นูโวล่า มีเดีย ชูแพลตฟอร์ม AI พลิกโฉมกรุงเทพฯ สู่เมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน

นูโวล่า มีเดีย ชูแพลตฟอร์ม AI พลิกโฉมกรุงเทพฯ สู่เมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน

นูโวล่า มีเดีย โชว์นวัตกรรม “ดิจิทัลทวิน” ผสาน “เอเจนติก AI” แก้ปมข้อมูลไซโล ปลดล็อกศักยภาพการบริหารเมืองและภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชากร 20 ล้านคนของกรุงเทพฯอย่างยั่งยืน

ปลดล็อกปม ‘ข้อมูลไซโล’ ดันกรุงเทพฯ สู่เมืองอัจฉริยะที่พร้อมรับมือทุกวิกฤต

นูโวล่า มีเดีย เปิดเผยว่า การลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะของประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ เมื่อเหตุการณ์ภัยพิบัติและอุบัติการณ์ต่าง ๆ ในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคใต้ เหตุการณ์ตึกถล่มย่านจตุจักร ตลอดจนอุบัติเหตุทางรางที่มักกะสัน ได้สะท้อนให้เห็นว่าเม็ดเงินและการติดตั้งเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้างความยืดหยุ่นและปลอดภัยให้แก่เมืองได้อย่างแท้จริง อุปสรรคสำคัญที่สุดคือ “ปัญหาข้อมูลแยกส่วน” หรือการทำงานแบบไซโล ของหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีข้อมูลมหาศาล มีการลงทุนติดตั้งกล้อง IoT และเซนเซอร์ในพื้นที่ส่งเสริมเมืองอัจฉริยะมากถึง 173 จุด แต่ละหน่วยงานกลับมองเห็นและจัดการได้เฉพาะข้อมูลของตนเอง โดยไม่มีการเชื่อมโยงระบบเข้าด้วยกันเพื่อแสดงผลในภาพรวมอย่างทันท่วงที

ในความเป็นจริง แม้สถิติประชากรอย่างเป็นทางการของกรุงเทพมหานครจะอยู่ที่ประมาณ 11 ล้านคน แต่เมื่อนับรวมนักท่องเที่ยวและประชากรแฝงจากจังหวัดรอบข้างที่เข้ามาทำงานในเมืองหลวง ตัวเลขผู้อยู่อาศัยจริงจะพุ่งสูงกว่า 20 ล้านคนในแต่ละวัน ความหนาแน่นนี้สร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลต่อระบบคมนาคมขนส่งที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของสถานีรถไฟฟ้า BTS, SRT และ MRT รวมถึงเมกะโปรเจกต์มิกซ์ยูสขนาดใหญ่อย่าง วัน แบงค็อก การขาดชั้นระบบบูรณาการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ จึงกลายเป็นคอขวดที่ทำให้ผู้บริหารเมืองไม่สามารถมองเห็นภาพรวมเชิงลึกในเวลาที่เหมาะสม ส่งผลให้การตัดสินใจแก้ไขปัญหาวิกฤตและการวางแผนเพื่อป้องกันอันตรายก่อนที่จะเกิดขึ้นจริงเป็นไปได้อย่างยากลำบาก

เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านข้อมูลนี้ นูโวล่า มีเดีย (Nuvola Media) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลกซึ่งเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยนานกว่า 2 ปี จึงได้ประกาศเปิดตัวนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เมืองอัจฉริยะอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลใน 3 โดเมนหลักที่กรุงเทพมหานครมีอำนาจควบคุมโดยตรง ได้แก่ ระบบคมนาคมขนส่ง พื้นที่สาธารณะหรือสวนสาธารณะ และโครงสร้างอสังหาริมทรัพย์แบบบูรณาการ เทคโนโลยีของบริษัทจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นชั้นระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่เชื่อมโยงระบบที่หลากหลายเข้าด้วยกัน ช่วยแปลงข้อมูลสถิติที่ซับซ้อนให้กลายเป็นข้อเท็จจริงเชิงภาพที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

พลิกโฉมการบริหารสินทรัพย์ด้วย ‘ดิจิทัลทวิน’ และระบบจำลองสถานการณ์สมจริง

เทคโนโลยีหลักของ นูโวล่า มีเดีย ที่ได้รับการยอมรับในฐานะผู้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำ 1 ใน 5 ของโลก คือระบบจำลองภาพเสมือนจริงหรือ ดิจิทัลทวิน ซึ่งมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากแดชบอร์ดแสดงผลทั่วไป ดิจิทัลทวินของบริษัททำงานในลักษณะพลวัต ที่จะปรับเปลี่ยนการแสดงผลทางภาพให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลในโลกความเป็นจริงแบบเรียลไทม์ ระบบนี้สามารถบูรณาการและดึงข้อมูลจากระบบที่หลากหลายเข้ามาอยู่รวมกัน ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณภาพจากกล้อง CCTV ระบบควบคุมความปลอดภัยทางภาพ แผงโซล่าเซลล์ หรือแม้กระทั่งระบบสารสนเทศส่วนหน้า (POS) และระบบบริหารจัดการอาคารทั้งหมด เพื่อทำหน้าที่เป็น “ดวงตา” ในการเฝ้าระวังระบบนิเวศของเมืองและองค์กร

นูโวล่า มีเดีย

คุณเฟลิกซ์ ทัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท นูโวล่า มีเดีย ได้แบ่งปันวิสัยทัศน์เกี่ยวกับความสำคัญของระบบปฏิบัติการอัจฉริยะและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการสร้างเมืองที่ยืดหยุ่นว่า:

“การบูรณาการข้อมูลเชิงปฏิบัติการร่วมกับการวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ จะช่วยลดช่องว่างความเปราะบางของเมืองและเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้อย่างยั่งยืน เทคโนโลยี Dynamic Digital Twin และระบบ Synoptic Intelligence Platform (SIP) ของเรา จะเป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงระบบทั้งเก่าและใหม่ ระบบดิจิทัลหรืออนาล็อกเข้าด้วยกัน โดยที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องรื้อถอนระบบเดิม ซึ่งจะช่วยให้องค์กรประหยัดงบประมาณและสามารถบริหารจัดการทรัพยากร พลังงาน และกำลังคนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน”

นอกจากนี้ ดิจิทัลทวินยังถูกนำมาต่อยอดสู่ตลาดการจำลองสถานการณ์ ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ประโยชน์ของการทำโมเดลจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริงคือการช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถคาดการณ์ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงและวางแผนรับมือเหตุฉุกเฉินล่วงหน้าได้โดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานจริง ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จคือการนำข้อมูลจากเซนเซอร์ของสถานีรถไฟและอาคารขนาดใหญ่มาจำลองทิศทางการเคลื่อนที่และการอพยพของประชากรในกรณีเกิดภัยพิบัติแผ่นดินไหว ทั้งในช่วงเวลาเร่งด่วนและวันหยุด ซึ่งแพลตฟอร์มของนูโวล่าจะประมวลผลสูตรคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนให้ออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหว 3 มิติแทนที่จะเป็นเพียงกราฟหรือตัวเลข ช่วยให้ผู้บริหารอาคารสามารถกำหนดขั้นตอนการอพยพได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด

เจาะลึก ‘วีดีโออัจฉริยะ’ และ ‘โดรน AI’ ยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพการผลิต

อีกหนึ่งโซลูชันสำคัญคือ ระบบวิเคราะห์วิดีโอเชิงคาดการณ์ ที่ผสานการทำงานของข้อมูลภาพร่วมกับเทคโนโลยี Machine Learning เพื่อแปลผลเหตุการณ์ในโลกความเป็นจริง เทคโนโลยีนี้เปิดโอกาสให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนสร้างรายได้และเสริมความมั่นคงปลอดภัยสาธารณะ เช่น ในธุรกิจค้าปลีกและห้างสรรพสินค้า ระบบสามารถวิเคราะห์ทราฟฟิกข้อมูลประชากรผ่าน Heat Map เพื่อระบุโซนหนาแน่น และโซนเงียบเหงา ช่วยในการวางแผนเชิงพาณิชย์ ขณะที่ในระบบคมนาคมทางราง ระบบ AI จะช่วยตรวจจับสิ่งกีดขวางหรือบุคคลใกล้รางรถไฟเพื่อแจ้งเตือนพนักงานขับรถให้ชะลอความเร็วได้ทันท่วงที พร้อมทั้งมีระบบตรวจสอบสภาพร่างกายและสัญญาณชีพของคนขับเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในกรณีฉุกเฉิน เช่น อาการหัวใจวายหรือเป็นลม

ในด้านการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน นูโวล่า มีเดีย ได้เปิดตัวระบบตรวจเช็กและตรวจสอบผนังภายนอกอาคารสูงผ่าน โดรนอัจฉริยะ และซอฟต์แวร์ Live Inspect AI การตรวจสอบอาคารแบบดั้งเดิมมักประสบปัญหาเรื่องความเสี่ยงอันตรายของแรงงานที่ต้องโรยตัวจากที่สูง ใช้เวลาดำเนินการนานนับสัปดาห์ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและมีค่าเสียโอกาสสูง นวัตกรรมโดรน AI จึงเข้ามาตอบโจทย์ด้วยการเก็บข้อมูลภาพถ่ายคุณภาพสูงได้อย่างรวดเร็ว โดยตัวระบบได้รับการฝึกฝนให้ตรวจจับรอยร้าว การกัดกร่อน สนิม และการเจริญเติบโตของพืชบนพื้นผิวสถาปัตยกรรมได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งออกรายงานและคำแนะแนวทางในการซ่อมแซมโครงสร้างได้โดยอัตโนมัติ

ความล้ำสมัยของ Live Inspect AI คือการเป็นแพลตฟอร์มคลาวด์ที่ผสานการทำงานร่วมกันระหว่างภาพถ่ายจากโดรน หุ่นยนต์ภาคพื้นดิน และแอปพลิเคชันมือถือของเจ้าหน้าที่ภาคสนามเข้าสู่ศูนย์ส่วนกลางแบบเรียลไทม์ จากนั้นจะทำการประมวลผลความเสียหายจากภาพ 2 มิติและจับคู่ระบุตำแหน่งที่แน่นอนลงบนโมเดลสถาปัตยกรรม 3 มิติ ของอาคาร ทำให้วิศวกรโยธาสามารถมองเห็นพิกัดของจุดบกพร่องได้อย่างแม่นยำ เพื่อแก้ปัญหาการเกิด False Alarm หรือการรายงานผลที่คลาดเคลื่อน นูโวล่า ได้ใช้กระบวนการ Human-in-the-loop โดยกำหนดให้มีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบยืนยันข้อมูลซ้ำในระบบทุกครั้ง เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ใช้กับอาคารเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปปรับใช้กับการตรวจสอบสะพาน ถนน และระบบรางรถไฟ เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางวิศวกรรมในภาพรวม

ปฏิวัติการจัดการด้วย ‘เอเจนติก AI’ สู่เป้าหมายประหยัดพลังงานและการลดต้นทุนธุรกิจ

จุดแข็งที่ถือเป็นอนาคตใหม่ของเทคโนโลยีคือการนำ Agentic AI มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการอาคารและระบบอุตสาหกรรม ตัวอย่างความสำเร็จในกลุ่มลูกค้านักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกที่มีการเชื่อมต่ออาคารมากกว่า 10 แห่งทั่วโลกเข้ากับแพลตฟอร์ม Synoptic Intelligence Platform (SIP) ของนูโวล่า สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของ AI อัจฉริยะที่สามารถตรวจจับปัญหาทางเทคนิค เช่น ความผิดปกติของระบบทำความเย็น ได้โดยอัตโนมัติก่อนที่ผู้ใช้งานจะแจ้งร้องเรียน ระบบจะส่งตั๋วงานสั่งซ่อมไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในทันที พร้อมดำเนินการตรวจสอบคลังสินค้าคงคลัง และส่งใบสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่ไปยังซัพพลายเออร์โดยอัตโนมัติหากพบว่าปริมาณอะไหล่ต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งช่วยเปลี่ยนกระบวนการทำงานแบบตั้งรับ ให้เป็นแบบเชิงรุก ผ่านขั้นตอนอัตโนมัติทั้งหมด

ในภาคการผลิตและโรงงานอัจฉริยะ มีการนำระบบนี้ไปใช้ในโรงงานประกอบรถยนต์และรถบรรทุกขนาดใหญ่ ณ เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น โดยดิจิทัลทวินถูกใช้ในการควบคุมและตรวจสอบสถานะเครื่องจักรในพื้นที่เสี่ยงอันตรายที่มีอุณหภูมิสูงมาก เช่น โรงงานบำบัดความร้อนและเตาเผา ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้โดยตรง แพลตฟอร์มยังเชื่อมโยงข้อมูลสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานภายในโรงงานให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศภายนอก เช่น ในช่วงเวลาฝนตกหรือหิมะตก ส่งผลให้โรงงานสามารถเพิ่มผลผลิตและ Productivity ได้สูงถึง 10% หลังการติดตั้งระบบ

ท้ายที่สุด โซลูชันการบูรณาการข้อมูลของนูโวล่า มีเดีย ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจและการตอบโจทย์ผู้ประกอบการในยุคที่ต้องควบคุมงบประมาณ จากข้อมูลเชิงสถิติพบว่าระบบสามารถช่วยให้องค์กรพันธมิตรลดการใช้พลังงานจากระบบปรับอากาศได้ถึง 10% ต่อปี ลดค่าใช้จ่ายด้านแสงสว่างลง 19% และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการกำลังคนโดยลดการใช้ทรัพยากรบุคคลลงได้ถึง 8% นวัตกรรมนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือเพื่อความทันสมัย แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ที่จะช่วยให้ประเทศไทยและกรุงเทพมหานคร ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านงบประมาณ สู่การเป็นเมืองอัจฉริยะที่มีความปลอดภัย ยืดหยุ่น และมีศักยภาพในการแข่งขันบนเวทีโลกอย่างแท้จริง

#NuvolaMedia #SmartCity #DigitalTwin #AgenticAI #LiveInspectAI #PropTech #Industrial40 #BangkokSmartCity

Related Posts