สิงคโปร์ ทุ่ม 48 ล้านดอลลาร์ ดันสื่อมวลชนปรับตัวใช้ AI สู่ยุคดิจิทัล

สิงคโปร์ ทุ่ม 48 ล้านดอลลาร์ ดันสื่อมวลชนปรับตัวใช้ AI สู่ยุคดิจิทัล

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว รัฐบาล สิงคโปร์ เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมสื่อมวลชนครั้งใหญ่ ด้วยการอัดฉีดงบประมาณมหาศาลเพื่อขับเคลื่อนผู้ผลิตคอนเทนต์สู่สมรภูมิดิจิทัลอย่างเต็มตัว มุ่งเป้าผสานพลังปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมใหม่ เพื่อพลิกโฉมการเล่าเรื่องให้เท่าทันพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่และรักษาขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากล

พลิกโฉมระบบนิเวศสื่อด้วยเม็ดเงินหมื่นล้านและกลยุทธ์ DCCD

องค์การพัฒนาสื่อ (IMDA) ของรัฐบาล สิงคโปร์  ได้ประกาศเปิดตัวโครงการพัฒนาเนื้อหาและขีดความสามารถทางดิจิทัลอย่างเป็นทางการ โดยโครงการนี้มีระยะเวลาการดำเนินงานยาวนานถึง 4 ปี และมีมูลค่าเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 48 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1.22 พันล้านบาท การเคลื่อนไหวในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักในการสนับสนุนผู้ประกอบวิชาชีพสื่อและบริษัทสื่อภายในประเทศ ให้สามารถปรับตัวและผลิตผลงานที่ตอบโจทย์แพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ท่ามกลางภูมิทัศน์สื่อที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“โครงการ DCCD นี้ มีกรอบงบประมาณระยะเวลา 4 ปี มูลค่า 48 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งจะเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบวิชาชีพและบริษัทสื่อของสิงคโปร์ในการแข่งขันบนภูมิทัศน์สื่อที่ถูกนำโดยดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน คนทำงานสื่อจะได้รับโอกาสในการนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือสำหรับสร้างสรรค์เนื้อหา เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้เอาไว้” นายแทน เกียต ฮาว, รัฐมนตรีอาวุโสแห่งรัฐ ประจำกระทรวงการพัฒนาและความมั่นคงทางดิจิทัล สิงคโปร์

โครงการ DCCD นี้จะเน้นย้ำไปที่สองเสาหลักสำคัญ เสาหลักแรกคือการพัฒนาเนื้อหาดิจิทัลที่มุ่งสนับสนุนการสร้างสรรค์และการจัดจำหน่ายคอนเทนต์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเปิดรับสื่อของผู้ชมในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเยาวชน ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ ผ่านรูปแบบการเล่าเรื่องที่ทันสมัยบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ส่วนเสาหลักที่สองคือการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีเกิดใหม่ ซึ่งจะเข้าไปสนับสนุนการใช้นวัตกรรมการเล่าเรื่องในรูปแบบใหม่ๆ เช่น เนื้อหาที่เป็นวิดีโอสั้นแบบจบในตอน ทั้งในรูปแบบของคนแสดงจริงและแอนิเมชัน รวมไปถึงการทดลองนำระบบงานที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิตและการแปลงเนื้อหาให้เข้ากับท้องถิ่น

เป้าหมายสูงสุดของการทุ่มงบประมาณในครั้งนี้ คือการช่วยให้คนทำงานสื่อสามารถลดระยะเวลาและขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนในกระบวนการผลิตลง เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้เวลาที่มีค่าไปโฟกัสกับงานด้านความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดทิศทางความคิดสร้างสรรค์ การร้อยเรียงเรื่องราว การพัฒนาบทภาพยนตร์ ตลอดจนการพัฒนาโมเดลธุรกิจและการนำเสนอขายแผนงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศสื่อของสิงคโปร์ให้มีความแข็งแกร่ง สามารถรักษาจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และคงความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลกเอาไว้ได้อย่างยั่งยืน

ถอดรหัสพฤติกรรมผู้ชมและโอกาสใหม่ในโลกคอนเทนต์ขนาดสั้น

จากการเปิดเผยข้อมูลขององค์การพัฒนาสื่อ (IMDA) พบว่า พฤติกรรมของผู้ชมในสิงคโปร์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปัจจุบันมีประชากรที่อยู่อาศัยในสิงคโปร์ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป สูงถึงร้อยละ 87 ที่เข้าถึงและใช้งานแพลตฟอร์มวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์หลักๆ เป็นประจำทุกสัปดาห์ แพลตฟอร์มยอดนิยมเหล่านั้นประกอบไปด้วย ติ๊กต็อก (TikTok), อินสตาแกรม (Instagram), ยูทูบ (YouTube) และเฟซบุ๊ก (Facebook) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าช่องทางดิจิทัลได้กลายเป็นช่องทางหลักในการบริโภคข้อมูลข่าวสารและความบันเทิงยุคนี้ไปแล้ว

ความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมดังกล่าว ส่งผลให้รูปแบบของคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมเปลี่ยนตามไปด้วย โดยวิดีโอขนาดสั้น ละครสั้นหรือซีรีส์ขนาดไมโคร กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ความสนใจของผู้คนและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ เนื้อหาที่สร้างสรรค์โดยปัญญาประดิษฐ์ (AI-generated content) และกระบวนการผลิตที่ใช้ AI เข้ามามีส่วนช่วยเหลือ ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเติบโตของกลุ่มครีเอเตอร์ยุคใหม่ที่เป็นกลุ่มดิจิทัลโดยกำเนิด ซึ่งกำลังเข้ามาปรับเปลี่ยนวิธีการผลิต การจัดจำหน่าย และการบริโภคสื่อ

รัฐบาล สิงคโปร์ มองว่า ประเทศของตนมีเรื่องราวที่น่าสนใจและน่าดึงดูดใจมากมายที่พร้อมจะแบ่งปันและถ่ายทอดให้คนทั่วโลกได้รับรู้ การนำเทคโนโลยีล้ำสมัยและ AI เข้ามาประยุกต์ใช้ จะไม่ได้เข้ามาแทนที่มนุษย์ แต่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มทักษะและฝีมือการเล่าเรื่องของคนทำงานสื่อให้มีความน่าสนใจและเข้าถึงผู้ชมในรูปแบบใหม่ๆ ที่สร้างความผูกพันได้ดียิ่งขึ้น โครงการ DCCD จึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้คนทำงานสื่อสามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมเหล่านี้ได้อย่างทันท่วงทีและมีทิศทางที่ชัดเจน

สร้างแรงงาน “AI Bilingual” แสนคน ยกระดับทักษะบุคลากรทุกมิติ

นอกเหนือจากการสนับสนุนงบประมาณไปยังบริษัทสื่อโดยตรงแล้ว รัฐบาลสิงคโปร์ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะของตัวบุคคลผ่านโครงการระดับชาติ โดยคนทำงานสื่อจะได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ ภายใต้โครงการ “National AI Impact Programme (NAIIP)” ซึ่งโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความสามารถในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ และปรับปรุงกระบวนการผลิตในส่วนที่ทำซ้ำๆ ให้มีความรวดเร็วและเป็นระบบระเบียบมากขึ้นผ่านเครื่องมือ AI

ทั้งนี้ องค์การพัฒนาสื่อ (IMDA) ได้ตั้งเป้าหมายในการฝึกอบรมบุคลากรที่ไม่ได้ทำงานในสายเทคโนโลยีโดยตรง (Non-tech professionals) จากหลากหลายอุตสาหกรรมจำนวน 100,000 คน ให้กลายเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและสามารถใช้งานได้สองภาษาทั้งภาษาธุรกิจและภาษาเทคโนโลยี หรือที่เรียกว่า “AI bilingual” ภายในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า โดยทาง IMDA ได้ทำการคัดสรรหลักสูตรด้านปัญญาประดิษฐ์ที่รวบรวมไว้บนเว็บไซต์ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลการฝึกอบรมที่ครบวงจรสำหรับคนทำงานสื่อโดยเฉพาะ

ตัวอย่างหลักสูตรที่น่าสนใจ เช่น หลักสูตรการสร้างสรรค์คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียด้วยปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative Artificial Intelligence-Enhanced Social Media Content Creation) ที่เปิดสอนโดยมหาวิทยาลัยการจัดการแห่งสิงคโปร์ (SMU) ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถใช้เครื่องมือ AI ในการผลิตคอนเทนต์ขนาดสั้นลงบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Instagram Reels และ YouTube Shorts อีกทั้งยังสอนวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติและข้อมูลการมีส่วนร่วมของผู้ชม เพื่อนำมาปรับปรุงกลยุทธ์การทำคอนเทนต์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยผู้เข้าร่วมที่เข้าเกณฑ์สามารถใช้สิทธิ์สนับสนุนค่าใช้จ่ายจาก SkillsFuture Credit และสมาชิก NTUC ยังสามารถใช้สิทธิ์ช่วยเหลือเพิ่มเติมจากโครงการ UTAP ได้อีกด้วย

การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ จากรากฐาน TAP สู่ก้าวต่อไปของสื่อสิงคโปร์

ความน่าสนใจของโครงการ DCCD คือการสร้างขึ้นบนรากฐานที่แข็งแกร่งของโครงการพัฒนาเร่งรัดบุคลากรที่มีความสามารถ หรือ “Talent Accelerator Programme (TAP)” มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งโครงการ TAP มุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรสายสร้างสรรค์หลักๆ เช่น ผู้อำนวยการสร้าง, นักเขียนบท และผู้กำกับ ทั้งในวงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่องในการผลิตเรื่องราวที่มีคุณภาพและทำการตลาดได้ทั่วโลกภายใต้แนวคิด “Made-with-Singapore”

สำหรับกระบวนการเข้าร่วมโครงการ DCCD นั้น บริษัทสื่อที่สนใจจะต้องเข้าร่วมกระบวนการรับรองวิทยฐานะ เพื่อประเมินขีดความสามารถในการพัฒนาเนื้อหาและผลงานที่ผ่านมาในอดีต โดยบริษัทที่ได้รับการรับรองจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมยื่นข้อเสนอโครงการ (Calls for Proposals หรือ CFPs) ซึ่งการประเมินนี้จะจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในการประเมินรอบแรกมีบริษัทสื่อที่ผ่านการรับรองแล้วจำนวน 117 บริษัท และได้มีการเปิดยื่นข้อเสนอโครงการรอบแรกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566 และจะเปิดรับไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ความพยายามทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของสิงคโปร์ในการผลักดันอุตสาหกรรมสื่อให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ การบูรณาการระหว่างงบประมาณ โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาทักษะมนุษย์ จะช่วยเปิดโอกาสในการสร้างความผูกพันและเชื่อมโยงกับผู้ชมชาวสิงคโปร์บนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย และที่สำคัญที่สุด คอนเทนต์และรูปแบบรายการที่ได้รับการคัดเลือกและพัฒนาภายใต้โครงการเหล่านี้นั้น มีศักยภาพสูงมากที่จะก้าวข้ามพรมแดนจากสิงคโปร์ไปสู่การเติบโตและสร้างชื่อเสียงในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไปในอนาคต

ที่มาของข่าว : สำนักข่าวซินหัว
องค์การพัฒนาสื่อ สิงคโปร์

#สิงคโปร์ #ปัญญาประดิษฐ์ #IMDA #เทคโนโลยีสื่อ #อุตสาหกรรมดิจิทัล #คอนเทนต์AI #วิดีโอสั้น #เศรษฐกิจดิจิทัล

Related Posts