ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก การเตรียมความพร้อมด้านทักษะดิจิทัลจึงเป็นวาระเร่งด่วนที่ไม่อาจมองข้ามได้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมอย่าง AIS ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเปิดตัวคอร์สเรียนออนไลน์ “อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy” ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในการยกระดับองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ให้แก่คนไทยในวงกว้าง
ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดหลักสูตรทั่วไป แต่เป็นการวางรากฐานสำคัญให้กับระบบนิเวศการเรียนรู้ของไทย โดยเน้นการสร้าง “พลเมืองดิจิทัล” ที่มีความรู้ความเข้าใจในการใช้ AI อย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย เนื้อหาของหลักสูตรถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานความหมายของ AI ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะเชิงเทคนิค ที่สำคัญคือหลักสูตรนี้เปิดให้เรียนฟรีผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำ ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการลดช่องว่างทางดิจิทัลและมอบโอกาสในการเข้าถึงความรู้ให้แก่ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม
บทบาทของสถาบันการศึกษาและภาครัฐในความร่วมมือครั้งนี้มีความโดดเด่นอย่างมาก โดยเฉพาะการที่เนื้อหาทั้งหมดได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวง อว. และมีการวางแผนงานในอนาคตที่น่าสนใจอย่างการเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับระบบการศึกษาในมหาวิทยาลัย สิ่งนี้จะทำให้นิสิตนักศึกษาไม่เพียงแต่ได้รับความรู้ที่ทันสมัย แต่ยังสามารถสะสมชั่วโมงการเรียนรู้เพื่อนำไปเทียบเป็นหน่วยกิตได้จริงในอนาคต ซึ่งนับเป็นการปฏิรูปการศึกษาในรูปแบบ Lifelong Learning ที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ยุทธศาสตร์การสร้าง “คน” ยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด Responsible AI
สถาบันการศึกษาในยุคปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างยิ่งในการปรับตัวให้เท่าทันกับเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันอุดมศึกษาหลักของประเทศจึงได้ระดมคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาวิชา มาร่วมกันออกแบบเนื้อหาภายใต้แนวทาง ‘Responsible AI’ หรือปัญญาประดิษฐ์ที่มีความรับผิดชอบ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนจะไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเพียงแค่การใช้งานเชิงเทคนิคเท่านั้น แต่ยังต้องมีความเข้าใจในมิติด้านจริยธรรมและการประยุกต์ใช้อย่างมีวิจารณญาณ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีในอนาคต
การพัฒนาหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์ AI Literacy” นี้มุ่งเน้นการสร้างบัณฑิตและพลเมืองที่มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลที่สามารถนำ AI ไปใช้แก้ปัญหาและสร้างโอกาสในชีวิตจริงได้ การเรียนรู้ในรูปแบบนี้มีความยืดหยุ่นสูงและเข้าถึงได้ง่าย ช่วยให้การเรียนด้าน AI ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญหรือคณะวิศวกรรมศาสตร์อีกต่อไป แต่กลายเป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองผ่านสื่อดิจิทัลที่ทันสมัยและเข้าใจง่าย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมพร้อมกำลังคนของประเทศให้มีความพร้อมต่อการแข่งขันในระดับสากล
นอกจากความเข้มข้นทางวิชาการแล้ว หลักสูตรนี้ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการใช้งานจริง โดยมุ่งหวังให้ AI กลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพของมนุษย์มากกว่าที่จะเป็นสิ่งที่มาทดแทน ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาในลักษณะนี้จึงเป็นต้นแบบของการบูรณาการทรัพยากรเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่สังคมไทย และเป็นการตอกย้ำว่าความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ควรเป็นโอกาสที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศชาติ
“จุฬาฯ มุ่งพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ภายใต้แนวทาง ‘Responsible AI’ เพื่อยกระดับการเรียนรู้ของนิสิต ผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล และสามารถประยุกต์ใช้ AI ได้จริงในอนาคต ความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญเพื่อให้การเรียนรู้ด้าน AI ไม่ใช่เพียงโอกาสของบางกลุ่ม แต่เป็น ‘โอกาสของทุกคน’ ในการร่วมกันพัฒนากำลังคนของประเทศ และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง”— ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การขับเคลื่อนระบบนิเวศ Lifelong Learning และพลเมืองดิจิทัล 1.8 ล้านคน
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ การร่วมพัฒนาหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์ AI Literacy” จึงเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักในการเตรียมความพร้อมให้แก่นิสิตนักศึกษาทั่วประเทศกว่า 1.8 ล้านคน ให้มีความพร้อมต่อการทำงานในอนาคต โดยเน้นย้ำความสำคัญของการมีทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ควบคู่ไปกับความรอบรู้ด้านเทคโนโลยี
เป้าหมายใหญ่ของ อว. คือการสร้าง “พลเมืองดิจิทัล” ที่มีคุณภาพและมีจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การให้ความรู้ในห้องเรียน แต่เป็นการขยายโอกาสการเรียนรู้ไปยังทุกภูมิภาคผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง Thai MOOC สิ่งนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและช่วยให้ผู้ที่อยู่ในวัยทำงานหรือประชาชนทั่วไปสามารถ Reskill หรือ Upskill ของตนเองให้ทันต่อความต้องการของตลาดแรงงานในยุค AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การส่งเสริมให้มีการสะสมชั่วโมงการเรียนรู้เพื่อเทียบเป็นหน่วยกิต (Credit Bank) ยังถือเป็นการสร้างแรงจูงใจและเพิ่มความคุ้มค่าให้กับการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งจะกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยในระยะยาว โดยกระทรวง อว. จะยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายที่ส่งเสริมการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์โลกอนาคต เพื่อให้คนไทยสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมั่นคงในกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
“กระทรวง อว. มุ่งพัฒนากำลังคนของประเทศผ่านระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัญญาประดิษฐ์ โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับ AI Literacy ควบคู่กับทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงวิพากษ์และจริยธรรม เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคนกว่า 1.8 ล้านคนให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต”— ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ยกระดับ Digital Literacy สู่ AI Literacy ในฐานะ ‘My AI Buddy’
AIS ในฐานะผู้นำด้านโครงข่ายและเทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ (Cognitive Tech-Co) ได้วางวิสัยทัศน์ในการนำเทคโนโลยี AI มาเป็นหัวใจหลักในการบริหารจัดการองค์กรและเครือข่ายให้เป็น Autonomous Network อย่างไรก็ตาม ภารกิจสำคัญของ AIS ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การพัฒนานวัตกรรมภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้าง AI Ecosystem ที่แข็งแกร่งให้แก่ประเทศ การเปิดตัวหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์ AI Literacy : My AI Buddy” จึงเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโครงการอุ่นใจไซเบอร์ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 และมีผู้เรียนแล้วมากกว่า 1 ล้านคน
แนวคิดของหลักสูตร “My AI Buddy” คือการทำให้ AI กลายเป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดหรือบัดดี้ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการใช้ชีวิต ผู้เรียนจะได้รับความรู้ที่ช่วยให้ใช้งาน AI ได้อย่างปลอดภัย สร้างสรรค์ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งถือเป็นการขยับมาตรฐานจากการมีความรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล ไปสู่ความรอบรู้ในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไซเบอร์ให้แก่คนไทยท่ามกลางภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ๆ ที่แฝงมากับเทคโนโลยีขั้นสูง
ความพยายามของ AIS ยังรวมถึงการสร้างแพลตฟอร์มที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่าง LearnDi for Thais และแอปพลิเคชัน อุ่นใจ CYBER ซึ่งช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ AIS ยังมุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรภายในผ่าน AIS Academy เพื่อให้มีความพร้อมในการสนับสนุนลูกค้าและสังคมในยุคดิจิทัล การผนึกกำลังกับภาคการศึกษาและภาครัฐในครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ AIS ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและสนับสนุนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจดิจิทัลให้เติบโตอย่างยั่งยืน
“ล่าสุด เราตั้งใจยกระดับจาก Digital Literacy สู่ AI Literacy เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ และยกระดับความรู้ด้าน AI ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ผ่านหลักสูตร ‘อุ่นใจไซเบอร์ AI Literacy : My AI Buddy’ ซึ่งจะช่วยให้คนไทยใช้งาน AI ได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ สนุกกับการใช้ AI ในฐานะ ‘บัดดี้’ หรือเพื่อนคู่คิด สามารถอยู่ร่วมกับ AI ได้อย่างมั่นใจ และก้าวสู่สังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน”— นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS
ช่องทางการเข้าถึงและการประยุกต์ใช้เพื่ออนาคต
สำหรับผู้ที่สนใจต้องการพัฒนาทักษะตนเองสู่การเป็นผู้รอบรู้ด้าน AI สามารถเข้าเรียนหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy” ได้ฟรีผ่านช่องทางที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มกลางของประเทศอย่าง Thai MOOC รวมถึงช่องทางเฉพาะของโครงการอย่าง LearnDi for Thais บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน อุ่นใจ CYBER การเข้าถึงที่ง่ายและสะดวกนี้ช่วยสนับสนุนนโยบายการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้เกิดขึ้นได้จริงในทุกช่วงวัย
ในอนาคตอันใกล้ หลักสูตรนี้คาดว่าจะถูกนำไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางในสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเป็นแนวทางการเรียนรู้มาตรฐานที่จะช่วยสร้างความเท่าเทียมในด้านทักษะดิจิทัลระหว่างนักศึกษาในเมืองใหญ่และพื้นที่ห่างไกล การเชื่อมต่อกับระบบคลังหน่วยกิตจะช่วยให้การเรียนรู้ในรูปแบบใหม่นี้ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการและเพิ่มมูลค่าให้กับประวัติการศึกษาและการทำงานของผู้เรียน
ความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง AIS, กระทรวง อว. และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกของความร่วมมือในระดับไตรภาคีที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ การมีพื้นฐาน AI Literacyที่ดีไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ทางเศรษฐกิจและการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่จะพาประเทศไทยก้าวสู่เวทีโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ
#AIS #AILiteracy #อุ่นใจไซเบอร์ #AunjaiCYBER #อว #จุฬา #ThaiMOOC #DigitalSkills #FutureOfWork #AIBuddy

