ท่ามกลางกระแสการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและจิตวิญญาณในระดับสากล “กลุ่มดุสิตธานี” ได้ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในตลาดเอเชียใต้ ด้วยการผสานความร่วมมือเชิงรุกร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นชั้นนำ “แอทโมสเฟียร์” เพื่อเตรียมเปิดตัวบิ๊กโปรเจกต์ระดับลักชัวรีแห่งใหม่ใกล้แนวเทือกเขาหิมาลัย “ดุสิต ปริ๊นเซส ริชิเคช” มุ่งยกระดับประสบการณ์พักผ่อนเหนือระดับที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ทั่วโลกอย่างยั่งยืน
ความเคลื่อนไหวและที่มาของยุทธศาสตร์การรุกตลาดอินเดีย
กลุ่มดุสิตธานีหรือบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านการบริการท่องเที่ยวและโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย ได้เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จครั้งสำคัญในประเทศอินเดียอย่างเป็นทางการ ด้วยการประกาศลงนามในสัญญาร่วมกับบริษัท “แอทโมสเฟียร์” (Atmosphere) เพื่อเข้าบริหารโครงการโรงแรมแห่งใหม่ภายใต้ชื่อ “ดุสิต ปริ๊นเซส ริชิเคช” (Dusit Princess Rishikesh) ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคเตห์รีการ์วาล รัฐอุตตราขัณฑ์ ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายพอร์ตโฟลิโอและปักหมุดแบรนด์ “ดุสิต ปริ๊นเซส” ให้เป็นที่รู้จักในฐานะจุดหมายปลายทางระดับบนสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับสากล
การขยายธุรกิจในครั้งนี้มีกำหนดการเปิดให้บริการแก่ย่อยนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการในปี 2031 โดยตัวโครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูงท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบของเชิงเขาหิมาลัย ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองริชิเคช (หรือเมืองฤาษีเกศ) เมืองนี้ได้รับการยอมรับและขนานนามจากนักเดินทางทั่วโลกว่าเป็น “เมืองหลวงโยคะของโลก” ทั้งยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมทั้งในด้านจิตวิญญาณ สุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศอินเดียในปัจจุบัน
การประกาศลงนามบริหารโครงการใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจากความสำเร็จในการเปิดให้บริการโรงแรม “ดุสิตดีทู ฟากู ชิมลา” เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ทำให้การบุกตลาดรัฐอุตตราขัณฑ์ในครั้งนี้ เป็นกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดต่างประเทศ ตามแผนการดำเนินงานระยะยาวของเครือดุสิตธานีที่ต้องการกระจายเม็ดเงินลงทุนไปสู่ทำเลที่มีศักยภาพการเติบโตและมีความต้องการของตลาดรองรับอย่างชัดเจน
รายละเอียดโครงการมิกซ์ยูสและการออกแบบระดับแลนด์มาร์ก
โครงการ “ดุสิตปริ๊นเซส ริชิเคช” ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้รูปแบบโครงการมิกซ์ยูสระดับบน (Upscale Mixed-Use) ที่มุ่งเน้นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมและการบริการที่ทันสมัยเข้ากับประสบการณ์เวลเนสอันลึกซึ้งได้อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติโดยรอบ ตัวโรงแรมและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้อิงแอบและสอดรับกับทัศนียภาพอันงดงามของเชิงเขาหิมาลัยอย่างลงตัวที่สุด เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการพักผ่อนที่แท้จริง

ภายในโครงการประกอบด้วยห้องพักรวมทั้งสิ้น 300 ยูนิต ซึ่งครอบคลุมทั้งรูปแบบห้องพักทั่วไปและวิลล่าดูเพล็กซ์ (Duplex Villas) เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไปและกลุ่มนักธุรกิจ พร้อมกันนี้ยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางที่ครบครันสำหรับการเข้าพักและการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นล็อบบี้เลานจ์ ศูนย์ธุรกิจ ห้องอาหารที่เปิดให้บริการตลอดทั้งวัน สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ฟิตเนส และห้องสำหรับเล่นโยคะโดยเฉพาะ
ไฮไลต์สำคัญของโครงการนี้คือการจัดตั้งคลับเฮาส์ขนาดใหญ่ที่รวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเวลเนสและนันทนาการอย่างครบวงจร ภายในคลับเฮาส์จะประกอบไปด้วยศูนย์สปาเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพ สระว่ายน้ำอินฟินิตี้ (Infinity Pool) ห้องอาหารขนาดใหญ่ที่รองรับได้ถึง 250 ที่นั่ง สนามสควอช มินิเพล็กซ์ ลานโบว์ลิ่ง รวมถึงห้องเกมในร่มและพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การพักผ่อนที่ลุ่มลึกและแตกต่าง
ทัศนะจากผู้บริหารระดับสูงต่อโอกาสทางธุรกิจและการเติบโต
การขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ได้รับการยืนยันถึงความเชื่อมั่นจากผู้บริหารระดับสูงของทั้งสององค์กร โดยทางฝั่งของกลุ่มดุสิตธานีมองเห็นศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของตลาดอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียใต้และเป็นตลาดเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ
“การลงนามบริหารโครงการ ‘ดุสิต ปริ๊นเซส ริชิเคช’ ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการขยายธุรกิจในอินเดียอย่างมีแบบแผน โดยมุ่งเน้นการคัดเลือกทำเลที่สอดคล้องกับแนวโน้มของนักเดินทาง และตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของโครงการ ซึ่งผสานเอกลักษณ์ด้านจิตวิญญาณ เวลเนส และธรรมชาติได้อย่างลงตัว” — นายศิรเดช โทณวณิก รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจโรงแรม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)
ในขณะเดียวกัน ทางด้านพันธมิตรท้องถิ่นอย่างแบรนด์แอทโมสเฟียร์ ก็มีความยินดีและแสดงความเชื่อมั่นอย่างสูงต่อความเชี่ยวชาญในมาตรฐานและการบริหารจัดการระดับสากลของกลุ่มดุสิตธานี ที่จะเข้ามาช่วยผลักดันให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จและกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของภูมิภาค
“รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับกลุ่มดุสิตธานีในการพัฒนาโครงการระดับแลนด์มาร์กแห่งนี้ที่เมืองริชิเคช ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มีเป้าหมายในการสร้างจุดหมายปลายทางที่ผสานความหรูหรา เวลเนส และธรรมชาติไว้อย่างมีความหมาย และด้วยความเชี่ยวชาญด้านการบริการระดับนานาชาติของกลุ่มดุสิตธานี ทำให้มั่นใจว่า โครงการนี้จะก้าวขึ้นเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่โดดเด่น สำหรับนักเดินทางที่แสวงหาประสบการณ์การเข้าพักที่ลุ่มลึกและแตกต่างในรัฐอุตตราขัณฑ์ได้อย่างแน่นอน” — นายสัญชิต เชน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ แอทโมสเฟียร์
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและก้าวต่อไปในอนาคต
การเกิดขึ้นของโครงการดุสิต ปริ๊นเซส ริชิเคช คาดว่าจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในรัฐอุตตราขัณฑ์และภาพรวมของประเทศอินเดียอย่างมีนัยสำคัญ โดยจะเป็นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ในเมืองริชิเคชให้ก้าวสู่ระดับสากลมากยิ่งขึ้น ดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูงและมองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวเพื่อการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ
นอกจากนี้ การขยายพอร์ตโฟลิโอในครั้งนี้ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งและความยั่งยืนให้กับโครงสร้างธุรกิจของดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งปัจจุบันมีแบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทรวม 9 แบรนด์ ครอบคลุมจุดหมายปลายทางกว่า 300 แห่งใน 18 ประเทศทั่วโลก การเพิ่มฐานที่มั่นในแหล่งท่องเที่ยวเวลเนสระดับโลกจะทำให้แบรนด์ไทยสามารถเข้าไปมีบทบาทสำคัญในตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของโลกที่มีมูลค่ามหาศาล
สำหรับก้าวต่อไปของกลุ่มดุสิตธานีคือการเดินหน้าขยายการลงทุนและมองหาโอกาสใหม่ ๆ ในทำเลที่มีศักยภาพสูงอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงยึดมั่นในแผนกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว 3 ด้านหลัก ได้แก่ การสร้างความสมดุล การเติบโต และการกระจายความเสี่ยง เพื่อให้ทุกโครงการที่เกิดขึ้นสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
#ดุสิตธานี #ดุสิตปริ๊นเซสริชิเคช #ลงทุนโรงแรม #เที่ยวอินเดีย #เวลเนสทัวริซึม #อสังหาริมทรัพย์มิกซ์ยูส #ธุรกิจบริการ #ฤาษีเกศ

