DIPROM ควง สสว. ทุ่ม 120 ล้าน เปิดตัว “Rebuild SMEs” เร่งฟื้น SMEs

DIPROM ควง สสว. ทุ่ม 120 ล้าน เปิดตัว “Rebuild SMEs” เร่งฟื้น SMEs

มหาวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ไทยที่เป็นรากฐานสำคัญของประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) จึงได้จับมือประสานพลังกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อน “โครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs” (Rebuild SMEs) ประจำปีงบประมาณ 2569 การบูรณาการครั้งสำคัญนี้มุ่งเป้าช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ประสบภัยพิบัติและเสริมแกร่งธุรกิจทั่วประเทศรวมกว่า 800 กิจการ หวังเร่งฟื้นฟูสภาพคล่องและยกระดับศักยภาพรอบด้าน คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศได้มากกว่า 800 ล้านบาท

สสว.หนุนงบกองทุนขับเคลื่อน 4 แนวทางสร้างระบบนิเวศธุรกิจ

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีบทบาทกำหนดนโยบายและทิศทางการส่งเสริม SMEs ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อยกสัญญานและขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างแท้จริง การลงนามในครั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ได้เห็นชอบจัดสรรเงินจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ราว 120 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการ Rebuild SMEs ตามที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้เสนอ มาตรการดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยสามารถก้าวข้ามผ่านความท้าทายและเติบโตท่ามกลางวิกฤตซ้อนวิกฤตได้อย่างมั่นคง

กลไกการทำงานภายใต้โครงการนี้จะมุ่งเน้นกระบวนการพัฒนาที่มีผลลัพธ์เป็นรูปธรรม เริ่มต้นตั้งแต่การเข้าวินิจฉัยสถานประกอบการเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญ การให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการเพิ่มช่องทางการตลาดและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเป็นระบบ การดำเนินงานทั้งหมดจะถูกส่งต่อและเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับประโยชน์สูงสุดและสามารถนำไปต่อยอดธุรกิจได้ทันทีสอดคล้องกับสภาพปัญหาที่กำลังเผชิญ

DIPROM

นอกจากนี้ สสว. ยังได้ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการส่งเสริม SMEs ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรรวมอีก 11 หน่วยงาน ผ่าน 25 โครงการสำคัญ โดยวางแนวทางหลักไว้ 4 ด้าน ประกอบด้วย การพัฒนาการผลิตให้มีคุณภาพและแข่งขันได้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด การเสริมสร้างตลาดในประเทศ และการขยายตลาดสู่ต่างประเทศทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ แนวทางเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) ที่เข้มแข็งและครอบคลุมทุกมิติ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจฐานราก

“การจะยกระดับธุรกิจให้มีศักยภาพในการแข่งขันได้อย่างแท้จริงนั้น จำเป็นจะต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริม SME โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซึ่งการรับโครงการนี้จะมีการสร้างกลุ่มสัมฤทธิ์ทางเศรษฐกิจได้สูงถึง 840 ล้านบาท คิดเป็น 7 เท่าของงบประมาณโครงการ” ดร.ปณิตา ชินวัตร รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

ดีพร้อม กางแผน 7R ยกระดับผลิตภาพและทักษะแรงงานเชิงลึก

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ DIPROM ได้รับโจทย์สำคัญในการออกแบบโครงสร้างกิจกรรมเพื่อตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้และพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อสถานประกอบการและโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก ดีพร้อมจึงได้นำเครื่องมือและกลไกที่มีอยู่เข้ามาปรับใช้เพื่อฟื้นฟูและเยียวยาโรงงานที่ได้รับความเสียหายให้สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้โดยเร็ว ผ่านกระบวนการฟื้นฟูสภาพสถานประกอบการ การให้คำปรึกษาและสนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซมเครื่องจักรกลที่ได้รับความเสียหาย

หัวใจสำคัญของการดำเนินงานในครั้งนี้ คือการใช้กลยุทธ์ “7R” เข้ามาขับเคลื่อนในทุกมิติ โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็นกลุ่มฟื้นฟูธุรกิจ (Recover) และกลุ่มเสริมความแข็งแกร่ง (Robust) นอกจากนี้ยังเพิ่มความเฉพาะทางด้วยเครื่องมือ Recharged และ Reskill ในสาขาที่มีความสำคัญต่ออนาคต เช่น ระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน (Logistics & Supply Chain) ดิจิทัล เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการได้อย่างยั่งยืน

โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างเข้มข้น ผ่านการสร้างและฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมให้กลายเป็นนักวินิจฉัยและผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ (SI) ไปแล้วกว่า 360 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านี้จะต้องลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงในโรงงานและสถานประกอบการไม่ต่ำกว่า 7 วัน เพื่อเรียนรู้ปัญหา วินิจฉัย และแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด กระบวนการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการจำนวน 800 รายเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างและยกระดับทักษะแรงงานในภาคอุตสาหกรรมไทยให้มีความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

“ทางกรมฯ เน้นย้ำในการยกระดับของ SME โดยโครงการจะเกิดขึ้นได้โดยความร่วมมือกับ สสว. ตั้งแต่การกำหนดกรอบและเสนอตัวโครงการร่วมกัน ซึ่งเราได้วางกลไกออกแบบตัวโครงการทั้งในส่วนที่เป็นการฟื้นฟู 300 ราย และส่วนที่เป็นการเสริมแรง 500 ราย เพื่อหมุนเงินให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 7 เท่า” นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

DIPROM

ผ่าเป้าหมาย Rebuild SMEs ฟื้นฟู 800 กิจการดันมูลค่าทะลุเป้า

เป้าหมายที่เป็นรูปธรรมของโครงการ Rebuild SMEs ในปีงบประมาณ 2569 นี้ ได้กำหนดตัวชี้วัดและกิจกรรมสำคัญออกเป็น 4 ส่วนหลักเพื่อการกระจายความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง กิจกรรมแรกคือการเร่งฟื้นฟูเยียวยาธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ จำนวน 300 กิจการ กิจกรรมที่สองคือการเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้แก่ SMEs ทั่วประเทศจำนวน 500 กิจการ กิจกรรมที่สามคือการจัดอบรม Upskill และ Reskill ให้แก่ผู้ประกอบการจำนวน 500 คน พร้อมพัฒนาผู้เชี่ยวชาญและนักวินิจฉัยอีกจำนวน 300 คน และกิจกรรมสุดท้ายคือการสร้างโอกาสทางการตลาดและเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนที่มั่นคง

การประสานงานเพื่อขับเคลื่อนโครงการนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) ที่เข้ามาร่วมคัดกรองกลุ่มเป้าหมายที่ลงทะเบียนไว้กับ สสว. และกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการสินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูธุรกิจ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการเงินทำให้เกิดการบูรณาการที่ไร้รอยต่อ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งทุนที่จำเป็นสำหรับการซ่อมแซม ปรับปรุงเครื่องจักร และเพิ่มสภาพคล่องทางการค้าได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที

จากกรอบการดำเนินงานทั้งหมด คาดว่าโครงการนี้จะสร้างผลสัมฤทธิ์ต่อระบบเศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาล โดยจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศได้มากกว่า 840 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนผลตอบแทนที่สูงถึง 7 เท่าของงบประมาณที่ใช้ในโครงการ ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ SMEs ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง แต่เป็นการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ทั้งในด้านการรักษาการจ้างงาน การหมุนเวียนของเงินทุน และการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

ปลัดอุตสาหกรรมชี้ทิศทางอนาคต ชู ESG และเทคโนโลยีก้าวข้ามวิกฤต

ในบริบทโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถดำเนินธุรกิจในรูปแบบเดิมได้อีกต่อไป การปรับตัวและพัฒนาขีดความสามารถจึงไม่ใช่เพียงแค่การซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอจากวิกฤตภัยธรรมชาติหรือวิกฤตเศรษฐกิจเท่านั้น แต่จำเป็นต้องเป็นการเสริมสร้างศักยภาพใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์และบริบทของโลกยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่และระบบปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยบริหารจัดการข้อมูลและกระบวนการผลิตเพื่อทดแทนเครื่องมือแบบเดิม

ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะกำหนดความอยู่รอดและความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก คือการนำแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ ESG (Environmental, Social, and Governance) เข้ามาปรับใช้ในโรงงานและสถานประกอบการ การยกระดับสู่มาตรฐานสากล การใช้พลังงานสะอาด การเลือกใช้วัสดุทดแทน และการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการทำการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศคู่ค้าหลักอย่างยุโรปที่มีการบังคับใช้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด

การก้าวไปสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนนั้น หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทั้งหมดจะต้องจับมือทำบทบาทร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้นโยบาย “One Ministry” ของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อประสานกลไกการทำงานร่วมกันอย่างแน่นแฟ้น ทั้งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สสว. สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และสถาบันเครือข่าย ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการวางรากฐานและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทยสามารถปรับตัว อยู่รอด และเติบโตเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศต่อไป

“ในบริบทปัจจุบันนอกจากการเสริมให้กลับไปอยู่ที่เดิม มันต้องเสริมให้เป็นเรื่องของปัจจุบัน ซึ่งโลกมันจะต้องก้าวไปสู่ความยั่งยืน เราจะต้องแข่งขันกันในบริบทที่ไม่ใช่เรื่องคืนของแบบเดิม การมี ESG ในโรงงาน การทำ Circular สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และ SME ก็จะมีความสามารถที่ดีขึ้น” ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

#RebuildSMEs #ดีพร้อม #สสว #กระทรวงอุตสาหกรรม #เอสเอ็มอีไทย #ฟื้นฟูธุรกิจ #เศรษฐกิจไทย

Related Posts