EVEANDBOY ดัน T-Beauty ผงาดโลก คาดตลาดความงามพุ่งแตะสี่แสนล้านบาท

EVEANDBOY ดัน T-Beauty ผงาดโลก คาดตลาดความงามพุ่งแตะสี่แสนล้านบาท

ปรากฏการณ์ความสวยความงามในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ที่แบรนด์สัญชาติไทย หรือ “T-Beauty” ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแสชั่วคราวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างเต็มตัว ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจากแบรนด์ระดับสากล แบรนด์ไทยได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพที่เหนือชั้นด้วยอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้บิวตี้สโตร์อันดับ 1 ของเมืองไทยอย่าง EVEANDBOY เล็งเห็นโอกาสสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมนี้ให้ไกลกว่าเดิม ด้วยการจัดงาน “EVEANDBOY T-BEAUTY FEST” เพื่อประกาศศักดาว่าสินค้าความงามของไทยพร้อมแล้วที่จะเป็น “The World’s T-Beauty Destination”

การขยายตัวของตลาด T-Beauty ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลเชิงลึกจากนายกสมาคมการค้าคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทยระบุชัดว่า มูลค่าอุตสาหกรรมที่เคยอยู่ที่ 70,000 ล้านบาทเมื่อสองทศวรรษก่อน กำลังพุ่งทะยานสู่ระดับ 400,000 ล้านบาทภายในปี 2568 นี้ โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 6-7 ต่อปี ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของแบรนด์ไทยที่มีอยู่เดิม แต่ยังรวมถึงการอุบัติขึ้นของแบรนด์น้องใหม่จำนวนมหาศาลที่เข้ามาสร้างความคึกคักและนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับตลาดความงามในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายใหญ่ของการขับเคลื่อนครั้งนี้คือการเปลี่ยนสถานะของสินค้าไทยจากแค่ทางเลือกให้กลายเป็น “T-Beauty Must Buy” หรือของฝากประจำชาติที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมีติดมือกลับไป การที่ EVEANDBOY รวบรวมแบรนด์ไทยกว่า 600 แบรนด์มาไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน ไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่คือการสร้าง “T-Beauty Power” ที่แข็งแกร่งเพื่อต่อสู้ในเวทีโลก ด้วยยอดขายสินค้าแบรนด์ไทยที่ทะลุ 100 ล้านชิ้นในช่วงปี 2565-2568 และการเติบโตกว่า 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับอดีต เป็นเครื่องตอกย้ำว่าอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่กำลังเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญเพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศอย่างยั่งยืน


เจาะลึกกลยุทธ์ “T-Beauty Power” นวัตกรรมและความเร็วคือกุญแจสำคัญในการยึดครองตลาด

ในยุคที่ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว การสร้างความแตกต่างคือโจทย์ที่ท้าทายที่สุดสำหรับผู้ประกอบการไทย นายหิรัญ ตันมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟแอนด์บอย จำกัด ได้ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยหลักที่ทำให้แบรนด์ไทยโดดเด่นท่ามกลางการถาโถมของแบรนด์ต่างชาติ คือการพัฒนานวัตกรรมที่มีความรวดเร็วและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ทั้งในเรื่องของภาพลักษณ์ที่ทันสมัย คุณภาพของส่วนผสมที่เข้มข้น และความสร้างสรรค์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยังคงความสมเหตุสมผลของราคาเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งจุดแข็งเหล่านี้ทำให้แบรนด์ไทยสามารถขยับฐานะจากสินค้าในกระแสขึ้นมาเป็นสินค้ามาตรฐานระดับสากลได้

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการใช้ “Storytelling” หรือการเล่าเรื่องของแบรนด์เพื่อสร้างความผูกพันกับผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการใช้พรีเซนเตอร์ระดับเอเชียหรือระดับโลกเข้ามาเป็นแรงดึงดูด แนวทางนี้ช่วยให้แบรนด์ไทยสามารถขยายฐานลูกค้าจากภายในประเทศออกสู่ระดับภูมิภาคเอเชียและตลาดสากลได้อย่างรวดเร็ว การสื่อสารที่เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกบวกกับภาพลักษณ์ที่แข็งแรงของตัวแทนแบรนด์ ช่วยลดช่องว่างระหว่างสินค้าไทยกับแบรนด์ชั้นนำจากเกาหลีใต้หรือยุโรป ทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจและกล้าที่จะลองเปิดใจให้กับนวัตกรรมความงามจากฝีมือคนไทยมากขึ้น

นายหิรัญ ตันมิตร ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า จุดประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ตั้งใจรวบรวมแบรนด์ไทยมาไว้ในที่เดียว เพื่อให้ลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติมีโอกาสเข้ามาทดลองสินค้า เลือกซื้อผ่านโปรโมชัน และค้นพบแบรนด์ไทยได้หลากหลาย ด้วยเป้าหมายที่ต้องการสร้างแพลตฟอร์มที่ช่วยเสริมสร้างภาพจำของ ‘T-Beauty’ Product of Thailand ให้แข็งแรง โดยมองว่า บทบาทสำคัญของการจัดงานครั้งนี้จะช่วยยกระดับวงการ ‘T-Beauty’ Product of Thailand ในภาพรวม ปัจจุบันแบรนด์ไทยโดดเด่น มีคุณภาพทัดเทียมระดับโลกและมีศักยภาพในรูปแบบของตัวเอง นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรวมพลังแบรนด์ไทยให้เกิดเป็น ‘T-Beauty Power’


EVEANDBOY

สถิตินักท่องเที่ยวพุ่งกระฉูด EVEANDBOY สบช่องดันสินค้าไทยเป็นของฝากอันดับหนึ่ง

ตัวเลขจากทางการระบุว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2568 มีจำนวนมหาศาล โดยมีมาเลเซียครองอันดับหนึ่งที่ 4.8 ล้านคน ตามมาด้วยจีน 4.6 ล้านคน และอินเดีย 2.1 ล้านคน นอกจากนี้ยังมีรัสเซียและเกาหลีใต้ที่เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนนับล้านคนเช่นกัน กลุ่มคนเหล่านี้คือกลุ่มเป้าหมายหลักที่ EVEANDBOY ต้องการสื่อสารเพื่อให้เกิดภาพจำใหม่ว่า เครื่องสำอางไทยคือสินค้าคุณภาพสูงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก การเปลี่ยนพฤติกรรมจากการซื้อสินค้าแบรนด์เนมทั่วไป มาเป็นการมองหาสินค้า T-Beauty จึงเป็นเป้าหมายสูงสุดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับมหภาค

ข้อมูลจากฐานลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการที่ร้าน EVEANDBOY เผยให้เห็นพฤติกรรมที่น่าสนใจคือ การบอกต่อในกลุ่มผู้บริโภคต่างชาติเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าไทยที่ราคาจับต้องได้แต่ให้ผลลัพธ์เทียบเท่าแบรนด์ระดับหรู ความร่วมสมัยของนวัตกรรมสกินแคร์และเครื่องสำอางไทยได้กลายเป็นบทสนทนาสำคัญในกลุ่มบิวตี้บล็อกเกอร์ต่างชาติ ส่งผลให้เกิดการซื้อซ้ำและซื้อตามกันเป็นทอดๆ สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า “ความเชื่อมั่นในคุณภาพ” คือรากฐานสำคัญที่จะพาแบรนด์ไทยไปสู่ความยั่งยืนในระดับ Global ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเพียงแค่การลดราคาเพียงอย่างเดียว

นอกจากสินค้าในกลุ่มเมคอัพและสกินแคร์แล้ว ปัจจุบัน T-Beauty ยังขยายขอบเขตไปครอบคลุมถึงกลุ่มน้ำหอม อาหารเสริม และอุปกรณ์เสริมความงามอีกด้วย ความหลากหลายที่มีมากกว่า 30,000 รายการในร้าน EVEANDBOYทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพพอที่จะเป็น “Hub” ความงามของภูมิภาค การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าแค่เทศกาลขายของ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานให้ T-Beauty กลายเป็น Soft Power ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างหนึ่งของไทย ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ต่อเนื่องจากการกลับมาซื้อซ้ำของนักท่องเที่ยวเมื่อพวกเขากลับไปยังประเทศบ้านเกิด


อนาคตที่ยั่งยืนของแบรนด์ไทย กับบทบาทบิวตี้รีเทลเลอร์เบอร์หนึ่งในการปูพรมสู่ตลาดโลก

ความมุ่งมั่นของ EVEANDBOYในการสนับสนุนแบรนด์ไทยไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นความต่อเนื่องที่ทำมานานกว่า 20 ปีในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการ การเป็นบิวตี้รีเทลเลอร์สัญชาติไทยเจ้าแรกที่กล้าให้โอกาสแบรนด์ SME ไทยได้ขึ้นห้างและวางขายเคียงข้างแบรนด์ระดับโลก คือพันธกิจสำคัญที่นายหิรัญ ตันมิตร ยึดถือมาโดยตลอด เขามองว่าความเข้าใจในตัวตนของคนไทยและสภาพผิวของคนเอเชีย คือจุดได้เปรียบที่ไม่มีแบรนด์ต่างชาติใดจะมาเลียนแบบได้ง่ายๆ และนี่คือหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายหิรัญ ตันมิตร ยังได้เน้นย้ำถึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของสินค้าไทยผ่านมุมมองผู้บริหารไว้อีกว่า:

“ในฐานะที่ EVEANDBOYเป็นบิวตี้สโตร์สัญชาติไทยเจ้าแรกที่อยู่ในตลาดมาอย่างยาวนาน และเป็นบิวตี้รีเทลเลอร์เจ้าแรกที่รวบรวมแบรนด์ไทยไว้มากที่สุด เรามองว่า “T-Beauty” Product of Thailand มีพัฒนาการที่ชัดเจนทั้งในด้านคุณภาพ นวัตกรรม และความเข้าใจผู้บริโภค… เรามองว่า T-Beauty ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ระยะสั้นแต่กำลังเติบโตได้อย่างแข็งแรง และในอนาคต T-Beauty จะยังมีโอกาสเติบโตได้อีก ทั้งจากความต้องการของผู้บริโภคในประเทศ และการขยายไปสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวและตลาดต่างประเทศที่เริ่มให้ความสนใจแบรนด์ไทยมากขึ้น”

บทสรุปของการก้าวเดินในครั้งนี้คือการสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมความงามไทยให้แข็งแรงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เมื่อผู้ผลิตไทยมีนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยม และมีแพลตฟอร์มระดับสากลอย่าง EVEANDBOYคอยสนับสนุนในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เส้นทางสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของ T-Beauty จะไม่ใช่เพียงแค่ความภาคภูมิใจในแบรนด์ไทย แต่คือความสำเร็จทางเศรษฐกิจที่จะนำพามูลค่ามหาศาลกลับคืนสู่สังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนสืบไป

#EVEANDBOYTBEAUTY #EVEANDBOY #ILoveTBeauty #THAILAND #Tbeauty #thaibeauty

Related Posts