ยูโอบี ผนึก ไมเนอร์ ฟู้ด อัดฉีด 30ล้านหนุน SME ปั้นแฟรนไชส์ แบบไร้หลักทรัพย์

ยูโอบี ผนึก ไมเนอร์ ฟู้ด อัดฉีด 30ล้านหนุน SME ปั้นแฟรนไชส์ แบบไร้หลักทรัพย์

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ที่กำลังเผชิญกับการปรับตัวอย่างรุนแรงในทุกภาคส่วน ตลาดธุรกิจแฟรนไชส์ยังคงเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนเม็ดเงินหมุนเวียนภายในประเทศอย่างมหาศาล โดยมีมูลค่าตลาดรวมพุ่งสูงกว่า 300,000 ล้านบาท และยังมีอัตราการเติบโตที่น่าจับตามองอย่างต่อเนื่องถึงร้อยละ 15–20 ต่อปี อย่างไรก็ตาม แม้โอกาสทางธุรกิจจะเปิดกว้างเพียงใด แต่กำแพงสูงที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) ส่วนใหญ่มักจะเผชิญจนไม่อาจก้าวข้ามไปได้คือข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นการก่อร่างสร้างตัวหรือการวางแผนขยายสาขาเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ปัญหาเรื่องการขาดแคลนหลักทรัพย์ค้ำประกันที่มั่นคงเพียงพอตามเกณฑ์มาตรฐานของสถาบันการเงินทั่วไป กลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ความฝันในการเป็นเจ้าของธุรกิจแบรนด์ดังต้องหยุดชะงักลงอย่างน่าเสียดาย

เพื่อเป็นการทลายข้อจำกัดดังกล่าวและสร้างแรงกระเพื่อมใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จึงได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญกับยักษ์ใหญ่แห่งวงการอย่าง บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อเปิดตัวโครงการสินเชื่อเพื่อธุรกิจแฟรนไชส์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการยุคใหม่โดยเฉพาะ ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวย่างที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะเป็นการรวมเอาความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาคอาเซียน เข้ากับศักยภาพการบริหารจัดการธุรกิจร้านอาหารระดับโลกของไมเนอร์ ฟู้ด เพื่อมอบโซลูชันทางการเงินที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงง่าย โดยโครงการนี้เน้นไปที่การสนับสนุนเงินทุนให้แก่ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจหรือขยายอาณาจักรภายใต้ 5 แบรนด์ยอดนิยมในเครือไมเนอร์ ฟู้ด ด้วยวงเงินที่สูงถึง 30 ล้านบาทต่อราย

ความโดดเด่นที่เป็นไฮไลต์สำคัญและสร้างความฮือฮาให้กับวงการเอสเอ็มอีไทยในขณะนี้ คือเงื่อนไขการอนุมัติสินเชื่อที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน” ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ช่วยลดภาระและความกังวลให้แก่ผู้ประกอบการ สินเชื่อดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเปิดสาขาใหม่เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงการนำเงินทุนไปใช้เพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์ของร้านให้ทันสมัย การเปลี่ยนมือเจ้าของกิจการหรือที่เรียกว่ารีแฟรนไชส์ (Re-franchising) รวมถึงการรีไฟแนนซ์หรือการชดเชยส่วนทุนสำหรับร้านที่เพิ่งดำเนินการไปไม่เกิน 6 เดือน การอุดช่องว่างทางการเงินในลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในวงจรธุรกิจอย่างถ่องแท้ของทั้งสององค์กร ที่ต้องการเห็นเอสเอ็มอีไทยสามารถเติบโตได้อย่างไร้รอยต่อและมั่นคงในระยะยาว

ยุทธศาสตร์ขยายอาณาจักร 4,000 สาขาและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเอสเอ็มอีไทย

เมื่อเจาะลึกเข้าไปในรายละเอียดของแบรนด์ที่เข้าร่วมโครงการ จะพบว่ามีความหลากหลายที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายของผู้บริโภค ตั้งแต่แบรนด์น้องใหม่ที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงและมีฐานแฟนคลับหนาแน่นอย่าง “Bonchon” ร้านไก่ทอดสไตล์เกาหลีระดับตำนาน และ “GAGA” แบรนด์เครื่องดื่มสุดสร้างสรรค์ที่กำลังสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับตลาดไทย นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ระดับแม่เหล็กที่หยั่งรากลึกในใจคนไทยมาอย่างยาวนานและมีระบบการบริหารจัดการที่แข็งแกร่งระดับสากล ไม่ว่าจะเป็น The Pizza Company, Swensen’s และ Dairy Queen ซึ่งทุกแบรนด์ล้วนมีสถิติการขยายสาขาที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ การเลือกแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งเหล่านี้มาอยู่ในพอร์ตโฟลิโอของสินเชื่อ จึงเปรียบเสมือนการการันตีความเสี่ยงในเบื้องต้นให้แก่ทั้งธนาคารและผู้ร่วมลงทุนเอง

ทางด้านมุมมองของผู้บริหาร นางสยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้ให้ทัศนะที่น่าสนใจเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจนี้ว่า “ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นโมเดลที่มีศักยภาพสูงในการขยายกิจการอย่างเป็นระบบ การเติบโตอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องมีรากฐานทางการเงินที่มั่นคง” คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นว่ายูโอบีไม่ได้มองเพียงแค่การปล่อยสินเชื่อ แต่เป็นการออกแบบโครงสร้างทางการเงินที่สอดคล้องกับธรรมชาติของธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อรองรับทุกช่วงจังหวะของการเติบโต การที่ธนาคารที่มีความน่าเชื่อถือสูงระดับ Aa1 จาก Moody’s และ AA- จาก Fitch Ratings ก้าวลงมาสนับสนุนเอสเอ็มอีอย่างเต็มตัวในครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของระบบเศรษฐกิจระดับฐานรากของไทย

ในขณะเดียวกัน นายธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ไมเนอร์ ฟู้ด ประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงตัวเลขและเป้าหมายที่ทะเยอทะยานว่า ปัจจุบันไมเนอร์ ฟู้ด มีร้านอาหารในเครือรวมกว่า 2,700 สาขา โดยเกือบครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 49% เป็นธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ และบริษัทฯ ยังตั้งเป้าหมายที่จะขยายเครือข่ายให้พุ่งสูงถึงกว่า 4,000 สาขา ภายในปี 2572 ซึ่งตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงแค่การขยายตัวของธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการจ้างงานและการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนทั่วประเทศผ่านระบบแฟรนไชส์ การสนับสนุนด้านเงินทุนจากยูโอบีจึงเปรียบเสมือนน้ำมันหล่อลื่นชั้นดีที่ช่วยให้ฟันเฟืองของไมเนอร์ ฟู้ด และเอสเอ็มอีไทยสามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือในครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการสนับสนุนแฟรนไชส์ที่ครบวงจรของไมเนอร์ ฟู้ด ตั้งแต่การวางมาตรฐานการดำเนินงาน การฝึกอบรมที่เข้มข้น ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมในทุกมิติก่อนการเปิดสาขาจริง เมื่อบวกกับพลังทางการเงินของยูโอบีที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั้งในไทยและต่างประเทศกว่า 470 แห่งทั่วโลก จึงทำให้โครงการนี้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์แบบสำหรับใครก็ตามที่ต้องการเปลี่ยนบทบาทจากพนักงานประจำหรือผู้ประกอบการรายย่อยมาเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหารระดับมืออาชีพ อัตราดอกเบี้ยพิเศษตลอดอายุสัญญาที่ถูกระบุไว้ในเงื่อนไข ยิ่งเป็นตัวช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงิน (Cost of Fund) ทำให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดและโฟกัสไปที่การสร้างยอดขายได้อย่างเต็มที่

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสทองในการร่วมเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ระดับโลก สามารถเริ่มต้นขั้นตอนแรกด้วยการติดต่อส่วนงานแฟรนไชส์ของ บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป เพื่อรับคำแนะนำเชิงลึกและข้อมูลที่จำเป็นในการสมัครเข้าร่วมโครงการผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.minorfood.com/th/partner#franchise หรือหากต้องการปรึกษาในรายละเอียดเชิงเทคนิคด้านการเงินและเงื่อนไขสินเชื่อโดยตรง สามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญของธนาคารยูโอบีได้ที่ UOB Biz Call Centre โทร 0 2343 3555 ในเวลาทำการปกติ หรือเพิ่มเพื่อนผ่านช่องทางดิจิทัลได้ที่ Line @UOBSME เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ก้าวย่างนี้นับเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า เมื่อสถาบันการเงินและภาคธุรกิจระดับโลกจับมือกันอย่างเข้มแข็ง ผลประโยชน์ที่แท้จริงจะตกอยู่กับผู้ประกอบการไทยที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้แก่เศรษฐกิจของประเทศสืบต่อไป

ท้ายที่สุดนี้ การเกิดขึ้นของโครงการสินเชื่อเพื่อธุรกิจแฟรนไชส์ระหว่างยูโอบีและไมเนอร์ ฟู้ด ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำธุรกรรมทางธุรกิจทั่วไป แต่คือการสร้างนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการรายย่อยอย่างแท้จริง ในวันที่ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจดูเหมือนจะเป็นความกังวลหลัก การมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งและมีวิสัยทัศน์ที่ตรงกันในการสนับสนุน “คนตัวเล็ก” ให้สามารถยืนหยัดและเติบโตเคียงคู่กับ “คนตัวใหญ่” ได้นั้น คือกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนของภาคธุรกิจในอาเซียน สำหรับเอสเอ็มอีไทยที่เตรียมพร้อมมาอย่างดี นี่คือโอกาสที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมูลค่าตลาดที่เติบโตปีละเกือบ 20% นั้น กำลังรอให้มืออาชีพตัวจริงเข้าไปคว้าส่วนแบ่งและสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืน

#UOB #MinorFood #SMEThailand #FranchiseBusiness #BusinessLoan #ThaiEconomy #TheReporterAsia

Related Posts