เซ็นทรัล รีเทล หุ้นกู้สุดฮอต ยอดจองทะลุเป้า 3 เท่า ตอกย้ำความแกร่ง

เซ็นทรัล รีเทล หุ้นกู้สุดฮอต ยอดจองทะลุเป้า 3 เท่า ตอกย้ำความแกร่ง

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกและตลาดทุนไทยที่ยังคงเผชิญกับความผันผวนและความท้าทายรอบด้าน แต่บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กลับสร้างปรากฏการณ์ความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ในตลาดหุ้นกู้ไทย โดยล่าสุดทางบริษัทได้ประกาศความสำเร็จในการปิดดีลเสนอขายหุ้นกู้มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนสถาบันอย่างท่วมท้นจนมียอดจองซื้อสูงกว่า 18,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นความต้องการที่มากกว่ามูลค่าที่เสนอขายถึง 3 เท่าตัว สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจที่นักลงทุนมีต่อศักยภาพการบริหารงานและโครงสร้างทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของยักษ์ใหญ่ค้าปลีกรายนี้

ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการยืนยันถึงความมีเสถียรภาพทางการเงินของ เซ็นทรัล รีเทล ซึ่งดำเนินธุรกิจในฐานะผู้นำค้าปลีกและค้าส่งทั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม การที่นักลงทุนสถาบันแสดงความจำนงจองซื้ออย่างล้นหลามเกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้มากนั้น เป็นเครื่องชี้วัดที่ชัดเจนว่าความแข็งแกร่งของ “อีโคซิสเต็ม” หรือระบบนิเวศทางธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลยังคงเป็นที่ยอมรับในระดับสากล แม้ในช่วงเวลาที่นักลงทุนส่วนใหญ่มีความระมัดระวังในการจัดสรรเงินลงทุน แต่ CRC ยังคงสามารถดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลได้อย่างน่าประทับใจ

สำหรับหุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้ประกอบด้วย 2 รุ่นที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนในระยะเวลาที่แตกต่างกัน รุ่นแรกมีอายุ 2 ปี 11 เดือน 29 วัน พร้อมอัตราคิดลดที่ 1.70% ต่อปี ในขณะที่รุ่นที่สองมีอายุ 5 ปี มอบอัตราดอกเบี้ยคงที่ที่ 2.10% ต่อปี ข้อมูลที่น่าสนใจคือหุ้นกู้ชุดนี้ได้รับระดับความน่าเชื่อถือที่ “AA-” แนวโน้ม “Stable” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นอันดับเครดิตที่สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่มั่นคงและระดับความเสี่ยงที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน

เจาะลึกยุทธศาสตร์ความแข็งแกร่งและทิศทางการเติบโตอย่างยั่งยืน

หากพิจารณาถึงเบื้องหลังความสำเร็จทางการเงินในครั้งนี้ เราจะพบว่ารากฐานสำคัญมาจากความหลากหลายของกลุ่มธุรกิจที่ครอบคลุมทุกมิติการใช้ชีวิต เซ็นทรัล รีเทล ไม่ได้เป็นเพียงห้างสรรพสินค้า แต่คือแพลตฟอร์มค้าปลีกและค้าส่งที่มีทั้งกลุ่มฟู้ด แฟชั่น ฮาร์ดไลน์ และพร็อพเพอร์ตี้ การกระจายความเสี่ยงผ่านกลุ่มธุรกิจที่หลากหลายทำให้บริษัทสามารถปรับตัวและรักษารายได้ให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าสถานการณ์ภายนอกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ในด้านความน่าเชื่อถือทางธุรกิจนั้น CRC สามารถรักษาอันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรที่ระดับ “AA-” ต่อเนื่องมาถึง 4 ปีซ้อน ซึ่งถือเป็นระดับที่ดีที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีกไทย ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสถิติบนกระดาษ แต่เป็นหลักประกันที่นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจ การที่บริษัทสามารถบริหารจัดการหนี้สินและสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับที่เหมาะสม และช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาวในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

นายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน ของ CRC ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า “การตอบรับที่เกินความคาดหมายจากนักลงทุนในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งของ CRC ในด้านอีโคซิสเต็มค้าปลีก-ค้าส่งทั้งประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทุก life stage และ lifestyle ของลูกค้าได้อย่างไร้รอยต่อ” นอกจากนี้เขายังระบุด้วยว่าเงินที่ได้จากการระบายหุ้นกู้ในครั้งนี้จะถูกนำไปชำระคืนเงินกู้บางส่วนจากสถาบันการเงิน เพื่อเป็นการบริหารจัดการต้นทุนและโครงสร้างทางการเงินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

อาณาจักรของเซ็นทรัล รีเทล ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังแผ่กิ่งก้านสาขาไปไกลถึงประเทศเวียดนามด้วยเครือข่ายร้านค้ามากกว่า 3,777 แห่ง ข้อมูล ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 ระบุว่าบริษัทมีการดำเนินธุรกิจครอบคลุม 63 จังหวัดในไทย และ 26 จังหวัดในเวียดนาม แบรนด์ในเครือที่ทุกคนคุ้นเคยอย่าง ท็อปส์, ไทวัสดุ, เพาเวอร์บาย, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และโรบินสัน ต่างเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ระบบนิเวศนี้มีความสมบูรณ์แบบและเข้าถึงผู้บริโภคในทุกระดับ

นอกจากกลุ่มธุรกิจหลักแล้ว การขยายตัวเข้าสู่ธุรกิจค้าส่งอย่าง “โก โฮลเซลล์” (GO Wholesale) และการพัฒนาศูนย์การค้าในรูปแบบ “โรบินสันไลฟ์สไตล์” ยังเป็นตัวอย่างของการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและความครบวงจร ยุทธศาสตร์การเป็น Omnichannel ที่เชื่อมต่อโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ทำให้ CRC สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางการเติบโตของอีคอมเมิร์ซที่รุนแรง

ท้ายที่สุดเป้าหมายสูงสุดของเซ็นทรัล รีเทล ยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ “Central to Life” หรือการเป็นศูนย์กลางชีวิตของทุกคน นายปเนตทิ้งท้ายด้วยการขอบคุณนักลงทุนและสถาบันการเงินผู้จัดการการจัดจำหน่าย ทั้งธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารยูโอบี และบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าบริษัทจะมุ่งสร้างการเติบโตอย่างสมดุล ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนต่อไป

#CentralRetail #CRCBond2026 #หุ้นกู้เซ็นทรัล #เศรษฐกิจไทย #การลงทุน #RetailLeader #CentralToLife #BusinessGrowth

Related Posts