskies Awards ในสาขา Single Malt Whisky No Age Statement ต่อเนื่องถึง 2 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปี 2569 การได้รับการยอมรับในระดับโลกเช่นนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของคนไทยในการผลิตสินค้าพรีเมียมที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ และเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่หลงใหลในศิลปะการดื่ม (Connoisseurs) จากทั่วทุกมุมโลก

สถาปัตยกรรมของโรงกลั่นปราการยังได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่ร่วมสมัยที่ผสมผสานระหว่างมรดกไทยกับดีไซน์ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้รับประสบการณ์ที่ครบทุกโสตสัมผัส ทั้งการรับชมกระบวนการผลิตที่ละเอียดอ่อน การสัมผัสธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และการชื่นชมความงดงามของอาคารสถานที่ ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกรวมไว้เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าที่ต้องการส่งมอบความภาคภูมิใจในแบรนด์ไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างแท้จริง


สุนทรียศาสตร์แห่งรสชาติและ Soft Power ผ่านการปรุงของเชฟระดับโลก

การท่องเที่ยวระดับพรีเมียมจะสมบูรณ์ไปไม่ได้หากขาดประสบการณ์ด้านอรรถรส โดยแคมเปญนี้ได้รังสรรค์ช่วงเวลาพิเศษ “Sunset Dinner Experience” ผ่านฝีมือของ เชฟอาร์ ธีรภัทร เซเลบริตี้เชฟชื่อดังที่หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นของกำแพงเพชรมาตีความใหม่ภายใต้แนวคิด “จากเมืองหน้าด่านสู่ครัวท้องถิ่นแม่น้ำปิง” นำเสนออาหารในรูปแบบ Authentic Kamphaeng Phet Cuisine ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชาวน้ำปิงเข้ากับมาตรฐานการบริการระดับสากล สร้างความประทับใจให้กับนักเดินทางกลุ่มเป้าหมาย

ความพิเศษที่โดดเด่นคือการทำ Food Pairing ระหว่างเมนูอาหารไทยโบราณกับซิงเกิลมอลต์วิสกี้ของปราการในแต่ละรุ่น เช่น การจับคู่ยำหยวกกล้วยกุ้งแม่น้ำกับ PRAKAAN SELECT CASK ที่มีกลิ่นวานิลลาและน้ำผึ้ง หรือการจับคู่แกงฮังเลเนื้อกับ PRAKAAN DOUBLE CASK ที่ให้กลิ่นอายผลไม้ตระกูลส้ม ไปจนถึงการปิดท้ายด้วยขนมไทยโบราณอย่าง “กินสี่ถ้วย” คู่กับ PRAKAAN PEATED MALT ซึ่งเป็นการนำเสนออัตลักษณ์ไทยผ่านรสชาติที่ซับซ้อนและมีรสนิยม ช่วยสร้างภาพจำใหม่ให้กับอาหารไทยและเครื่องดื่มไทยในฐานะสินค้าเชิงวัฒนธรรมระดับสูง

ประสบการณ์ด้านอาหารนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้ Soft Power ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะไม่ได้เป็นการขายเพียงแค่อาหาร แต่เป็นการขาย “เรื่องราว” และ “คุณค่า” ทางวัฒนธรรมที่ถูกยกระดับด้วยความคิดสร้างสรรค์ การนำเสนอความประณีตในทุกขั้นตอนตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงการนำเสนอ ช่วยสร้างความรู้สึกพิเศษและสร้างแรงดึงดูดให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงเต็มใจที่จะใช้จ่าย เพื่อแลกกับประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในปัจจุบัน


บทสรุปและทิศทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยในอนาคต

แพลตฟอร์ม “Journey of Heritage, Savoring the Taste of Thailand” คือเครื่องพิสูจน์ถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจที่หลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งอสังหาริมทรัพย์ ยนตรกรรม การบิน และสินค้าอุปโภคบริโภคระดับพรีเมียม ที่มาร่วมกันต่อยอดต้นทุนทางวัฒนธรรมของไทยให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่ามหาศาล โดยชูกำแพงเพชรเป็นต้นแบบในการพัฒนาเมืองมรดกโลกให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว และเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกอย่างยั่งยืน

การเกิดขึ้นของแคมเปญนี้ไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการดึงดูดนักเดินทางกลุ่มกำลังซื้อสูง แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในภาพรวมให้หลุดพ้นจากภาพจำเดิมๆ สู่การเป็นประเทศที่ส่งมอบประสบการณ์เชิงคุณค่า (Value-based Tourism) ได้อย่างแท้จริง การส่งต่อแรงบันดาลใจในการพัฒนาแคมเปญท่องเที่ยวระดับพรีเมียมเช่นนี้ จะเป็นต้นแบบสำคัญให้กับจังหวัดอื่นๆ ที่มีศักยภาพทางวัฒนธรรมได้นำไปปรับใช้ เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรและพัฒนาแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวที่มั่นคงในระยะยาว

ในท้ายที่สุด ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่ได้วัดกันเพียงแค่ตัวเลขนักท่องเที่ยวหรือยอดขายผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่คือการสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่คนในพื้นที่เกิดความภาคภูมิใจ แบรนด์ไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล และทรัพยากรทางธรรมชาติรวมถึงประวัติศาสตร์ได้รับการอนุรักษ์และนำเสนอในมุมมองที่ทันสมัย ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ก้าวข้ามความท้าทายในโลกยุคใหม่ได้อย่างสง่างามและมั่นคง


#JourneyofHeritageSavoringtheTasteofThailand #PRAKAAN #OneBangkok #PorscheThailand #BangkokAirways #EconomicReport #PremiumDestination #ThailandTourism2026

Related Posts