ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ฉุดรั้งกำลังซื้อ ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศศักดาผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก พลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการอัปเกรดโครงข่าย 5G และไฟเบอร์อัจฉริยะ พร้อมส่ง AI ระดับ 4.0 เข้ามาบริหารจัดการข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อรองรับพฤติกรรมคนไทยยุค “น้ำมันแพง” ที่หันมาใช้ชีวิตแบบ Staycation และเดินทางใกล้บ้านมากขึ้น มั่นใจทุกการเชื่อมต่อจะไม่สะดุดไม่ว่าจะอยู่บนท้องถนนหรือพักผ่อนกับครอบครัว
สงกรานต์ยุคน้ำมันแพง พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่การท่องเที่ยววิถีใหม่
สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันในประเทศที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในช่วงต้นปี 2569 กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ข้อมูลจากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคพบว่าคนไทยเริ่มปรับแผนการเดินทางจากเดิมที่เน้นการท่องเที่ยวระยะไกลข้ามภาค มาเป็นการเลือกท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงหรือการใช้เวลาพักผ่อนยาวภายในที่พักอาศัยของตนเองมากขึ้น เพื่อบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในครัวเรือนให้สอดคล้องกับสภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงมีความผันผวนสูง
ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ได้เล็งเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของพฤติกรรมนี้ โดยคาดการณ์ว่าปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตจะไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงแค่ในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหรือต่างจังหวัดเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต แต่จะเกิดการกระจายตัวอย่างหนาแน่นในพื้นที่ชุมชน รอบนอกเมือง และจุดพักรถสำคัญต่างๆ รวมถึงปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้าน (Broadband) ที่มีแนวโน้มจะพุ่งสูงขึ้นจากการพักผ่อนอยู่บ้านเพื่อรับชมความบันเทิงออนไลน์และการติดต่อสื่อสารผ่านวิดีโอคอลกับญาติพี่น้อง

นอกจากกลุ่มที่เลือกอยู่บ้านแล้ว สำหรับกลุ่มที่ตัดสินใจเดินทางข้ามจังหวัดในช่วงเทศกาลนี้ ยังมีแนวโน้มที่จะใช้เวลาบนท้องถนนนานขึ้นกว่าปกติ เนื่องจากการแวะพักรถเพื่อวางแผนการเดินทางและรอคิวเติมน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันสายหลัก ซึ่งจุดพักรถเหล่านี้จะกลายเป็น “ไมโครฮับ” (Micro-hub) ของการใช้งานดาต้าที่สำคัญ ทรูจึงต้องเตรียมความพร้อมในการเสริมกำลังส่งสัญญาณในพื้นที่เหล่านี้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อรองรับการใช้งานที่หนาแน่นขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทะยานสู่มาตรฐานโลกกับ AI Autonomous Network ระดับ 4.0 หนึ่งเดียวในไทย
หัวใจสำคัญของการเตรียมความพร้อมในปี 2569 คือการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาขับเคลื่อนโครงข่ายอย่างเต็มรูปแบบ โดยทรู คอร์ปอเรชั่น ได้นำ AI ที่ได้รับการรับรองระดับ Autonomous Network 4.0 จาก TM Forum มาใช้งานเป็นรายแรกๆ ซึ่งความสำเร็จนี้เปรียบเสมือนการมีทีมวิศวกรอัจฉริยะคอยเฝ้าระวังและปรับปรุงระบบให้โดยอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่มนุษย์แทบไม่ต้องเข้าไปแทรกแซง ระบบนี้มีความสามารถในการวิเคราะห์แนวโน้มการใช้งานและจัดการปัญหาได้ล่วงหน้าก่อนที่ผู้ใช้งานจะรู้สึกถึงความติดขัด
เทคโนโลยีดังกล่าวดำเนินงานผ่านระบบที่เรียกว่า Intent-Based Operation หรือ IBO ซึ่งเป็นกลไกที่ทำงานเสมือนสมองกลอัจฉริยะที่เข้าใจความต้องการของผู้ใช้งานในแต่ละพื้นที่อย่างลึกซึ้ง ระบบจะทำการจัดสรรทรัพยากรแบนด์วิดท์ (Bandwidth) ให้เหมาะสมกับกิจกรรมในพื้นที่นั้นๆ เช่น หากพื้นที่ใดมีการจัดงาน Music Festival และมีการไลฟ์สดจำนวนมาก ระบบ AI จะทำการกระจายโหลดสัญญาณและลดการรบกวนของคลื่นความถี่โดยอัตโนมัติ เพื่อให้การส่งผ่านข้อมูลลื่นไหลและมีประสิทธิภาพสูงสุดระดับ 5G อย่างแท้จริง
การนำ AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความเสถียรในการใช้งานดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาคุณภาพของเครือข่าย 4G และ 5G รวมถึงเน็ตบ้านไฟเบอร์ให้มีความสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะมีการเชื่อมต่อพร้อมกันในระดับมหาศาลเพียงใดก็ตาม ซึ่งระบบจะประเมินผลแบบเรียลไทม์ผ่านศูนย์ปฏิบัติการ BNIC และ War Room ที่ถูกจัดตั้งขึ้นเป็นพิเศษสำหรับสงกรานต์ปีนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าทุกคนจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดตลอดช่วงวันหยุดยาว
เจาะลึก 5 พื้นที่ยุทธศาสตร์ การวางโครงข่ายเชิงรุกครอบคลุมทุกจุดพักและจุดเที่ยว
เพื่อให้การสื่อสารในช่วงสงกรานต์ครอบคลุมทุกมิติ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้คัดเลือก 5 พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญทั่วประเทศในการเสริมกำลังสัญญาณอย่างเข้มข้น ประกอบด้วย แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม วัด และสถานที่ทำบุญสำคัญที่คาดว่าจะมีพุทธศาสนิกชนไปร่วมสรงน้ำพระเสริมสิริมงคลเป็นจำนวนมาก รวมถึงจุดแลนด์มาร์กสำคัญสำหรับการเล่นน้ำสงกรานต์ที่เป็นจุดรวมตัวของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อรองรับการอัปโหลดภาพและวิดีโอความละเอียดสูงขึ้นโซเชียลมีเดีย
พื้นที่ต่อมาคือศูนย์กลางด้านการคมนาคมและถนนสายหลัก ไม่ว่าจะเป็นท่าอากาศยานนานาชาติ สถานีขนส่งหมอชิต เอกมัย สถานีรถไฟกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ รวมถึงถนนเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่างๆ โดยในปีนี้มีการเพิ่มความสำคัญเป็นพิเศษให้กับ “จุดพักรถ” และสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงสถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charging Station) เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ผู้เดินทางมักจะหยุดแวะพักและมีการใช้งานมือถือเพื่อตรวจสอบเส้นทาง ค้นหาร้านอาหาร หรือใช้งานความบันเทิงระหว่างรอคาร์จไฟและเติมน้ำมัน
สำหรับการเตรียมความพร้อมในพื้นที่เหล่านี้ ทรูได้ระดมรถสถานีฐานเคลื่อนที่หรือ COW (Cell-On-Wheel) เข้าไปติดตั้งในจุดที่คาดว่าจะมีความหนาแน่นของประชากรสูงผิดปกติ พร้อมทั้งติดตั้งเสาสัญญาณชั่วคราวเพิ่มเติมในทุกภูมิภาค เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับการใช้งานข้อมูลที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ซึ่งเป็นการดำเนินการเชิงรุกที่ช่วยลดปัญหาคอขวดของสัญญาณอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมากได้อย่างเห็นผล
ปักหมุดกรุงเทพฯ หนุนซอฟต์พาวเวอร์ไทยผ่านอีเวนต์สงกรานต์ระดับโลก
กรุงเทพมหานครยังคงเป็นเป้าหมายหลักของการจัดงานสงกรานต์ที่ทรงพลังระดับโลก โดยทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อน “ซอฟต์พาวเวอร์” (Soft Power) ผ่านเทศกาลงานประเพณีไทย จึงได้ทำการเสริมสัญญาณในจุดเล่นน้ำยอดนิยมอย่างถนนข้าวสาร ถนนสีลม และสยามสแควร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความท้าทายสูงด้านความหนาแน่นของสัญญาณ เนื่องจากมีตึกสูงและอาคารบดบังทัศนียภาพของคลื่นความถี่ในบางจุด
นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมสำหรับงานเทศกาลดนตรีระดับสากลที่จัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน อาทิ SIAM Songkran Music Festival ที่ RCA, S2O Songkran Music Festival ย่านรัชดา และ X Festival ที่ Warehouse Stadium ซึ่งงานเหล่านี้มีผู้เข้าร่วมงานมหาศาลและมีการใช้ข้อมูลระดับ Terabyte ทรูจึงได้นำโซลูชัน IBC (In-Building Coverage) และการปรับค่าพารามิเตอร์เครือข่ายให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานเฉพาะหน้า เพื่อให้การรับส่งข้อมูลในพื้นที่จัดงานขนาดใหญ่ทำได้อย่างไร้รอยต่อ
พฤติกรรมของคนกรุงเทพฯ ที่เลือกไม่เดินทางออกต่างจังหวัดแต่หันมาทำกิจกรรมในเมืองแทน เช่น การเดินศูนย์การค้าหรือชมภาพยนตร์ ก็ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมีการติดตั้งระบบกระจายสัญญาณภายในอาคารเพิ่มเติมตามศูนย์การค้าชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อให้กลุ่มลูกค้าที่เลือกฉลองสงกรานต์แบบพักผ่อนในเมือง (Staycation) ยังคงสามารถเข้าถึงบริการดิจิทัลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะอยู่ใจกลางย่านธุรกิจหรือย่านที่พักอาศัย
วิสัยทัศน์ผู้บริหาร ทรู คอร์ปอเรชั่น กับความมุ่งมั่นเพื่อคนไทยในยุคดิจิทัล
ความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงข่ายครั้งนี้ได้รับการยืนยันจากผู้บริหารระดับสูงที่ดูแลด้านเครือข่ายโดยตรง ซึ่งให้ความสำคัญกับการตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคมากกว่าแค่เรื่องของตัวเลขทางเทคนิค แต่เป็นการมองถึง “คุณภาพชีวิตดิจิทัล” ที่ลูกค้าจะได้รับท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาวะเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่บีบคั้นพฤติกรรมการเดินทาง
“ทีมงานทรู คอร์ปอเรชั่น ไม่ได้แค่วางแผนโครงข่ายเชิงรุกเพื่อรองรับท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ แต่เรายังวางแผนรองรับพฤติกรรมการใช้งานที่มีแนวโน้มเปลี่ยนไป จากเดิมที่เทศกาลสงกรานต์จะมีรูปแบบ ‘กระจุกตัวในแหล่งท่องเที่ยวสงกรานต์ และการเดินทางไกลข้ามจังหวัด’ ไปสู่รูปแบบที่ ‘กระจายตัวและยืดหยุ่น’ ทั้งระหว่างการเดินทางข้ามจังหวัด และการใช้งานในจังหวัด หรืออยู่บ้านกับครอบครัวมากขึ้น โดยคาดว่าปริมาณการใช้งานดิจิทัลยังคงเพิ่มสูง แต่จะกระจายไปยังสถานที่จัดกิจกรรมสงกรานต์ใหญ่ๆ เส้นทางคมนาคมสายหลัก จุดพักรถ และพื้นที่ชุมชนมากขึ้น ควบคู่กับการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านที่เติบโตจากกลุ่มผู้บริโภคที่เลือกพักผ่อนอยู่บ้านในปีนี้” — นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
นอกจากนี้นายคูรัมยังเน้นย้ำว่า การวางแผนในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของทรูในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สามารถปรับตัวตามสถานการณ์จริงได้อย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นการรองรับไลฟ์สไตล์ที่ยืดหยุ่นของคนไทยยุคปัจจุบัน หรือการสนับสนุนภาครัฐในการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยทรูมุ่งหวังให้เทคโนโลยี 5G และเน็ตบ้านเป็นตัวกลางที่ช่วยเชื่อมต่อความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยในช่วงปีใหม่ไทยนี้อย่างทั่วถึง
ผนึกกำลัง ททท. มอบความสุขสุดพิเศษ ดับร้อนรับมหาสงกรานต์ 2569
ไม่เพียงแค่ด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ทรูยังได้ร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อยกระดับความสุขให้กับลูกค้าและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย ผ่านแคมเปญสิทธิพิเศษมากมายที่ออกแบบมาเพื่อคืนกำไรให้แก่ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจุดแลนด์มาร์กยอดฮิตของกรุงเทพฯ อย่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรม “มหาสงกรานต์” อย่างยิ่งใหญ่ตลอดช่วงวันที่ 11 – 15 เมษายน 2569
ลูกค้าทรูและดีแทคสามารถรับความสดชื่นได้ฟรีผ่านสิทธิพิเศษมากมายภายในงาน อาทิ เครื่องดื่มคลายร้อนจากแบรนด์ดังอย่าง โค้ก ซีโร่, Slurpee จาก Freshy, น้ำแร่ Eto และไอศกรีม Cremo รวมถึงส่วนลดอาหารยอดนิยมอย่าง KFC สูงสุดถึง 50% ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวใกล้บ้านและช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลได้อย่างดีเยี่ยม ผ่านการกดรับสิทธิ์ง่ายๆ บนแอปพลิเคชันทรู
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ ทรูยังได้จัดเตรียมโปรโมชันพิเศษสำหรับกลุ่ม Tourist SIM โดยสามารถซื้อซิมและรับซองกันน้ำฟรีได้ที่บูธทรูตลอดงาน เพื่อให้การท่องเที่ยวสงกรานต์ในไทยเป็นไปอย่างสนุกสนานและไม่ขาดการติดต่อ ซึ่งถือเป็นการร่วมมือกับภาครัฐในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและยกระดับมาตรฐานการให้บริการดิจิทัลในภาคการท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นรูปธรรม
จัดเต็มความคุ้มค่าส่งท้าย พร้อมดูแลเคียงข้างคนไทยทุกเส้นทาง
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทยอย่างเป็นทางการ ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังได้เตรียมของสมนาคุณสุดพิเศษเพื่อมอบให้แก่ลูกค้าคนสำคัญที่เข้ามาใช้บริการ ณ ทรูช็อป และ ดีแทคช็อป กว่า 129 สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ โดยเพียงแค่เข้ามาทำธุรกรรมหรือซื้อสินค้าครบ 500 บาท ก็จะได้รับกระเป๋ากันน้ำดีไซน์เก๋ไก๋ไปใช้งานได้ฟรีทันทีตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนนี้เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นการแสดงความขอบคุณต่อความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้เสมอมา
ในด้านของการปฏิบัติงาน ทรูยังคงให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ กสทช. อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาคุณภาพมาตรฐานของโครงข่ายโทรคมนาคมในระดับสูงสุด โดยการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการ BNIC จะไม่เพียงแค่เฝ้าระวังทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังมีการวิเคราะห์ความพึงพอใจและประสบการณ์ของผู้ใช้งานในแต่ละพื้นที่แบบนาทีต่อนาที เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นในจุดที่มีการใช้งานหนาแน่น
ท้ายที่สุดนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งหวังที่จะเห็นคนไทยทุกคนมีความสุขในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ด้วยโครงข่ายที่แข็งแกร่งและเทคโนโลยี AI ล้ำสมัย ทรูพร้อมที่จะเป็น “เส้นเลือดใหญ่ดิจิทัล” ที่หล่อเลี้ยงทุกความสัมพันธ์และทุกช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัวไทยให้เบิกบานและสดใสได้ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
#TrueCorporation #ทรูคอร์ปอเรชั่น #5G #สงกรานต์2569 #น้ำมันแพง #AITech #AutonomousNetwork #อินเทอร์เน็ตบ้าน #SoftPower #TheReporterAsia #ข่าวเศรษฐกิจ #ดิจิทัลไลฟ์สไตล์

