พลิกขยะอาหารเป็นขุมทรัพย์ใหม่ ด้วย วิศวกรรมผง สร้างรายได้

พลิกขยะอาหารเป็นขุมทรัพย์ใหม่ ด้วย วิศวกรรมผง สร้างรายได้

ในโลกแห่งการผลิตอุตสาหกรรมอาหารที่หมุนเวียนไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทรัพยากรจำนวนมหาศาลที่ถูกตีตราว่าเป็นขยะอาหารกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ท้าทายขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย สิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นภาระและต้นทุนในการกำจัดทิ้ง แท้จริงแล้วอาจเป็นขุมทรัพย์ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เปลือกหุ้มของคำว่าของเสีย ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงครึ่งหนึ่งของวัตถุดิบทั้งหมดในกระบวนการผลิต การปรับเปลี่ยนมุมมองจากการมองเห็นขยะให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่จึงเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในยุคปัจจุบันที่ต้องการมากกว่าแค่การเติบโต แต่ต้องการความยั่งยืนที่จับต้องได้จริงในเชิงธุรกิจ

ทางสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ TMA โดยกลุ่ม TMA Agri-Food Community ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพที่ยังไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ของทรัพยากรส่วนเกินเหล่านี้ จึงได้ริเริ่มสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการทำงานร่วมกันผ่านงาน Agri-Food Forward Meetup #2 ภายใต้หัวข้อ Waste to Value through Powder Engineering เพื่อเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาปลดล็อกมูลค่าของสิ่งที่เคยถูกละเลย โดยมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนสถานะของเหลือทิ้งในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล

การจัดงานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำเสนอแนวคิดเชิงทฤษฎี แต่เป็นการชี้เป้าให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะพลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมไทยจากผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ราคาต่ำ สู่การเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ฐานนวัตกรรม ด้วยการใช้เทคโนโลยี วิศวกรรมผง เข้ามาจัดการกับปัญหาความเน่าเสียง่ายและข้อจำกัดในการเก็บรักษาของของเหลือ การสัมมนาครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจใหม่ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีโลกอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มตัวในอนาคตอันใกล้


ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Waste to Value นั้น นายตรีรัตน์ ทักษสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.เอส.เค. เอนจิเนียริ่ง จำกัด และผู้ก่อตั้ง PTC ASEAN ได้ชี้ให้เห็นถึงความจริงที่น่าตกใจว่า ในกระบวนการผลิตอาหารโดยเฉลี่ยมีของเหลือหรือ By-Product เกิดขึ้นสูงถึง 50% ของวัตถุดิบตั้งต้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเลที่มีส่วนเกินเหลือทิ้งสูงถึง 30-70% และกลุ่มผลไม้ที่มักมีกากและเมล็ดเหลือมากถึง 50-60% ซึ่งที่ผ่านมาทรัพยากรเหล่านี้ส่วนใหญ่กลับถูกนำไปใช้ในรูปแบบที่มีมูลค่าต่ำเพียงเพื่อเป็นอาหารสัตว์หรือปุ๋ยเท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วสารประกอบอินทรีย์เหล่านี้มีศักยภาพในการพัฒนาไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนและมีราคาสูงกว่าเดิมหลายเท่าตัวหากได้รับการแปรรูปที่ถูกต้อง

หัวใจสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนเกมการผลิตคือเทคโนโลยีวิศวกรรมผง (Powder Engineering) ซึ่งเป็นกระบวนการออกแบบอนุภาค (Particle Design) เพื่อเปลี่ยนสถานะของเหลือทั้งที่เป็นของแข็งและของเหลวให้กลายเป็นผงทรงกลม การแปรรูปให้อยู่ในรูปผงนี้ช่วยแก้ปัญหาพื้นฐานของของเหลือทิ้งได้อย่างอยู่หมัด ทั้งเรื่องการเน่าเสียง่าย อายุการเก็บรักษาที่แสนสั้น และการกำจัดของเหลวที่ทำได้ยากและใช้งบประมาณสูง โดยผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการนี้จะมีคุณสมบัติโดดเด่นคือละลายง่าย เก็บรักษาได้นาน และมีความพร้อมสูงในการนำไปเป็นส่วนประกอบในอุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่าง อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ เครื่องสำอาง หรือแม้แต่อุตสาหกรรมวัสดุขั้นสูง

“ปัจจุบัน Waste to Value ในอุตสาหกรรมอาหารสะท้อนให้เห็นว่า ยังมีทรัพยากรจำนวนมากที่ไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่… การเปลี่ยนของเหลือให้มีมูลค่าสูงขึ้นไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะ แต่ยังเปิดโอกาสสู่โมเดลธุรกิจใหม่ในการสร้างแหล่งรายได้เพิ่ม” — นายตรีรัตน์ ทักษสกุล กล่าวสรุปถึงทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรม

การยกระดับเทคโนโลยีจากระบบเดิมไปสู่การใช้ Spray Dry หรือการทำ Particle Design ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่คือการยกระดับมูลค่าสินค้าจากหลักสิบสู่หลักล้านอย่างเป็นรูปธรรม นายตรีรัตน์เน้นย้ำว่าผู้ประกอบการควรเริ่มกลับมาสำรวจทรัพยากรส่วนเกินที่มีอยู่ในมืออย่างพินิจพิเคราะห์ เพราะสิ่งที่เคยเป็นต้นทุนในการบำบัดอาจกลายเป็นขุมทรัพย์ใหม่ที่สร้างกำไรมหาศาลให้กับองค์กรก่อนที่โอกาสเหล่านี้จะตกไปอยู่ในมือของคนอื่น นี่คือทางรอดและทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งความมั่งคั่งทางธุรกิจและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน

วิศวกรรมผง


เจาะลึกโมเดลเปลี่ยนขยะเป็นทองคำจากก้างปลาสู่สารสกัดมูลค่าสูงระดับโลก

เมื่อพิจารณาถึงตัวอย่างความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริง การแปลงโฉม “ก้างปลา” หรือกระดูกปลาที่เคยเป็นเพียงส่วนประกอบราคาถูกในปลาป่นสำหรับอาหารสัตว์ ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าทึ่งที่สุดกรณีหนึ่ง ด้วยการใช้นวัตกรรม วิศวกรรมผง ก้างปลาเหล่านี้สามารถถูกแปรรูปให้กลายเป็น “ไบโอแคลเซียม” สำหรับอาหารเสริมของมนุษย์ หรือแม้แต่พัฒนาไปเป็น Natural Hydroxyapatite ซึ่งเป็นวัสดุเกรดการแพทย์สำหรับการปลูกถ่ายกระดูกและรากฟันเทียม การขยับจากวัตถุดิบราคาไม่กี่สิบบาทไปสู่สารสกัดที่มีมูลค่าสูงถึงหลักล้านบาทต่อกิโลกรัมคือเครื่องพิสูจน์ถึงพลังของเทคโนโลยีที่สามารถสร้างความแตกต่างทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล

อีกหนึ่งความอัศจรรย์ของ Waste to Value คือการจัดการ “เปลือกไข่” ที่มักถูกทิ้งเป็นขยะจำนวนมหาศาลในอุตสาหกรรมเบเกอรี่และอาหารสำเร็จรูป กระบวนการใหม่ที่นำเสนอคือการแยกเมมเบรน (Membrane) หรือเยื่อบางๆ ด้านในของเปลือกไข่ที่มีคอลลาเจนและโปรตีนสำคัญสำหรับข้อต่อและผิวหนังมาหมักและทำ Spray Dry ให้เป็นผง ในขณะที่ตัวเปลือกไข่เองก็นำไปอบและแปรรูปเป็นไบโอแคลเซียมสำหรับผสมในอาหารเสริมและยา หรือแม้แต่ใช้เป็นตัวนำยา (Drug carrier) ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง แม้แต่น้ำนึ่งทูน่าที่เคยถูกปล่อยทิ้งหรือขายราคาถูก ก็สามารถนำมาสกัดและทำเป็นผงปรุงรสเข้มข้นเพื่อสร้างรายได้ใหม่จากการเป็นวัตถุดิบอาหารคุณภาพสูงได้เช่นกัน

แนวทางดังกล่าวคือการขับเคลื่อนสู่ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy) ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่ง TMA Agri-Food Community มุ่งมั่นที่จะสร้างให้เกิดผลลัพธ์อย่างรูปธรรมผ่านการเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงองค์ความรู้และเทคโนโลยีระหว่างภาคส่วนต่างๆ การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับ SME ไทย แต่ยังเป็นการปฏิรูปอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารให้ก้าวสู่ระดับสากล สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการก้าวให้ทันกระแสโลกและการพัฒนาที่ล้ำสมัย สามารถติดตามข้อมูลและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายพันธมิตรนี้ได้ผ่านช่องทางของสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการเปลี่ยน “ภาระ” ให้กลายเป็น “ขุมทรัพย์” ในอนาคต


#TMA #WasteToValue #FoodInnovation #CircularEconomy #เศรษฐกิจหมุนเวียน #อุตสาหกรรมอาหาร #วิศวกรรมผง #SMEไทย #Sustainability #AgriFoodForward #Innovation

Related Posts