สิงคโปร์-เวียดนาม-ปินส์ คว้าแชมป์ Huawei ICT Competition APAC

สิงคโปร์-เวียดนาม-ปินส์ คว้าแชมป์ Huawei ICT Competition APAC

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก้าวสู่หมุดหมายใหม่ที่สำคัญ เมื่อยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลกและองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศร่วมมือกันปั้นบุคลากรเจนเนอเรชันใหม่ การแข่งขัน “Huawei ICT Competition APAC ครั้งที่ 10” ณ สำนักงานใหญ่สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เผยให้เห็นศักยภาพอันโดดเด่นของเยาวชนในภูมิภาคที่พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยมีเยาวชนจาก 14 ประเทศและเขตเศรษฐกิจเข้าร่วมชิงชัยกว่า 8,600 คน สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและการตระหนักรู้ในความสำคัญของทักษะดิจิทัลที่จะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต

เวทีประกวดระดับภูมิภาคนี้ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่ลองทีมของนักศึกษาและบุคลากรไอทีรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ ASEAN Digital Masterplan 2030 ที่มุ่งเน้นให้มนุษย์และกำลังคนเป็นหัวใจหลักในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว การแข่งขันครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากทั้งภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศ ส่งผลให้ผลงานนวัตกรรมที่ถูกคิดค้นขึ้นมาได้รับการยอมรับในแง่ของความสามารถที่สามารถนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์จริงในเชิงอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยั่งยืน

สำหรับผลลัพธ์การชิงชัยในครั้งนี้ ทีมจากสถาบันการศึกษาชั้นนำของภูมิภาคสามารถโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง National University of Singapore ที่คว้ารางวัลสูงสุด Grand Prize ในประเภท Innovation Competition ไปครอง ขณะที่ในประเภท Practice Competition ซึ่งทดสอบความเชี่ยวชาญเชิงลึกเฉพาะทาง ทีมจาก Vietnam Posts and Telecommunications Institute of Technology สามารถกวาดรางวัลสูงสุดได้ทั้งในสาย Computing และ Cloud ด้านสาย Network รางวัลชนะเลิศตกเป็นของ Bulacan State University จากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งทุกทีมที่ได้รับรางวัลใหญ่เหล่านี้จะเป็นตัวแทนของภูมิภาคไปประกวดต่อในเวทีโลก

เจาะลึกผลงานนวัตกรรมแชมป์เอเชียแปซิฟิก

ชัยชนะของ National University of Singapore ในประเภท Innovation Competition สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเขียนโค้ดหรือการสร้างระบบขึ้นมาลอย ๆ เท่านั้น แต่นวัตกรรมที่พวกเขาเสนอสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่มีคุณค่าทั้งในเชิงสังคมและเชิงพาณิชย์ได้อย่างชัดเจน การออกแบบโซลูชันไอทีในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องมองหาโอกาสสร้างรายได้ไปพร้อม ๆ กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ซึ่งโครงงานนวัตกรรมของทีมสิงคโปร์สามารถทำลายข้อจำกัดเดิม ๆ และชี้ให้เห็นถึงแนวทางใหม่ของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะในโลกธุรกิจจริง

Huawei ICT Competition APAC

ในส่วนของการแข่งขันสายวิชาชีพหรือ Practice Competition สถาบันจากเวียดนามอย่าง Vietnam Posts and Telecommunications Institute of Technology ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของระบบการศึกษาด้านไอทีในประเทศเวียดนาม การคว้าแชมป์ในสาย Cloud และ Computing พร้อมกันแสดงถึงศักยภาพระดับสูงในการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่และการประมวลผลบนคลาวด์ ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้คือรากฐานพื้นฐานที่ทุกองค์กรธุรกิจทั่วโลกกำลังต้องการเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เป็นดิจิทัล ส่งผลให้กลุ่มคนรุ่นใหม่จากเวียดนามเป็นที่จับตามองอย่างมากในตลาดแรงงานด้านเทคโนโลยีระดับสากล

ขณะที่สาย Network หรือระบบเครือข่าย ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบบการสื่อสารและโครงสร้างพื้นฐานไอทีทั้งหมด ตกเป็นของ Bulacan State University จากฟิลิปปินส์ การออกแบบและจัดการเครือข่ายที่มีความเสถียร ปลอดภัย และยืดหยุ่นในยุคปัจจุบันถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับนักพัฒนา ชัยชนะในสายนี้จึงยืนยันว่าเยาวชนฟิลิปปินส์มีความพร้อมในด้านทักษะเชิงปฏิบัติที่สามารถเข้าสู่การทำงานจริงในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งนี้ ทีมผู้ชนะรางวัล Grand Prize ทั้งหมดจะเดินทางไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับโลก ณ เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ในเดือนมิถุนายน เพื่อประชันความสามารถกับคู่แข่งอีกกว่า 100 ทีมทั่วโลก

เปิดวิสัยทัศน์อาเซียนและยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนกำลังคน AI

ความร่วมมือระหว่างพันธมิตรในภูมิภาคเป็นภาพสะท้อนนโยบายที่เด่นชัดในการเร่งเครื่องพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลให้เติบโตอย่างมั่นคง การจัดงานในสถานที่สำคัญระดับภูมิภาคอย่างสำนักงานใหญ่สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำให้เห็นถึงความตื่นตัวของผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่พยายามผลักดันมาตรการส่งเสริมเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือระหว่างหัวเว่ย มูลนิธิอาเซียน และสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ในการร่วมแสดงสัญลักษณ์ความร่วมมือพัฒนาบุคลากร AI ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลดช่องว่างทางดิจิทัลและสร้างมาตรฐานการศึกษาไอทีร่วมกันในภูมิภาค

ภายในงานยังได้มีการเปิดตัวสมุดปกขาว “ICT Job Roles and Skills in the Intelligent World” ซึ่งจัดทำขึ้นร่วมกันระหว่างหัวเว่ย ไอดีซี (IDC) มูลนิธิโอเพ่นอะตอม และ Global Intelligent Internet of Things Consortium เป็นครั้งแรกนอกประเทศจีน รายงานฉบับนี้กลายเป็นเข็มทิศเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากมีการระบุถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของทักษะไอทีที่จำเป็นในยุคอัจฉริยะ ช่วยให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ สามารถนำข้อมูลไปปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการแรงงานที่แท้จริงของตลาดโลกได้

นอกจากนี้ การประกาศอัพเกรดหลักสูตรครั้งใหญ่ของ Huawei ICT Academy ด้วยการเพิ่มเนื้อหาด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมจัดหาทรัพยากรการสอนแบบครบวงจรและนำไปปฏิบัติได้จริง จะช่วยให้สถาบันอุดมศึกษาทั่วเอเชียแปซิฟิกสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ระดับโลกได้อย่างรวดเร็ว เทคโนโลยี AI ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างทางธุรกิจจำเป็นต้องมีบุคลากรที่เข้าใจทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ การกระจายเครื่องมือและการสอนเหล่านี้จึงเป็นเสมือนทางลัดในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งภูมิภาค

“ในโอกาสครบรอบการแข่งขันครั้งที่ 10 นี้ เราหวังว่าจะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้มากยิ่งขึ้น ผ่านการส่งเสริมนวัตกรรม สนับสนุนความร่วมมือ และพัฒนาคนรุ่นใหม่ด้านดิจิทัลในภูมิภาคของเรา”
— นายปีเตอร์ แพน (Peter Pan) รองประธาน หัวเว่ย เอเชียแปซิฟิค

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไอทีในเอเชียแปซิฟิก

การเติบโตอย่างโดดเด่นของ Huawei ICT Academy ในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา จากจุดเริ่มต้นเพียง 2 สถาบันใน 2 ประเทศ ก้าวกระโดดสู่เครือข่ายมากกว่า 500 สถาบันใน 18 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ ชี้ให้เห็นถึงความต้องการที่สูงมากในด้านการฝึกอบรมทักษะไอทีขั้นสูง การที่มีนักศึกษากว่า 160,000 คนผ่านการพัฒนาทักษะ และอีกกว่า 60,000 คนที่กำลังศึกษาอยู่ คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะเข้ามาเติมเต็มปัญหาการขาดแคลนแรงงานดิจิทัล (Digital Talent Shortage) ที่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและพัฒนาแล้วกำลังเผชิญอยู่

นอกเหนือจากทีมที่คว้ารางวัลใหญ่แล้ว สถาบันการศึกษาจากประเทศอื่น ๆ รวมถึงประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน ญี่ปุ่น ลาว ติมอร์-เลสเต ฮ่องกง และมาเก๊า ก็ยังสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศ และรางวัลอันดับสามรวมทั้งสิ้น 16 ทีม สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่ามาตรฐานความรู้ความสามารถด้านดิจิทัลของเยาวชนในเอเชียแปซิฟิกเริ่มมีความใกล้เคียงกันและกระจายตัวในวงกว้าง ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงแค่ในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเหมือนในอดีตอีกต่อไป

การที่ภาคเอกชนระดับโลกยึดมั่นในแนวคิด “In Asia Pacific, for Asia Pacific” ทำหน้าที่เป็นจิ๊กซอว์เชื่อมภาครัฐ มหาวิทยาลัย และอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน จะส่งผลบวกระยะยาวต่อการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ในภูมิภาคนี้ เนื่องจากนักลงทุนจะเกิดความมั่นใจว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีซัพพลายเชนของบุคลากรที่มีความพร้อมด้านคลาวด์ เครือข่าย และปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักในการทำ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน ขององค์กรธุรกิจยุคใหม่

“การส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนคือรากฐานของความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และจิตวิญญาณผู้ประกอบการของภูมิภาคเรา ตามที่ระบุไว้ใน ASEAN Digital Masterplan 2030 บุคลากรดิจิทัลคือหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์นี้”

— ดร. เกา คิม ฮอร์น (Dr. Kao Kim Hourn) เลขาธิการอาเซียน

ก้าวต่อไปของทักษะดิจิทัลและการแข่งขันระดับโลก

เป้าหมายถัดไปที่น่าติดตามคือการเดินทางของเยาวชนอาเซียนและเอเชียแปซิฟิกสู่รอบชิงชนะเลิศระดับโลก ณ เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่าเยาวชนในภูมิภาคของเราจะมีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับใดเมื่อต้องประชันหน้ากับหัวกะทิอีกนับร้อยทีมจากทวีปอื่น ๆ ทั่วโลก ประสบการณ์และการแลกเปลี่ยนความรู้ในเวทีระดับโลกดังกล่าวจะถูกนำกลับมาพัฒนาต่อยอดให้กับชุมชนไอทีในประเทศบ้านเกิดของตนเองต่อไป

ในระยะยาว ยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรด้าน AI และระบบนิเวศดิจิทัลที่ยั่งยืนจะกลายเป็นเครื่องชี้วัดความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ การเปิดตัวสมุดปกขาวและการอัพเกรดหลักสูตรไอซีทีอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างหลักประกันว่าแรงงานรุ่นใหม่จะไม่มีปัญหาทักษะล้าสมัย (Skill Obsolescence) และพร้อมที่จะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ

ความร่วมมืออย่างเหนียวแน่นระหว่างหน่วยงานระดับภูมิภาค เช่น มูลนิธิอาเซียน สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ และภาคเอกชน จะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อสร้างโมเดลการพัฒนาบุคลากรดิจิทัลที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งนับเป็นภารกิจหลักในการวางรากฐานทางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้เติบโตอย่างยั่งยืนและแข็งแกร่งในเวทีการค้าโลก

#HuaweiICTCompetition2026 #เศรษฐกิจดิจิทัล #AITalent #นวัตกรรมอาเซียน #TheReporterAsia

Related Posts