หลักทรัพย์บัวหลวง ส่ง DR01 ชุดใหม่ลุยหุ้นเมกะเทรนด์โลก

หลักทรัพย์บัวหลวง ส่ง DR01 ชุดใหม่ลุยหุ้นเมกะเทรนด์โลก

บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง เดินหน้าตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการลงทุนระดับสากล ด้วยการประกาศเปิดตัวตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือ DR01 ชุดใหม่พร้อมกันถึง 13 หลักทรัพย์ มุ่งเป้าเชื่อมโยงนักลงทุนไทยสู่ระบบนิเวศนวัตกรรมชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกาและฮ่องกงอย่างเป็นทางการ โดยเครื่องมือทางการเงินชุดนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อทลายข้อจำกัดด้านการลงทุนข้ามพรมแดน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงอุตสาหกรรมแห่งอนาคตผ่านกระดานซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพสูงสุดตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำการซื้อขาย

เจาะลึก 4 เมกะเทรนด์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกแห่งอนาคต

การขยายพอร์ตฟอลิโอครั้งใหญ่ของ หลักทรัพย์บัวหลวง ในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การคัดสรรสินทรัพย์ที่สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก หรือ เมกะเทรนด์ ทั้งหมด 4 กลุ่มหลักอย่างชัดเจน กลุ่มแรกที่มีความโดดเด่นและเป็นฟันเฟืองสำคัญในยุคปัจจุบันคือ กลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งประกอบไปด้วยหุ้นรายตัวในตลาดสหรัฐฯ จำนวน 9 หลักทรัพย์ ครอบคลุมตั้งแต่ผู้พัฒนาระบบเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูงอย่าง Astera Labs (ALAB01) ซึ่งถือเป็น DR ตัวแรกในไทยที่อ้างอิงหุ้นนี้ ไปจนถึงผู้นำด้านเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์และวัสดุขั้นสูงอย่าง Applied Materials (AMAT01), KLA Corporation (KLAC01), และ Lam Research (LRCX01) ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้เล่นต้นน้ำที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก

นอกจากผู้ผลิตอุปกรณ์ต้นน้ำแล้ว ในกลุ่ม AI ยังครอบคลุมถึงยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปและระบบตรวจสอบอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ เช่น Intel Corporation (INTC01) และ Teradyne (TER01) ควบคู่ไปกับบริษัทเทคโนโลยีเฉพาะทางที่มีบทบาทสำคัญในระบบโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Lumentum Holdings (LITE01) ผู้เชี่ยวชาญด้านโฟโตนิกส์และเลเซอร์สำหรับส่งข้อมูลผ่านไฟเบอร์ออปติกใน Data Center Nebius Group (NBIS01) ผู้ให้บริการด้าน Cloud Computing สำหรับ Generative AI และ Vertiv Holdings (VRT01) ที่เข้ามาตอบโจทย์ระบบจัดการพลังงานและการควบคุมอุณหภูมิความเย็น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในปัจจุบัน

“บริษัทเดินหน้าขยายโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงการลงทุนในหุ้นและสินทรัพย์ชั้นนำระดับโลกได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ด้วยการเปิดตัว DR01 ชุดใหม่เพิ่มเติม 13 หลักทรัพย์ ครอบคลุม 4 เมกะเทรนด์สำคัญของโลก เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยังอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผ่านหลักทรัพย์อ้างอิงในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq (NASDAQ) ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) และตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX)”นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย > กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

สำหรับอีก 3 กลุ่มเมกะเทรนด์ที่เหลือ เป็นการเปิดประตูสู่โอกาสในนวัตกรรมขั้นสูงและสินทรัพย์ทางเลือกที่มีการเติบโตในระยะยาว เริ่มต้นด้วยกลุ่มเศรษฐกิจอวกาศ จำนวน 2 หลักทรัพย์ ได้แก่ AST Spacemobile (ASTS01) ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีสื่อสารดาวเทียมแบบ Direct-to-Cell และ Rocket Lab (RKLB01) ผู้ให้บริการด้านอวกาศและจรวดขนส่งเชิงพาณิชย์แบบครบวงจร ตามมาด้วยกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านหุ้น Coinbase Global (COIN01) แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ของสหรัฐฯ และปิดท้ายด้วยกลุ่มพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Bond) ผ่านกองทุน Premia US Treasury Floating Rate ETF (BONDUS01) ในตลาดฮ่องกง เพื่อเป็นทางเลือกในการพักเงินที่มีประสิทธิภาพและมีภาระภาษีต่ำ

ขยายทางเลือกการลงทุนและยกระดับประสิทธิภาพพอร์ตโฟลิโอไทย

กระบวนการนำ DR01 ชุดใหม่ทั้ง 13 หลักทรัพย์เข้าสู่ตลาดในครั้งนี้ จะใช้วิธีการจดทะเบียนทางตรง หรือ Direct Listing เข้าสู่อาณาจักรตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่งผลให้นักลงทุนสามารถทำการซื้อขายได้ทันทีตามเวลาทำการปกติโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการจองซื้อล่วงหน้าในลักษณะของ IPO ซึ่งนับเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยลดขั้นตอนความยุ่งยากและทำให้นักลงทุนสามารถจัดสรรเงินทุนเพื่อตอบรับกับสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของตลาดโลกได้อย่างทันท่วงที ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในประเทศที่มีอยู่แล้ว

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของผลิตภัณฑ์ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศสะท้อนให้เห็นจากความสำเร็จของหลักทรัพย์บัวหลวงที่มีผลิตภัณฑ์ DR01 โลดแล่นอยู่ในตลาดรวมแล้วกว่า 36 หลักทรัพย์ ซึ่งครอบคลุมดัชนีและหุ้นสามัญชั้นนำในภูมิภาคเศรษฐกิจสำคัญทั่วโลก ข้อมูลเชิงสถิติระบุว่า ผลิตภัณฑ์ DR01 สามารถสร้างผลตอบแทนรวมเฉลี่ยได้สูงถึง +21% นับตั้งแต่ต้นปี 2568 ซึ่งเป็นตัวเลขที่โดดเด่นและสูงกว่าผลตอบแทนรวมของดัชนี SET Index ที่ทำได้ในระดับ +12% อย่างมีนัยสำคัญ สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าการกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ต่างประเทศสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มให้กับนักลงทุนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม

พฤติกรรมของนักลงทุนไทยในยุคปัจจุบันมีความตื่นตัวและหันมาให้ความสนใจในสินทรัพย์ฝั่งสหรัฐอเมริกาเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยสัดส่วนมูลค่าการซื้อขาย DR ที่อ้างอิงหุ้นหรือกองทุน ETF สหรัฐฯ ขยับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 68% ของมูลค่าการซื้อขาย DR ทั้งอุตสาหกรรมในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อเปรียบเทียบกับสัดส่วนเพียง 33% ในช่วงมิถุนายน 2568 แนวโน้มดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่ชัดเจนของผู้ลงทุนในการแสวงหาแหล่งรายได้และโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นผู้นำของโลก

“ภายใต้ภาวะตลาดการลงทุนที่มีความผันผวน การกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ต่างประเทศถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตการลงทุน โดย DR เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนไทยเข้าถึงโอกาสการลงทุนระดับโลกได้สะดวกขึ้น ผ่านการซื้อขายบนตลาดหุ้นไทย เสมือนยกหุ้นต่างประเทศมาไว้ใกล้นักลงทุนไทยมากยิ่งขึ้น” นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ > กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ หลักทรัพย์บัวหลวง

โครงสร้างค่าใช้จ่ายและกลยุทธ์การบริหารเงินลงทุนระยะยาว

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในรอบนี้คือตราสาร BONDUS01 ซึ่งออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือพักเงินและบริหารสภาพคล่องสำหรับนักลงทุน ตราสารนี้อ้างอิงกับ Premia US Treasury Floating Rate ETF ในตลาดฮ่องกง ซึ่งมีนโยบายการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้นแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว จุดเด่นสำคัญอยู่ตรงที่ระบบการบริหารจัดการของกองทุนต้นทางที่เป็นแบบสะสมมูลค่า ทำให้นักลงทุนไม่มีภาระในเรื่องของภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินปันผล และสามารถเลือกบริหารกระแสเงินสดด้วยการขายทำกำไร (Capital Gain) ซึ่งไม่ผูกพันกับภาระภาษีในปัจจุบัน

มิติทางด้านต้นทุนของ BONDUS01 ถือว่ามีความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันอย่างสูง เนื่องจากกองทุน ETF ต้นทางมีอัตราค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการเพียง 0.15% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกันในระดับสากล นอกจากนี้ ทางหลักทรัพย์บัวหลวงยังไม่มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการเพิ่มเติมในฝั่งประเทศไทย ทำให้เครื่องมือชิ้นนี้กลายเป็นทางเลือกสำหรับการพักเงินที่มีต้นทุนต่ำและช่วยรักษามูลค่าของเงินลงทุนในระยะยาวให้แก่ผู้ถือครองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ในภาพรวมของอุตสาหกรรม ปัจจุบันหลักทรัพย์บัวหลวงมีส่วนแบ่งทางการตลาดของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของ DR อยู่ในอันดับต้นๆ โดย DR01 ทั้ง 36 หลักทรัพย์เดิมมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 17,144 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 26.2% ของมูลค่าตลาด DR ทั้งหมดในระบบ การเติมเต็มด้วย 13 หลักทรัพย์ใหม่นี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการขยายอาณาจักรของบริษัทเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทยในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงการลงทุนสู่เวทีโลกอย่างแท้จริง

#หลักทรัพย์บัวหลวง, #DR01, #หุ้นเมกะเทรนด์, #หุ้นสหรัฐ, #หุ้นปัญญาประดิษฐ์, #เศรษฐกิจอวกาศ, #สินทรัพย์ดิจิทัล, #พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ, #การลงทุนต่างประเทศ

Related Posts