โรบอทเกาหลี PIOT บุกไทย ส่งหุ่นยนต์ Vision AI ปฏิวัติความปลอดภัย

โรบอทเกาหลี PIOT บุกไทย ส่งหุ่นยนต์ Vision AI ปฏิวัติความปลอดภัย

กระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ถาโถมเข้าสู่อุตสาหกรรมโลก การร่วมมือระหว่างประเทศไทยและเกาหลีใต้ได้ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ในงานมีเดียเดย์ครั้งสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงนวัตกรรมหุ่นยนต์และ AI ระหว่างสองประเทศ ทิศทางของ “อุตสาหกรรม 5.0” ที่เน้นการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรที่ชาญฉลาด โดยมีเป้าหมายหลักในการนำเสนอเทคโนโลยีหลักจากบริษัท AI ชั้นนำของเกาหลีใต้ พร้อมแผนการขยายความร่วมมือสู่ภาคธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่เน้นนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ

จุดเริ่มต้นของความร่วมมือครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากหน่วยงานระดับรัฐวิสาหกิจและองค์กรวิชาชีพของเกาหลี โดยได้รับเกียรติจากคุณอี ยองอิล ผู้จัดการจาก Korea Midland Power หรือ KOMIPO และสมาคมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ AI ที่ร่วมกันเฟ้นหาบริษัทที่มีศักยภาพสูงมานำเสนอต่อตลาดไทย การดำเนินงานภายใต้โครงการสนับสนุนที่มีมายาวนานกว่า 5 ปี สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปั้นธุรกิจ AI ให้เติบโตในระดับสากล ซึ่งในวันนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษที่ผู้ประกอบการไทยจะได้สัมผัสกับเทคโนโลยีที่ผ่านการพิสูจน์ประสิทธิภาพมาแล้วจากโครงการภาครัฐและอุตสาหกรรมหนักในเกาหลีใต้โดยตรง

ท่ามกลางบริษัทที่เข้าร่วมนำเสนอมากมาย ชื่อของ PIOT INC. หรือที่รู้จักในนาม Fire Robotics ได้กลายเป็นจุดสนใจสูงสุดด้วยนวัตกรรม “หุ่นยนต์สายตรวจความปลอดภัยอัจฉริยะ” ที่ใช้ขุมพลังของ Vision AI คุณคิม มยองซัน ผู้เชี่ยวชาญฝ่านพัฒนาธุรกิจ PIOT ได้ก้าวขึ้นสู่เวทีเพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์ที่มากกว่าแค่การสร้างหุ่นยนต์ แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศความปลอดภัยที่เครื่องจักรสามารถรับรู้และวิเคราะห์ความเสี่ยงได้เสมือนมนุษย์ การนำเสนอในช่วงเช้านี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงสินค้า แต่คือการเปิดประตูสู่การประยุกต์ใช้ AI ในอุตสาหกรรมความปลอดภัยและการวินิจฉัยอัจฉริยะที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมโรงงานและสถานประกอบการไทยในอนาคตอันใกล้

นวัตกรรมสายเลือด LG สู่มาตรฐานโรงไฟฟ้าเกาหลี

ความน่าเชื่อถือของ PIOT INC. ไม่ได้มาจากเพียงแค่ตัวเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเท่านั้น แต่ยังมาจากรากฐานที่แข็งแกร่งของทีมผู้สร้าง ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2021 โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2025 เมื่อคุณโน กยูชัน อดีตผู้บริหารระดับสูงจากแผนกธุรกิจหุ่นยนต์ของ LG Electronics เข้ามารับตำแหน่ง CEO ตามมาด้วยการรวมตัวของเหล่าวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์จาก LG ที่เข้ามาร่วมเป็นกำลังหลักในการพัฒนาเทคโนโลยี ความเป็นมืออาชีพและประสบการณ์จากบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกถูกส่งต่อมายังผลิตภัณฑ์ของ PIOT ทำให้หุ่นยนต์แต่ละตัวไม่ได้มีเพียงความฉลาด แต่ยังมีมาตรฐานการผลิตและซอฟต์แวร์ที่พร้อมใช้งานในระดับอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง

ผลิตภัณฑ์เรือธงที่ทางบริษัทภูมิใจนำเสนอคือ หุ่นยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ทำงานบนพื้นฐานของ Vision AI และเทคโนโลยี SLAM (Simultaneous Localization and Mapping) ซึ่งช่วยให้หุ่นยนต์สามารถระบุตำแหน่งและสร้างแผนที่ขณะเคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำ หุ่นยนต์รุ่นนี้มาพร้อมกับระบบหลีกเลี่ยงการชนอัจฉริยะ และสามารถตรวจสอบจุดสำคัญตามเส้นทางที่กำหนดได้อย่างละเอียด สิ่งที่ทำให้มันโดดเด่นคือความสามารถในการตรวจจับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น พนักงานที่ไม่สวมหมวกนิรภัย การบุกรุกพื้นที่หวงห้าม ไปจนถึงการวัดค่าความดันและอุณหภูมิของอุปกรณ์แบบเรียลไทม์ผ่านกล้อง IR และ RGB หากตรวจพบสิ่งผิดปกติ ระบบจะกระจายเสียงคำเตือนที่หน้างานพร้อมส่งข้อมูลไปยังห้องควบคุมทันที

ความสำเร็จของ PIOT ได้รับการการันตีด้วยการรับรองมาตรฐาน “Technical SME” และ “Development Selection Product” จากบริษัทผลิตไฟฟ้าชั้นนำ 6 แห่งของเกาหลี รวมถึง Korea Hydro & Nuclear Power (KHNP) นอกจากนี้ยังกวาดรางวัลระดับนานาชาติอย่างรางวัลจากสมาคมนักประดิษฐ์เยอรมันในปี 2024 และรางวัลจากงาน BIXPO ที่จัดโดย KEPCO ในปี 2025 แม้แต่รองนายกรัฐมนตรีของเกาหลีใต้ยังให้การสนับสนุนและยกย่องให้เป็นกรณีศึกษาต้นแบบสำหรับหน่วยงานภาครัฐ ด้วยผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับสูงเช่นนี้ PIOT จึงไม่ได้มาเพียงเพื่อทดลองตลาด แต่มาเพื่อส่งมอบโซลูชันที่พร้อมใช้งานเชิงพาณิชย์และได้รับการพิสูจน์แล้วในโรงไฟฟ้าจริงของเกาหลี

กลยุทธ์การรุกตลาดไทยและความเป็น ‘Physical AI’

ในการให้สัมภาษณ์พิเศษถึงแผนการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย คุณคิม มยองซัน ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าบริษัทกำลังมองหาพันธมิตรท้องถิ่นที่มีศักยภาพ (Local Agent) เพื่อร่วมกันขยายตลาด โดยเมื่อวานนี้ได้มีการพูดคุยกับบริษัทไทยไปแล้วถึง 9 แห่ง และมี 2-3 แห่งที่มีความสนใจอย่างมากจนนำไปสู่การนัดหมายหารือในระดับลึกต่อไป PIOT ไม่ได้ตั้งเป้าหมายเพียงแค่การขายผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนทางเทคนิคและการฝึกอบรมวิศวกรไทยเพื่อให้สามารถดูแลบริการหลังการขายได้อย่างยั่งยืน และหากธุรกิจเติบโตขึ้นตามแผน บริษัทก็พร้อมที่จะพิจารณาเปิดสำนักงานภูมิภาคหรือศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ในประเทศไทย เช่นเดียวกับที่เริ่มดำเนินการไปแล้วในสหรัฐอเมริกาและเวียดนาม

PIOT AI

วิสัยทัศน์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดของ PIOT คือการก้าวข้ามการเป็นเพียงเครื่องมือเฝ้าระวัง ไปสู่การเป็น “Physical AI Device” หรืออุปกรณ์ AI ที่มีตัวตนและสามารถตัดสินใจเองได้ “เรากำลังพัฒนาระบบควบคุมอัจฉริยะผ่าน AI Agent เพื่อให้หุ่นยนต์ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ Monitoring แต่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์และดำเนินการตามคำสั่งที่ซับซ้อนได้ทันที” คุณคิมกล่าวเสริมถึงทิศทางที่เทคโนโลยีกำลังมุ่งไป เป้าหมายคือการเป็น Total Security Solution Provider ที่รวมเอาหุ่นยนต์หลากรูปแบบ ทั้งหุ่นยนต์เดินดิน โดรน และในอนาคตคือ Humanoid เข้าไว้ด้วยกันในระบบเดียว เพื่อส่งมอบความปลอดภัยแบบเบ็ดเสร็จให้กับท่าเรือ ศูนย์การค้า ดาต้าเซ็นเตอร์ และสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม

เมื่อถูกถามถึงจุดแข็งที่ทำให้เกาหลีใต้แตกต่างจากมหาอำนาจด้านหุ่นยนต์อย่างสหรัฐอเมริกาหรือจีน คุณคิมได้วิเคราะห์อย่างเฉียบคมว่า ในขณะที่สหรัฐฯ เก่งเรื่อง “สมอง” (Brain) ของ AI และจีนเก่งเรื่อง “การผลิตตัวหุ่นยนต์” (Physical) แต่จุดแข็งของเกาหลีใต้คือ “การผสมผสานและประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิต” ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งจากการเป็นประเทศเจ้าของแบรนด์ระดับโลกอย่าง Samsung, LG และ Hyundai ทำให้เกาหลีใต้มีความเข้าใจลึกซึ้งในการสร้างโซลูชันหุ่นยนต์ที่ใช้งานได้จริงในโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) ประสบการณ์เหล่านี้คือสิ่งที่ PIOT ต้องการนำมาแบ่งปันและปรับใช้กับโรงงานในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นโรงงานของแบรนด์เกาหลี ญี่ปุ่น หรือแบรนด์ท้องถิ่นก็ตาม

ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านแรงงานสู่ยุค Humanoid ใน 5 ปี

ประเด็นที่สร้างความฮือฮาที่สุดในการพูดคุยคือการคาดการณ์ถึงจุดจบของ “ยุคแรงงานราคาถูก” และการผงาดขึ้นของหุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์ หรือ Humanoid คุณคิมได้อ้างถึงทัศนะของผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกที่คาดการณ์ว่าภายในเวลาเพียง 5 ปี โลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงด้วยการเข้ามาของ Humanoid ที่มีความสามารถสูง “เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาถึงจุดนั้น แบรนด์ต่างๆ ไม่จำเป็นต้องแสวงหาฐานการผลิตที่แรงงานราคาถูกอย่างไทย เวียดนาม หรือจีนอีกต่อไป เพราะหุ่นยนต์สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าในระยะยาว” นี่คือคำเตือนที่แฝงมากับความท้าทาย ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ครั้งนี้

การวิจัยและพัฒนาของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Tesla และ Hyundai ที่เตรียมเปิดตัว Humanoid ในจำนวนมากเพื่อใช้ในโรงงานภายใน 2-3 ปีข้างหน้า คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แม้ว่าความเห็นเรื่องต้นทุนการบำรุงรักษา (TCO) จะยังเป็นข้อถกเถียง แต่ในระยะยาว 8-10 ปี หุ่นยนต์จะให้ความคุ้มค่ามากกว่าการจ่ายเงินเดือนรายเดือน PIOT ในฐานะผู้เล่นที่คลุกคลีกับข้อมูลการใช้งานจริง จึงให้ความสำคัญกับการสะสมข้อมูล (Data) และประสบการณ์จากการฝึกฝนหุ่นยนต์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าการสร้างตัวหุ่นยนต์ขึ้นมาเพียงอย่างเดียว

ในบทสรุปสุดท้าย คุณคิม มยองซัน ได้ฝากข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลไทยว่า การจะดึงดูดบริษัทนวัตกรรมระดับโลกเข้ามาได้นั้น นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว การสร้างระบบนิเวศอย่าง “อาคารรวมศูนย์บริษัทหุ่นยนต์” (Robot Techno Building) เหมือนในเกาหลี จะช่วยให้เกิดการสื่อสารและร่วมมือกันระหว่างบริษัทเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความฝันในการเห็นกรุงเทพฯ หรือเมืองอุตสาหกรรมของไทยกลายเป็น Robot Hub แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากมีการเตรียมพร้อมและเปิดรับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง PIOT ที่พกทั้งความเชี่ยวชาญระดับสากลและจิตวิญญาณแห่งการเติบโตไปด้วยกันมามอบให้ถึงที่


#PIOT #VisionAI #Robotics #Industry40 #ThailandKorea #SmartFactory #HumanoidRobots #FireRobotics #Innovation #TechNews #TheReporterAsia

Related Posts