ท่ามกลางกระแสข่าวร้อนแรงที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับแวดวงตลาดทุนไทย เมื่อชื่อของแอปพลิเคชันการลงทุนระดับโลกอย่าง Webull ถูกพาดพิงถึงในคดีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคอลเซ็นเตอร์และขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยถึงมาตรฐานความปลอดภัยและการตรวจสอบที่มาของเงินทุนในระบบแพลตฟอร์มดิจิทัล ล่าสุด บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Webull Thailand ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยยืนยันว่าบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายและหลักเกณฑ์กำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งเปิดเผยกลไกการตรวจสอบที่เข้มข้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนไทยในระยะยาว
การออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นการตอบโต้ประเด็นข่าวที่ระบุว่าระบบของ Webull อาจถูกมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางในการซุกซ่อนหรือเคลื่อนย้ายทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ซึ่งทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการชี้แจงข้อมูลต่อหน่วยงานกำกับดูแลอย่างทันท่วงที พร้อมทั้งยืนยันว่ามีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 โดยบริษัทฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และได้มีการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้สูงกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้แพลตฟอร์มตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้ไม่หวังดีในการฟอกเงินหรือฟอกคนตามที่เป็นข่าว
ประเด็นสำคัญที่ Webull เน้นย้ำคือความมุ่งมั่นในการคุ้มครองนักลงทุนและรักษาระบบตลาดทุนไทยให้มีความมั่นคงปลอดภัย โดยบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จากกระทรวงการคลังและอยู่ภายใต้การตรวจสอบของ ก.ล.ต. อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งนักลงทุนสามารถตรวจสอบสถานะของบริษัทฯ ได้ผ่านระบบ License Check ของสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อยืนยันความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการชูจุดแข็งในฐานะบริษัทในเครือของ Webull Corporation ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ สหรัฐอเมริกา ซึ่งต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการกำกับดูแลในระดับสากลที่มีความเข้มงวดสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก
ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Webull Thailand ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยต่อสินทรัพย์ของลูกค้า และยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ยึดมั่นในมาตรฐานกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดดังกล่าวต่อไป
3 หัวใจหลักยันความโปร่งใส ไร้เงาเงินนอกระบบ
นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงใน 3 ประเด็นหลักที่เป็นข้อสงสัยของสาธารณชน โดยเริ่มจากนโยบายการรับฝากเงินที่เคร่งครัด ซึ่งWebull ไม่มีนโยบายรับฝากเงินสดจากลูกค้าในทุกกรณี โดยระบบจะอนุญาตให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารที่มีชื่อตรงกับชื่อบัญชีผู้ซื้อขายหลักทรัพย์เท่านั้น ก่อนที่จะมีการทำธุรกรรมใดๆ จะมีการตรวจสอบความสอดคล้องของบัญชีผู้โอนและบัญชีลูกค้าอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการแอบอ้างหรือการใช้บัญชีม้าในการทำธุรกรรมที่อาจนำไปสู่การฟอกเงินได้ในอนาคต
ในส่วนของกระบวนการยืนยันตัวตนลูกค้า หรือ KYC (Know Your Customer) ทางบริษัทฯ ยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ทุกประการและมีความเข้มงวดเป็นอย่างยิ่ง โดยระบบมีการคัดกรองที่ซับซ้อนและมีอัตราการปฏิเสธลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโปรไฟล์ทางการเงินไม่สัมพันธ์กับที่มาของรายได้ ซึ่งถือเป็นปราการด่านแรกที่สำคัญในการคัดกรองบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติออกไปจากระบบการลงทุนของแพลตฟอร์มอย่างเด็ดขาด
นอกจากนี้ ในประเด็นเรื่องการให้ดอกเบี้ยสำหรับเงินที่พักรอการลงทุน ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ถูกตั้งข้อสังเกต Webullชี้แจงว่าเป็นแนวปฏิบัติปกติของธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. โดยเงินของลูกค้าจะถูกแยกออกจากบัญชีของบริษัทอย่างชัดเจนและเก็บรักษาไว้ในบัญชีธนาคารพาร์ตเนอร์ระดับโลกที่ระบุว่าเป็นบัญชีเพื่อลูกค้าเท่านั้น การให้ดอกเบี้ยในอัตราไม่เกิน 3.50% ต่อปี เป็นการส่งผ่านผลตอบแทนที่บริษัทฯ ได้รับจากธนาคารคืนสู่ลูกค้า และไม่ใช่การทำธุรกิจธนาคารหรือการระดมทุนที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด
ยกระดับความปลอดภัยด้วย AI และระบบตรวจสอบเชิงรุก
เพื่อให้ก้าวทันต่อเล่ห์เหลี่ยมของกลุ่มมิจฉาชีพ Webullได้พัฒนาระบบตรวจสอบเชิงรุกเพิ่มเติมร่วมกับธนาคารพาร์ตเนอร์ระดับโลก โดยมีการนำเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) มาใช้ในการตรวจสอบพฤติกรรมที่น่าสงสัยแบบเรียลไทม์ เช่น การฝากเงินเข้ามาแล้วทำรายการถอนออกทันทีโดยไม่มีการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งหากระบบตรวจพบพฤติกรรมในลักษณะนี้จะทำการระงับธุรกรรมชั่วคราวเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเชิงลึกทันที นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล Blacklist และระบบ World-Check (Refinitiv) เพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้ใช้งานอย่างละเอียด
สำหรับการถอนเงินจากแพลตฟอร์มWebull ได้ใช้ Internal Scoring Model ในการประเมินค่าความเสี่ยงจากพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละราย หากพบความถี่หรือจำนวนเงินที่ผิดปกติเมื่อเทียบกับประวัติการลงทุนจริง ระบบจะระงับการถอนเงินและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ติดต่อลูกค้าเพื่อตรวจสอบตัวตนและที่มาของเงินทุนโดยละเอียด ขั้นตอนนี้เป็นมาตรการเสริมที่บริษัทฯ ริเริ่มขึ้นเพื่อความมั่นใจว่าทรัพย์สินทุกบาททุกสตางค์ที่ไหลเข้าและออกจากระบบเป็นเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย และพร้อมที่จะรายงานต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หากพบเหตุอันควรสงสัย
ในการทำธุรกรรมฝากเงินWebull ได้พัฒนาระบบ Dynamic QR Code ร่วมกับธนาคารชั้นนำ ซึ่งสามารถตรวจสอบเจ้าของบัญชีเงินฝากต้นทางได้ทันทีในขณะที่ลูกค้ากำลังสแกนทำรายการ หรือแม้แต่การผูกบัญชีผ่านระบบ FinNet ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ต้องมีการยืนยันตัวตนผ่าน Mobile Banking App ของธนาคารอีกชั้นหนึ่ง มาตรการเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความมั่นใจว่าไม่มีช่องโหว่ให้มิจฉาชีพสวมรอยใช้ชื่อผู้อื่นในการทำธุรกรรมทางการเงินบนแพลตฟอร์มได้
รากฐานที่แข็งแกร่งภายใต้มาตรฐาน NASDAQ
ความมั่นคงของWebull Thailand ไม่ได้มีเพียงแค่ในระดับท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่คือWebull Corporation ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา และบริหารงานโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับสากล โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วถึง 1,000 ล้านบาทในประเทศไทย สะท้อนถึงความตั้งใจจริงในการเข้ามาดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมั่นคง การที่บริษัทฯ เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทจดทะเบียนใน NASDAQ (BULL) ยิ่งตอกย้ำถึงภาระหน้าที่ในการรักษามาตรฐานธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการในระดับสูงสุด
ในส่วนของการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าWebull ได้เลือกใช้ Apex Clearing เป็นผู้ดูแลหลักทรัพย์ (Custodian) ในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสถาบันการเงินระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจและเป็นสมาชิกของ SIPC และ FINRA โดยมีการแยกทรัพย์สินของลูกค้าออกจากทรัพย์สินของโบรกเกอร์อย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ลูกค้ายังได้รับความคุ้มครองหลักทรัพย์สหรัฐฯ สูงสุดถึง 500,000 ดอลลาร์ต่อบัญชีตามเงื่อนไขของ SIPC ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยเดียวกับนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ทั่วโลก
ปัจจุบันWebull ให้บริการแก่นักลงทุนกว่า 26 ล้านคนใน 14 ประเทศทั่วโลก รวมถึงการเปิดตลาดในประเทศไทยที่ให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงหุ้นไทย หุ้นสหรัฐฯ ฮ่องกง และจีน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง การตกเป็นเป้าของข่าวพาดพิงในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนบททดสอบสำคัญที่ทำให้Webull ต้องแสดงความโปร่งใสและศักยภาพของระบบบริหารจัดการความเสี่ยงออกมาให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ เพื่อยืนยันว่าแพลตฟอร์มนี้คือพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวของนักลงทุนไทยอย่างแท้จริง
#Webull #ฟอกเงิน #ตลาดทุนไทย #การลงทุน #WebullThailand #หุ้นสหรัฐ #NASDAQ #กลต #ปปง #ความปลอดภัยทางการเงิน #อาชญากรรมไซเบอร์

