ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือกแต่คือทางรอด สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการระดมสมองผู้บริหารระดับสูงจาก 20 กระทรวงทั่วประเทศ เข้าร่วมหลักสูตร AI Gov4Govt รุ่นที่ 1 ประจำปี 2569 เพื่อวางรากฐาน “ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์” หวังสร้างมาตรฐานใหม่ให้ภาครัฐไทยทำงานด้วยความโปร่งใส ปลอดภัย และได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดจากภาคประชาชนในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของประเทศ
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) กลายเป็นกลไกหลักในการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้โดยปราศจากเข็มทิศที่ถูกต้องย่อมนำมาซึ่งความเสี่ยงมหาศาล ด้วยเหตุนี้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงได้จัดงานอบรมเชิงปฏิบัติการ “หลักสูตรการจัดการธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์สำหรับหน่วยงานภาครัฐ” หรือ AI Gov4Govt Program รุ่นที่ 1 ขึ้น ณ โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ข้าราชการระดับบริหารและบุคลากรผู้ปฏิบัติงานกว่า 100 ชีวิต
ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการจัดอบรมสัมมนาทั่วไป แต่คือความมุ่งมั่นของศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance Clinic: AIGC) ภายใต้ ETDA ที่ต้องการสร้าง “พิมพ์เขียว” การบริหารจัดการ AI ที่มีความรับผิดชอบในระดับกระทรวง โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในมิติต่างๆ ตั้งแต่ข้อกฎหมาย จริยธรรม ไปจนถึงการประเมินความเสี่ยง ซึ่งโครงการนี้ครอบคลุมหน่วยงานสำคัญทั้ง 20 กระทรวง รวมถึงองค์กรอิสระและองค์การมหาชน เพื่อให้เกิดการบูรณาการการใช้ AI อย่างเป็นเอกภาพและมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
บทบาทของภาครัฐในฐานะผู้ถือครองข้อมูลมหาศาลและเป็นผู้ให้บริการพื้นฐานแก่ประชาชน ทำให้ความสำคัญของธรรมาภิบาล AI ทวีคูณมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การที่ ETDA เลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริหารระดับสูงและผู้ปฏิบัติงานระดับนโยบาย จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นน้ำเพื่อให้มั่นใจว่า การตัดสินใจนำเทคโนโลยีมาใช้ในหน่วยงานของรัฐจะผ่านการพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งในแง่ของความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างยั่งยืน
วิสัยทัศน์ผู้นำ: AI Governance คือรากฐานของความเชื่อมั่นประชาชน
ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการนี้ไว้อย่างน่าสนใจในช่วงการเปิดหลักสูตร โดยชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การประมวลผลข้อมูล แต่ได้แทรกซึมเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบายและการให้บริการประชาชนโดยตรง ดังนั้นความรับผิดชอบของภาครัฐจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ แต่ต้องอยู่ที่การควบคุมดูแลให้เทคโนโลยีเหล่านั้นทำงานภายใต้กรอบจริยธรรมและความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้ เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของพลเมือง
“ภาครัฐในฐานะผู้กำหนดนโยบาย จึงต้องเป็นต้นแบบในการใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งหากขาดการกำกับดูแลที่ถูกต้อง (AI Governance) อาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน” — ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA
คำกล่าวของผู้อำนวยการ ETDA สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่แฝงมากับการพัฒนาแบบก้าวกระโดด หากหน่วยงานภาครัฐมุ่งเน้นเพียงความรวดเร็วแต่ขาดธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลและการละเมิดสิทธิอาจกลายเป็นปัญหาลุกลามในอนาคต ดังนั้นภารกิจของ ETDA จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนการใช้ AI แต่เป็นการสร้างรากฐานด้าน “ธรรมาภิบาล AI” ที่แข็งแกร่งในระดับโครงสร้าง เพื่อให้รัฐไทยสามารถยืนหยัดท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีระดับโลกได้อย่างสง่างามและได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอย่างแท้จริง
เจาะลึก 8 โมดูลเข้มข้น: พิมพ์เขียวความสำเร็จจากเหล่าผู้ทรงคุณวุฒิ
การอบรมตลอดระยะเวลา 2 วันเต็ม ได้รับการออกแบบให้มีความเข้มข้นทั้งในมิติเชิงทฤษฎีและปฏิบัติการ (Workshop) ผ่าน 8 โมดูลสำคัญที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานจริงของภาครัฐ โดยเริ่มตั้งแต่การปูพื้นฐานเรื่องแนวโน้มการใช้ AI ทั่วโลก (AI Use Case Landscape) และกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (AI Law & Regulation) บรรยายโดย ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาอาวุโส ETDA ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้รับทราบถึงแนวทางการกำกับดูแลที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยและมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง
ในมิติของการบริหารจัดการความเสี่ยงและจริยธรรม คุณธิติกร ตระกูลศิริศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญประจำศูนย์ AIGC ได้เข้ามาเจาะลึกถึงรากฐานเทคโนโลยีและการจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ AI (AI Risk Management) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความโปร่งใส นอกจากนี้ยังมีวิทยากรอย่าง ผศ.โอภาส วงษ์ทวีทรัพย์ ที่มาร่วมถ่ายทอดความรู้ในเรื่องการสร้างคุณค่าจาก AI (AI Value Creation) เพื่อให้หน่วยงานรัฐมองเห็นช่องทางในการนำ AI ไปสร้างบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ประชาชนได้ดียิ่งขึ้น มากกว่าแค่การลดขั้นตอนการทำงานแบบเดิม
ส่วนสำคัญที่ช่วยให้การอบรมในครั้งนี้จับต้องได้จริงคือการประเมินความพร้อมขององค์กร (AI Readiness) บรรยายโดย ผศ.ดร.ฤทธิกร ศิริประเสริฐโชค ซึ่งช่วยให้แต่ละหน่วยงานสามารถประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเองก่อนการลงทุนด้าน AI ในระดับสูง นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีม Mentor ผู้เชี่ยวชาญจาก AIGC และทีม Train the Trainer (TTT#1) ที่คอยให้คำปรึกษาในการฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้น เพื่อเปลี่ยนความรู้ในห้องเรียนให้กลายเป็นแผนปฏิบัติการที่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีเมื่อกลับสู่หน่วยงาน
ก้าวต่อไปของรัฐไทย: จากนโยบาย Gen AI สู่สภาธรรมาภิบาล AI
เป้าหมายสุดท้ายที่ ETDA คาดหวังจากการอบรมครั้งนี้ คือการเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายในหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะการจัดทำ “นโยบายการใช้ Generative AI (Gen AI Usage Policy)” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงและมีความซับซ้อนในแง่ของลิขสิทธิ์และความถูกต้องของข้อมูล การที่ผู้บริหารสามารถกำหนดนโยบายการใช้งานที่ชัดเจนจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการสามารถใช้งาน AI ได้อย่างมั่นใจ และลดความเสี่ยงจากการใช้งานผิดวิธีที่อาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อทางราชการ
นอกจากเรื่องของนโยบายแล้ว ETDA ยังส่งเสริมให้เกิดการจัดตั้ง “AI Governance Council” หรือสภาธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ภายในหน่วยงาน เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการกลั่นกรองและกำกับดูแลโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั้งหมดในองค์กร การสร้างกลไกนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายระบบนิเวศด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างปลอดภัยและเป็นระบบ ทำให้การพัฒนา AI ในภาครัฐไทยไม่ได้เป็นเพียงโครงการแยกส่วน แต่เป็นการขับเคลื่อนในระดับยุทธศาสตร์ที่มีการตรวจสอบถ่วงดุลอย่างมีประสิทธิภาพ
ความพยายามของ ETDA ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือผ่านโครงการ AI Gov4Govt นี้ คือการเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว หากภาครัฐมีธรรมาภิบาล AI ที่ดี จะส่งผลให้การลงทุนในเทคโนโลยีมีความคุ้มค่า ลดการสูญเสียทรัพยากรจากการจัดซื้อจัดจ้างที่ซ้ำซ้อนหรือไม่เกิดประโยชน์ และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปสู่ความเป็นสากลได้อย่างยั่งยืนและโปร่งใส
#ETDA #AIGC #AIGovernance #AIGov4Govt #รัฐบาลดิจิทัล #ธรรมาภิบาลAI #เศรษฐกิจดิจิทัล #ปัญญาประดิษฐ์ #ไทยแลนด์4.0 #TechPolicy

