จากบิวตี้สโตร์อันดับหนึ่งของเมืองไทยสู่การสร้าง Retail Experience รูปแบบใหม่ ชูกลยุทธ์ปักหมุดย่านไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว เตรียมเปิดตัว ‘EVEANDBOY Café’ ดึงฐานลูกค้า Gen Z ควบคู่การยกระดับแบรนด์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันตลาดความงามแสนล้านที่ขับเคลื่อนด้วยส่วนผสมและนวัตกรรม
ถอดรหัสความสำเร็จแสนล้านและการเติบโตอย่างทรงพลังของ T-Beauty
ภาพรวมของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเฉลิมฉลองและเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่การเป็นตลาดในประเทศอีกต่อไป ข้อมูลจากสมาคมการค้าคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทยเผยให้เห็นว่า มูลค่ารวมของตลาดบิวตี้ไทยได้ทะยานขึ้นไปแตะระดับ 400,000 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่สูงถึง 6-7% ต่อปี แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะเผชิญความท้าทายจากปัจจัยรอบด้าน รวมถึงต้นทุนด้านโลจิสติกส์และราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดโลก แต่หมวดหมู่สินค้าความงามยังคงเป็นภาคธุรกิจที่สะท้อนความต้องการอันแข็งแกร่งของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่เคยหยุดดูแลตัวเอง
ปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้คือการผงาดขึ้นมาอย่างทรงพลังของกระแส “T-Beauty” หรือผลิตภัณฑ์ความงามแบรนด์ไทยที่มีศักยภาพสูงขึ้นในทุกมิติ จนสามารถตบเท้าเข้าชิงส่วนแบ่งทางการตลาดจากแบรนด์ต่างชาติทั้งฝั่งตะวันตกและเอเชียได้อย่างสมศักดิ์ศรี ปัจจุบันแบรนด์ไทยไม่ได้แข่งขันกันที่สงครามราคาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม การสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์ที่ชัดเจน และการพัฒนาคุณภาพที่สามารถตอบโจทย์โครงสร้างผิวรวมถึงสภาพภูมิอากาศของคนไทยและคนเอเชียได้อย่างลึกซึ้ง ส่งผลให้แบรนด์ไทยหลายแบรนด์เติบโตจากธุรกิจระดับร้อยล้านบาทสู่ความสำเร็จในระดับ 2,000-3,000 ล้านบาท และกลายเป็นหนึ่งในสินค้าของฝากยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องซื้อกลับประเทศ
ในฐานะผู้นำสมรภูมิค้าปลีกบิวตี้รีเทลของไทย EVEANDBOY ได้ตอกย้ำความเป็น “Beauty Destination” อันดับหนึ่งด้วยการจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ต้อนรับปีใหม่ ภายใต้ชื่องานมอบรางวัลที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ซึ่งเป็นเครื่องการันตีสุดยอดแบรนด์ความงามที่ทำยอดขายได้สูงสุดจริงจากทุกสาขาทั่วประเทศรวม 148 รางวัล ครอบคลุม 6 หมวดหมู่หลัก ความน่าสนใจของการประกาศรางวัลในปีนี้สะท้อนชัดว่า แบรนด์ไทยสามารถสร้างความผูกพันในระยะยาวจนเกิดการซื้อซ้ำและคว้ารางวัลต่อเนื่องยาวนาน 3-5 ปี รวมถึงบางแบรนด์ที่รักษามาตรฐานยอดขายอันดับหนึ่งมาได้อย่างเหนียวแน่นยาวนานเป็นปีที่ 6 นับตั้งแต่เริ่มจัดตั้งรางวัลขึ้นมา
พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ความซับซ้อนที่แบรนด์ต้องตามให้ทัน
พฤติกรรมและการเลือกซื้อสินค้าความงามในปัจจุบันได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่ผู้บริโภคมีความรู้และเข้าถึงข้อมูลอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ค่อนข้างต่ำ พวกเขาไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งเพียงแบรนด์เดียวตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนกลุ่มผู้บริโภคในอดีต แต่จะเลือกซื้อสินค้าโดยพิจารณาจากผลลัพธ์ นวัตกรรม เนื้อสัมผัส และที่สำคัญที่สุดคือ “ส่วนผสมหลักที่มีประสิทธิภาพ” ที่ตรงกับปัญหาผิว ณ ช่วงเวลานั้น ๆ เป็นหลัก
อิทธิพลของสื่อโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญในการให้ความรู้แก่ผู้บริโภค ทำให้เทรนด์ความงามหมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันผู้บริโภคสามารถจำแนกส่วนผสมทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างแม่นยำ เช่น การมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Niacinamide, Vitamin C, Tranexamic Acid (TXA) หรือ Amino Acid เพื่อแก้ไขปัญหาจุดด่างดำและปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ นอกจากนี้พฤติกรรมการแต่งหน้าและดูแลตัวเองยังปรับเปลี่ยนไปตามกระแสไวรัล โดยมีการสลับสับเปลี่ยนระหว่างเทรนด์ Maximal Beauty ที่แต่งหน้าจัดเต็ม กับเทรนด์ Clean Beauty ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ตลอดจนเทรนด์ผิวกายขาวกระจ่างใสเกินความจริงที่ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์พอกผิวกายทำยอดขายได้อย่างถล่มทลายในกลุ่มวัยรุ่น
จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้สัดส่วนในตะกร้าสินค้าของผู้บริโภคยุคใหม่มีลักษณะแบบผสมผสาน โดยลูกค้าหนึ่งคนอาจเลือกลงทุนกับสกินแคร์เคาน์เตอร์แบรนด์จากต่างประเทศ แต่เลือกใช้ลิปสติกแบรนด์ไทย และใช้ดินสอเขียนคิ้วจากแบรนด์จีน รูปแบบการใช้ชีวิตที่เร่งรีบและต้องการความพึงพอใจในทันทียังทำให้เกิดพฤติกรรมการช้อปปิ้งที่ต้องการสินค้าภายในเวลาอันสั้น ส่งผลให้ช่องทางการจำหน่ายแบบ On-demand และ Quick Commerce กลายมาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคยุคนี้

กลยุทธ์ Experience Store พลิกโฉมค้าปลีกด้วยบิวตี้ไลฟ์สไตล์คาเฟ่
ทิศทางการดำเนินธุรกิจของ EVEANDBOY นับจากนี้ จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างความแข็งแกร่งผ่าน 3 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ กลยุทธ์ Awards Marketing เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและช่วยผู้บริโภคตัดสินใจ การเดินหน้าผลักดันและสนับสนุนแบรนด์ไทย (T-Beauty) ให้เติบโตในวงกว้าง และการพัฒนาหน้าร้านสู่รูปแบบ Experience Store เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าการช้อปปิ้งทั่วไป เพราะผู้บริโภคยุคปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงแค่การเดินเลือกซื้อสินค้าจากบนชั้นวางเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาต้องการพื้นที่ในการพักผ่อน สนุกสนาน และร่วมสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ไปกับแบรนด์
ไฮไลต์สำคัญของการขับเคลื่อนกลยุทธ์ดังกล่าวคือการเตรียมเปิดตัว ‘EVEANDBOY Café’ แห่งแรก ณ ศูนย์การค้า PLATINUM POP บนพื้นที่ทำเลทองเชื่อมต่อโดยตรงกับ Skywalk ซึ่งมีปริมาณผู้เข้าใช้บริการและนักท่องเที่ยวอย่างหนาแน่น พื้นที่คาเฟ่แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็น Social Space ที่ผสมผสานโลกของบิวตี้และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน โดยมุ่งเน้นการทำ Marketing Collaboration ร่วมกับแบรนด์ความงามชั้นนำและพรีเซนเตอร์ระดับโลกในการรังสรรค์เมนูเครื่องดื่มและกิจกรรมสุดพิเศษที่ปรับเปลี่ยนไปตามแคมเปญ ถือเป็นการสร้างจุดต่างและเพิ่มความถี่ในการดึงดูดให้กลุ่ม Gen Z และผู้บริโภครุ่นใหม่เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ในระยะยาว
นอกเหนือจากโมเดลคาเฟ่แล้ว แผนการขยายสาขายังมุ่งเน้นการสอดแทรกตัวตนเข้าไปอยู่ในย่านวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ของคนเมืองในรูปแบบ Concept Store โดยได้เข้าไปปักหมุดใน 2 ทำเลศักยภาพสูง ได้แก่ ย่านสีลม กับสาขา EVEANDBOY Glass House Pop-Up อาคาร 3 ชั้นที่มีพื้นที่รองรับการจัดเวิร์กชอปสอนแต่งหน้าและพื้นที่สร้างสรรค์กิจกรรม Pop-up ของแบรนด์ต่าง ๆ และการเตรียมเปิดตัว Iconic Beauty Experience Landmark แห่งใหม่ใจกลางย่านเมืองเก่า “ทรงวาด” ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งจะมาพร้อมกับอัตลักษณ์การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เคยมีที่สาขาใดมาก่อน เพื่อตอบโจทย์คอมมูนิตี้และการถ่ายภาพคอนเทนต์ของคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ
เส้นทางสู่เป้าหมายหมื่นล้าน ยกระดับออมนิชาแนลเต็มรูปแบบ
เพื่อตอบรับกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของหัวเมืองใหญ่ EVEANDBOY ได้วางโรดแมปการขยายสาขาหน้าร้านอย่างดุดัน โดยหลังจากที่ประสบความสำเร็จในการเปิดสาขาใหม่ถึง 22 แห่งในปี 2568 ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีเครือข่ายหน้าร้านรวมทั้งสิ้น 67 สาขาทั่วประเทศ สำหรับในปีนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน โดยมุ่งเน้นทำเลภายในศูนย์การค้าชั้นนำ ย่านไลฟ์สไตล์ที่มีกำลังซื้อสูง ตลอดจนพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งการขยายสาขาไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการช่วยแสวงหาและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ให้แก่แบรนด์พาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน การเสริมความแข็งแกร่งในช่องทางออนไลน์ก็ได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกเหนือจากการจำหน่ายผ่านเว็บไซต์และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของตัวเองแล้ว ล่าสุด EVEANDBOY ได้ประกาศเปิดตัวบริการใหม่บนแพลตฟอร์ม Quick Commerce ผ่าน ‘LINE MAN MART’ เต็มรูปแบบเป็นเดือนแรก เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการสินค้าความงามอย่างเร่งด่วน โดยสามารถจัดส่งผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ดังตรงถึงหน้าบ้านภายในเวลาเพียง 15 นาที นับเป็นการทลายขีดจำกัดด้านเวลาและยกระดับการเป็น Beauty Destination ที่ไร้รอยต่ออย่างแท้จริง
จากผลการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมาพบว่า บริษัทสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมั่นคง โดยในปี 2567 มีผลประกอบการอยู่ที่ 7,037 ล้านบาท และสามารถปิดยอดรายได้ปี 2568 ได้ตามเป้าหมายที่ 8,297 ล้านบาท เติบโตขึ้นในรูปแบบตัวเลขสองหลัก และจากกลยุทธ์การรุกตลาดอย่างรอบด้าน ทั้งการเปิดตัวบิวตี้คาเฟ่ การขยาย Concept Store ในย่านเศรษฐกิจใหม่ การจับมือกับพันธมิตรระดับโลก รวมถึงการบุกเบิกช่องทาง Quick Commerce ส่งผลให้ EVEANDBOY มั่นใจว่าจะสามารถผลักดันผลประกอบการให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดที่วางไว้ ทะยานสู่ยอดรายได้ระดับ 10,000 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน
ทิศทาง ความท้าทาย และการขับเคลื่อนบิวตี้รีเทลไทย
“EVEANDBOY BEST SELLING AWARDS 2025 จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำบทบาทของ EVEANDBOY ในฐานะ Beauty Destination และผู้นำด้านบิวตี้รีเทลของประเทศไทย โดยรางวัลจากเวทีนี้ถือเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ความงามที่สามารถครองยอดขายอันดับ 1 ในแต่ละหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมและความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วประเทศ นอกจากนี้ เรายังต้องการใช้เวทีนี้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและผลักดันการเติบโตของแบรนด์พาร์ทเนอร์ ทั้งในด้านการสร้างการรับรู้ ความน่าเชื่อถือ และการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม T-Beauty ที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่นในปีนี้ อยากให้งานนี้เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมความงามไทย และการเติบโตของตลาดบิวตี้ในอนาคต”
— นายหิรัญ ตันมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟแอนด์บอย จำกัด
นายหิรัญ ตันมิตร ได้ให้มุมมองเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารจัดการในธุรกิจบิวตี้รีเทลว่า ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงและการเข้ามาของแบรนด์ใหม่ ๆ สิ่งที่เป็นความท้าทายขั้นสูงและเป็นหัวใจสำคัญทางธุรกิจคือระบบปฏิบัติการหลังบ้านและการบริหารคลังสินค้า เนื่องจาก EVEANDBOY เป็นร้านค้าขนาดใหญ่ที่ต้องแบกรับรายการสินค้า (SKU) อยู่เป็นจำนวนหลักแสนรายการ การจัดเก็บสินค้าคงคลังและการกระจายสินค้าที่มีความละเอียดอ่อนไปยังสาขาต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้การจัดการอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพสูงเพื่อรักษามาตรฐานความเป็นผู้นำ
นอกจากนี้ การสร้างความสำเร็จของหน้าร้านไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านราคาหรือทำเลที่ตั้งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการผสมผสานองค์ประกอบรอบด้านเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะการร่วมมือกับแบรนด์พันธมิตรในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในลักษณะ Exclusive หรือการจัดทำแคมเปญแฮปปี้เนสร่วมกันที่มีเฉพาะที่EVEANDBOY เท่านั้น ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพด้านราคาผ่านนโยบายการจัดโปรโมชันและแคมเปญใหญ่ประจำไตรมาส เช่น แคมเปญส่วนเบิ้ลสอง, Mid-year Sale และ Anniversary Sale เพื่อส่งมอบความคุ้มค่าสูงสุดและดึงดูดปริมาณผู้เข้าใช้บริการ (Traffic) ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
#EVEANDBOY, #ebbestsellingawards2025, #ebno1bestselling, #TBeauty, #IconicBeautyExperience, #ExperienceStore, #BeautyDestination, #QuickCommerce

