เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน ขยับตัวปรับยุทธศาสตร์ความยั่งยืน ผนึกกำลังชุมชนขับเคลื่อน Low Carbon Society พลิกโฉมการจัดการสิ่งแวดล้อมจากรากหญ้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
ผนึกกำลังบางกระเจ้า ขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำจากฐานราก
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทานของประเทศไทย ได้ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยล่าสุดคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาได้ร่วมกันลงพื้นที่ทำกิจกรรม “ชุมชนคนปลอดขยะ Zero Waste Zero ปีที่ 2” ณ ชุมชนคลองบางกอบัว คุ้งบางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน
การเลือกพื้นที่คุ้งบางกระเจ้าในการดำเนินกิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการปลุกพลังการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก โดยกิจกรรมได้รับการออกแบบให้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงผ่าน 3 ฐานการเรียนรู้หลัก ได้แก่ การทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ การพายเรือปลูกต้นไม้ในคลองบางกอบัว และการเรียนรู้แนวทางการจัดการขยะเพื่อชุมชน ณ วัดจากแดง ซึ่งเป็นต้นแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ประสบความสำเร็จ
การเคลื่อนไหวของ ซีพีแรม ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยสะท้อนแนวทางการดูแลระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นรูปธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการจุดประกายให้สังคมไทยได้ตระหนักว่า การเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้นสามารถเริ่มต้นได้จากตัวเราทุกคน ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ที่บริษัทฯ ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติมาโดยตลอด

มาตรฐานคาร์บอนฟุตพริ้นท์และการยกระดับห่วงโซ่อุปทานอาหาร
ในมิติของภาคธุรกิจ ซีพีแรม ไม่ได้มองบทบาทของตัวเองเป็นเพียงแค่ผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน แต่ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและการสร้างความมั่นคงทางอาหารควบคู่ไปกับการดูแลโลก ปัจจุบันบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการได้รับการรับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ครบถ้วนทั้ง 3 Scope
ความสำเร็จที่โดดเด่นคือการได้รับการรับรองในส่วนของ Scope 3 ซึ่งครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ การบรรลุมาตรฐานนี้สะท้อนถึงความตั้งใจจริงและความพยายามในการบริหารจัดการกระบวนการผลิต การขนส่ง และการใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกมิติอย่างแท้จริง
ทางซีพีแรมมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การลดก๊าซเรือนกระจกและการสร้างชุมชนที่น่าอยู่จำเป็นต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยบริษัทฯ พร้อมที่จะเป็นแกนกลางในการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero เพื่อส่งมอบความมั่นคงและความยั่งยืนทางอาหารให้แก่คนรุ่นต่อไปในอนาคต
ลงทุนพลังงานสะอาด พลิกโฉมโรงงานสีเขียวทั่วประเทศ
นอกเหนือจากการทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนแล้ว ซีพีแรมยังได้ลงทุนเชิงรุกในด้านพลังงานสะอาดเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ Scope 2 โดยทุ่มงบประมาณการลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ในการติดตั้งระบบ Solar Rooftop บนหลังคาโรงงานของซีพีแรมทั้ง 7 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไปแล้วมากกว่า 16,000 แผง บนพื้นที่รวมกว่า 34,315 ตารางเมตร

จากการลงทุนดังกล่าว ส่งผลให้โรงงานของซีพีแรมสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้กว่า 7,200 กิโลวัตต์ต่อปี ช่วยลดต้นทุนพลังงานราว 9 ล้านบาทต่อปี โดยในปัจจุบัน บริษัทฯ สามารถนำพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนมาใช้ได้สูงถึง 8,520 เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้นเป็น 17 ล้านบาทต่อปี
การปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในครั้งนี้ สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 4,700 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ซึ่งหากเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการดูดซับคาร์บอนแล้ว จะเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้เป็นจำนวนมากกว่า 499,000 ต้นเลยทีเดียว
โครงการ CPRAM Green Life กับเป้าหมาย 120,000 ต้นเพื่อระบบนิเวศ
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญที่ดำเนินควบคู่กันคือโครงการ “CPRAM Green Life #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน” ซึ่งขับเคลื่อนภายใต้แนวคิดที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13) การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล (SDG 14) การอนุรักษ์ระบบนิเวศบนบก (SDG 15) และการสร้างความร่วมมือเพื่อบรรลุเป้าหมาย (SDG 17)
โครงการนี้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งป่าบกและป่าชายเลนบนผืนแผ่นดินไทย โดยมีการวัดผลลัพธ์ที่ชัดเจน ป่าชายเลนถูกเลือกให้เป็นพื้นที่เป้าหมายหลักเนื่องจากเป็นระบบนิเวศที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการกักเก็บคาร์บอน ขณะที่ป่าบกในพื้นที่ชุมชนและรอบโรงงานจะทำหน้าที่เป็นแนวกันชนทางธรรมชาติและช่วยยกระดับคุณภาพอากาศในระยะยาว
ปัจจุบัน โครงการ CPRAM Green Life สามารถปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 66,000 ต้น และมีการแจกจ่ายต้นกล้าไม้สะสมไปแล้วมากกว่า 88,000 ต้น โดยซีพีแรมตั้งเป้าหมายที่จะขยายผลการดำเนินงานให้บรรลุการปลูกและแจกจ่ายต้นไม้ครบ 120,000 ต้น ภายในปี 2030 เพื่อเสริมศักยภาพการดูดซับคาร์บอนของประเทศและบรรเทาผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศอย่างมีนัยสำคัญ
การวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจและบทสรุปสู่อนาคตที่ยั่งยืน
การยกระดับยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของซีพีแรมในครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการปรับตัวในภาคอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากลและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การที่องค์กรสามารถบรรลุการรับรอง CFO ครบทั้ง 3 Scope ช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและยกระดับความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในตลาดโลก
นอกจากนี้ การผสมผสานระหว่างการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและการสร้างส่วนร่วมกับชุมชนผ่านแนวคิด Zero Waste ยังช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานในระยะยาว พร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนรอบข้าง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนตามแนวทาง ESG (Environmental, Social, and Governance)
ในก้าวต่อไป ซีพีแรมยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ที่จะเดินหน้าทุกโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเปิดรับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และผู้บริโภค เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง พลิกฟื้นระบบนิเวศ และร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนเพื่อโลกและคนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง
#CPRAM #ZeroWaste #LowCarbonSociety #NetZero2050 #CPRAMGreenLife #ความยั่งยืน #พลังงานสะอาด #ซีพีแรม

