BLC โชว์รายได้ไตรมาสแรก 400 ล้าน พร้อมจ่ายปันผลยืนหนึ่งหุ้นยา

บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่เป็นมากกว่าผู้ผลิตยา แต่เป็นผู้ให้บริการโซลูชันสุขภาพแบบครบวงจรที่สามารถปรับตัวรับแรงเสียดทานของตลาดได้อย่างน่าสนใจ การเปิดเผยผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงตัวเลขรายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นหุ้นปันผล (Dividend Stock) ที่นักลงทุนสามารถไว้วางใจได้ในระยะยาว

การรุกคืบของ BLC ในช่วงต้นปีนี้เต็มไปด้วยกลยุทธ์ที่เฉียบคม โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับกลุ่มนวัตกรรมสมุนไพรภายใต้แบรนด์ “Plaivana” (ไพลวาน่า) ซึ่งกลายเป็นดาวเด่นที่สร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มสินค้าอื่นๆ ในพอร์ตโฟลิโอ ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มองเห็นความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่โหยหาผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่มาพร้อมมาตรฐานวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ ผสมผสานกับการบริหารจัดการช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านโรงพยาบาลซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญที่ยังคงขยายตัวได้อย่างมั่นคงแม้ในยามที่ภาคอุตสาหกรรมเครื่องสำอางต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือด

ความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นได้รับความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เมื่อคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเพื่อตอบแทนการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่บ่งบอกถึงสภาพคล่องและความมั่งคั่งของกำไรสะสมที่บริษัทยังคงรักษาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น การประกาศแผนการจ่ายปันผลในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของตัวเลขเงินสดที่จะโอนเข้าบัญชีผู้ถือหุ้นในเดือนมิถุนายน แต่คือการส่งสารที่ชัดเจนว่า BLC พร้อมที่จะเติบโตไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนพร้อมกับการสร้างผลตอบแทนที่จับต้องได้จริงในทุกไตรมาสของการดำเนินงาน

เจาะลึกรายได้และกลยุทธ์นวัตกรรมสมุนไพรขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน

ในรายละเอียดของผลกำไรและรายได้ที่เกิดขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2569 นั้น BLC สามารถทำรายได้จากการขายและให้บริการรวมทั้งสิ้น 417.8 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แม้ว่าจะมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ซึ่งปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมรายได้แบบรายปีมาจากกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางที่ต้องเผชิญกับคลื่นการแข่งขันที่รุนแรงและการทำสงครามราคาในตลาดค้าปลีก อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถชดเชยส่วนต่างดังกล่าวได้ด้วยการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่องทางโรงพยาบาลที่กวาดรายได้ไปถึง 179 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 11.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรนวัตกรรมโดยเฉพาะแบรนด์ Plaivana (ไพลวาน่า) ได้กลายเป็นหัวเจาะสำคัญในการสร้างกำไร โดยมีอัตราการเติบโตมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับตลาดสมุนไพรที่ต้องการความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานการผลิต ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ BLC ได้กล่าวถึงทิศทางนี้ว่า “เรายังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่านวัตกรรมสมุนไพรของคนไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากลและตอบโจทย์การรักษาที่ยั่งยืน” การรุกตลาดครั้งนี้ยังรวมถึงการรักษามาตรฐานการผลิตยาสามัญและยาสามัญใหม่ที่ยังคงเป็นกระดูกสันหลังของบริษัท

ด้านโครงสร้างทางการเงินในไตรมาสนี้ บริษัทมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 229.0 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิได้ 30.4 ล้านบาท แม้ตัวเลขกำไรจะมีการปรับลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่หากวิเคราะห์ในเชิงลึกจะพบว่าเกิดจากการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการขาย (Product Mix) และการเพิ่มงบประมาณในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพื่อการลงทุนสร้างแบรนด์และการตลาดเชิงรุก การเพิ่มจำนวนบุคลากรเพื่อรองรับอาคารผลิตยาแห่งใหม่ที่กำลังจะเปิดดำเนินการถือเป็นการลงทุนล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต ซึ่งสะท้อนถึงการมองข้ามกำไรระยะสั้นเพื่อความมั่นคงในระยะยาวขององค์กร

อาคารผลิตยาแห่งใหม่ที่จังหวัดราชบุรีคือหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ BLC ในปี 2569 นี้ โดยปัจจุบันความคืบหน้าของโครงการดำเนินไปตามแผนงานที่วางไว้และคาดว่าจะมีการส่งมอบอาคารได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ ความสำคัญของโรงงานแห่งใหม่ไม่ได้อยู่ที่เพียงการเพิ่มพื้นที่การผลิต แต่คือการนำเทคโนโลยีการผลิตยาสามัญและยาสามัญใหม่ที่ทันสมัยครอบคลุมทั้งประเภทยาเม็ด แคปซูล ผง และครีม เข้ามาเพื่อสร้าง Economies of Scale หรือการประหยัดต่อขนาด ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเริ่มเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ

กระบวนการทดลองการผลิตหรือ Test Run ที่จะเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2569 จะเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการทดสอบระบบมาตรฐานและความปลอดภัยก่อนที่จะเริ่มการผลิตจริงเพื่อจัดจำหน่าย การเปิดโรงงานใหม่นี้คาดว่าจะดำเนินการได้ทันท่วงทีในไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บริษัทเตรียมเปิดตัวยาสามัญใหม่เพิ่มเติมอีก 1 รายการ การบูรณาการโรงงานใหม่เข้ากับแผนการออกผลิตภัณฑ์จะช่วยให้ BLC สามารถควบคุมห่วงโซ่อุปทานได้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาไปจนถึงการกระจายสินค้าสู่มือผู้บริโภค ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้บริษัทแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นในตลาด

BLC

นอกเหนือจากการขยายกำลังการผลิตแล้ว BLCยังมุ่งเน้นไปที่การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านการใช้พลังงานสะอาด โดยโครงการโซลาร์ฟาร์ม เฟส 2 จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการลดต้นทุนด้านพลังงานที่ผันผวน ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์ ได้เน้นย้ำถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการนี้ว่า “เรามุ่งเน้นสร้างการเติบโตผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการลดต้นทุนพลังงาน ควบคู่ไปกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI เพื่อยกระดับความสามารถในการทำกำไรให้สูงขึ้น” การบริหารจัดการคลังสินค้าที่รัดกุมยังเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการรับมือกับความผันผวนของต้นทุนโลจิสติกส์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในปัจจุบัน

แผนการตลาดในปี 2569 ของ BLCถูกวางไว้อย่างเป็นระบบโดยมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มโรงพยาบาลเข้าสู่ช่องทางร้านขายยาให้มากขึ้นเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงในโรงพยาบาลจะถูกนำมาจัดจำหน่ายผ่านร้านยาโดยใช้ความเชื่อถือด้านคุณภาพเป็นแรงจูงใจ นอกจากนี้ บริษัทยังมีการวางแผนรุกตลาดในจังหวัดที่ยังมีส่วนแบ่งทางการตลาดน้อยเพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งถือเป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตในพื้นที่ใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ

ในส่วนของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง BLCยังคงเดินหน้าสร้าง Branding อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะแบรนด์ DeeDay ที่มีการปรับกลยุทธ์การตลาดผ่าน Influencer เพื่อเจาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็กซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงและมีความต้องการเฉพาะทาง ขณะที่แบรนด์ Clena, Prozeus ก็ยังสามารถรักษายอดขายและมีการเติบโตที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า การออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง “ไพลวาน่า คูล สเปรย์” ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา รวมถึงแผนการออกผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพิ่มเติมอีก 2 รายการในช่วงครึ่งปีหลัง จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยให้เป้าหมายรายได้ของปีนี้บรรลุผลตามที่ตั้งไว้

ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์ ได้ทิ้งท้ายถึงทิศทางความเชื่อมั่นว่า “การดำเนินงานของ BLCมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว เราทำการตลาดเชิงรุกในกลุ่มสินค้าที่มีอัตราทำกำไรสูงและขยายช่องทางออนไลน์ให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นว่าบริษัทจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้อย่างสม่ำเสมอ” คำกล่าวนี้สอดคล้องกับมติการจ่ายปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.04 บาทต่อหุ้น รวมมูลค่ากว่า 24 ล้านบาท ซึ่งเตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 มิถุนายนนี้

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาหุ้นที่มีรากฐานแข็งแกร่งในอุตสาหกรรม Healthcare ของประเทศไทย BLCถือเป็นตัวเลือกที่สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปีกับนวัตกรรมสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว บริษัทไม่เพียงแค่ผลิตยา แต่ยังสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพให้แก่คนไทยภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ตรวจสอบได้ การก้าวเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปี 2569 จึงเป็นช่วงเวลาที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เมื่อความพร้อมของโรงงานใหม่เริ่มชัดเจนขึ้นและทัพผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเริ่มทยอยลงสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

บทสรุปของผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 นี้ แสดงให้เห็นว่า BLCมีความยืดหยุ่นสูงต่อสภาวะตลาด แม้จะมีความกดดันจากต้นทุนการทำตลาดและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร แต่บริษัทก็ยังสามารถสร้างกระแสเงินสดและกำไรเพื่อจ่ายปันผลคืนแก่ผู้ถือหุ้นได้ตามสัญญา การเป็นผู้นำด้าน Comprehensive Healthcare Solutions จึงไม่ใช่เพียงสโลแกน แต่เป็นวิถีการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศในทุกมิติ นักลงทุนจึงสามารถคาดหวังถึงการเติบโตที่เร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังเมื่อกลไกการผลิตใหม่และการประหยัดต่อขนาดเริ่มส่งผลต่อกำไรสุทธิอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

สุดท้ายนี้ การสื่อสารที่ชัดเจนจากทีมบริหารของBLC และความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลผ่านบริษัท เอ็ม ที มัลติมีเดีย จำกัด ได้ช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีตลาดทุนไทย สำหรับผู้ถือหุ้นที่ต้องการรักษาสิทธิ์ในการรับเงินปันผล อย่าลืมติดตามกำหนดการ Record Date ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่พลาดโอกาสในการรับผลตอบแทนจากการเติบโตไปพร้อมกับยักษ์ใหญ่ด้านยาและเวชสำอางของเมืองไทยรายนี้ BLCยังคงเดินหน้าพิสูจน์ตนเองในฐานะหุ้นเติบโตที่มีปันผลหล่อเลี้ยง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หายากและเป็นที่ต้องการอย่างมากในพอร์ตการลงทุนยุคปัจจุบัน

#BLC #BangkokLabAndCosmetic #หุ้นไทย #ปันผล #สมุนไพรไทย #อุตสาหกรรมยา #Plaivana #ยาสามัญใหม่ #สุขภาพ #ตลาดหุ้น #HealthcareThailand

Related Posts