ทรู หนุนสมาคมบอลเคลียร์หนี้ แลกสิทธิ์ยิงสด ช้างศึก ยาวถึงปี 2572

ทรู หนุนสมาคมบอลเคลียร์หนี้ แลกสิทธิ์ยิงสด ช้างศึก ยาวถึงปี 2572

วงการลูกหนังไทยเดินหน้าต่ออย่างมั่นคง หลังกลุ่มทรูสวมบทพันธมิตรผู้ร่วมขับเคลื่อน ปลดล็อกปมขัดแย้งในอดีตด้วยการรับสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลทีมชาติไทยแบบเอ็กซ์คลูซีฟทุกแพลตฟอร์มยาว 4 ปี พลิกวิกฤตหนี้สินสะสมให้เป็นโอกาสครั้งสำคัญในการเชื่อมต่อฐานแฟนบอลทั่วประเทศด้วยนวัตกรรมดิจิทัลชั้นนำ

เปิดรายละเอียดข้อตกลงประวัติศาสตร์ ปลดล็อกวิกฤตการเงินสมาคมฟุตบอลฯ

การบรรลุข้อตกลงร่วมกันระหว่างสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ ซีนิเพล็กซ์ บริษัทในเครือ ทรู คอร์ปอเรชั่น นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ช่วยคลี่คลายภาระผูกพันทางการเงินอันเกิดจากข้อพิพาทในอดีตอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว สมาคมฟุตบอลฯ ได้เข้ามาเป็นผู้ชำระหนี้แทน บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ให้แก่ ซีนิเพล็กซ์ คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 240 ล้านบาท ซึ่งการเจรจาที่เป็นผลสำเร็จในครั้งนี้ช่วยสร้างความชัดเจนและทำให้ทุกฝ่ายสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่ต้องเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมายหรือการเงินที่ยืดเยื้อ

สำหรับโครงสร้างและแนวทางการชำระหนี้มูลค่า 240 ล้านบาทนั้น ได้มีการแบ่งสัดส่วนการดำเนินการออกเป็น 2 ส่วนหลักอย่างชัดเจน โดยส่วนแรกจะเป็นการส่งมอบสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทยแบบ Exclusive ผ่านแพลตฟอร์ม Over-the-Top (OTT), IPTV และ Pay TV บนทุกแพลตฟอร์มที่ให้บริการโดยบริษัทในกลุ่มทรู รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางการตลาดที่เกี่ยวข้อง เป็นระยะเวลา 4 ปีเต็ม เริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงปี พ.ศ. 2572 ขณะที่ในส่วนที่สองจะเป็นการทยอยชำระมูลค่าหนี้สินส่วนที่เหลือเป็นเงินสดตามงวดเวลาที่กำหนดไว้

ข้อตกลงในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการแก้ไขปัญหาหนี้สินสะสมในอดีตของสมาคมฯ เท่านั้น แต่ยังจัดเป็นโมเดลธุรกิจเชิงรุกที่เปลี่ยนวิกฤตทางบัญชีให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางคอนเทนต์ที่มีมูลค่ามหาศาลสำหรับกลุ่มทรู การจัดการรูปแบบนี้นับว่าส่งผลดีต่อโครงสร้างทางการเงินของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ทำให้องค์กรบริหารจัดการงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น และสามารถเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่การมุ่งเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของฟุตบอลไทย ทั้งในระดับเยาวชน ลีกอาชีพ และการเตรียมความพร้อมของทีมชาติไทยในทุกชุดการแข่งขันได้อย่างเต็มที่

พลังผู้บริหารขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ ดิจิทัลแพลตฟอร์มเชื่อมไทยเป็นหนึ่งเดียว

ในมุมมองของภาคเอกชนผู้ร่วมสนับสนุน ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าการเข้ามามีส่วนร่วมในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของผลตอบแทนทางการค้า แต่เป็นภารกิจในการร่วมสร้างรากฐานที่ยั่งยืนให้แก่อุตสาหกรรมกีฬาของชาติ ทางกลุ่มทรูมีความเชื่อมั่นว่า ความสำเร็จและการเติบโตอย่างมั่นคงของฟุตบอลไทยจำเป็นต้องพึ่งพาความร่วมมืออย่างสอดประสานจากทุกภาคส่วน การเดินหน้าของสมาคมฯ ในฐานะแกนหลักในการบริหารจึงต้องการแรงหนุนที่มั่นคงจากภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบนิเวศฟุตบอลที่สมบูรณ์และเอื้อต่อการพัฒนาในระยะยาวอย่างแท้จริง

“ทรูยินดีที่ทุกฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ในวันนี้ สำหรับทรู สิ่งสำคัญคือการมองไปข้างหน้า และการสนับสนุนแนวทางที่ช่วยให้สมาคมฟุตบอลฯ สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง เพื่อประโยชน์ของวงการฟุตบอลไทยในระยะยาว เราเชื่อว่าการพัฒนาฟุตบอลไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งสมาคม สโมสร นักกีฬา แฟนบอล และภาคเอกชน สิทธิ์ถ่ายทอดสดที่ได้รับในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงสิทธิ์ทางธุรกิจ แต่เป็นโอกาสในการเชื่อมโยงแฟนบอลไทยกับทีมชาติไทยผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของทรู และร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนไทยผ่านพลังของกีฬา สำหรับทรู ฟุตบอลไทยไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันกีฬา แต่เป็นพลังที่เชื่อมโยงคนไทยทั้งประเทศเข้าด้วยกัน” นายองอาจ ประภากมล หัวหน้าสายงานทรูวิชั่นส์ และมีเดีย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น

จากการประกาศวิสัยทัศน์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มทรูพร้อมที่จะนำเอาศักยภาพความแข็งแกร่งทางด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม เทคโนโลยีเครือข่ายดิจิทัล และแพลตฟอร์มคอนเทนต์ที่มีผู้ใช้งานครอบคลุมสูงสุด มาใช้ในการยกระดับประสบการณ์การรับชมฟุตบอลของแฟนบอลชาวไทย การได้รับสิทธิ์ถ่ายทอดสดแบบเอ็กซ์คลูซีฟในครั้งนี้ จะกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญในการเข้าถึงคอนเทนต์กีฬาคุณภาพสูงอย่างไร้รอยต่อ อีกทั้งยังเป็นการเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ขององค์กรในการดำเนินธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับประเทศไทยและทำเพื่อประโยชน์ของคนไทยมาโดยตลอด

ทรู

วิเคราะห์ผลกระทบเชิงธุรกิจและทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมฟุตบอลไทย

หากมองในมิติทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสื่อ ข้อตกลงมูลค่า 240 ล้านบาทในระยะเวลา 4 ปีนี้ ถือเป็นการการันตีรายได้และเสถียรภาพทางลิขสิทธิ์คอนเทนต์กีฬาที่จับต้องได้สูงสุดชิ้นหนึ่งของประเทศ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ สามารถหลุดพ้นจากภาวะชะงักงันทางการเงินที่เคยเป็นชนักติดหลังมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้แบรนด์ของฟุตบอลทีมชาติไทยยังคงมีความน่าเชื่อถือและดึงดูดสปอนเซอร์รายอื่นๆ ในภาคเอกชนให้เข้ามาลงทุนร่วมสนับสนุนเพิ่มเติมได้ง่ายขึ้น เนื่องจากความเสี่ยงทางธุรกิจได้รับการบริหารจัดการและคลี่คลายลงอย่างชัดเจนแล้ว

ในส่วนของกลุ่มทรู การได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลทีมชาติไทยถึงปี พ.ศ. 2572 บนแพลตฟอร์ม OTT, IPTV และ Pay TV ทั้งหมด จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในแง่ของคอนเทนต์พรีเมียม (Premium Content) เป็นการรักษาฐานลูกค้าเดิมและดึงดูดกลุ่มผู้ใช้งานรายใหม่เข้าสู่ระบบนิเวศดิจิทัลของทรูอย่างต่อเนื่อง ฟุตบอลทีมชาติไทยถือเป็นคอนเทนต์ระดับมหาชนที่มีพลังดึงดูดความสนใจสูง (High Engagement) ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดร่วมกับกิจกรรมทางการตลาด บริการเสริมทางเทคโนโลยี 5G หรือการสร้างคอมมูนิตี้สำหรับแฟนบอลยุคใหม่ได้อย่างหลากหลาย

ก้าวต่อไปหลังจากนี้คือความท้าทายในการร่วมกันยกระดับมาตรฐานฟุตบอลไทยสู่สากลอย่างเต็มกำลัง เมื่อข้อจำกัดและข้อพิพาทในอดีตได้รับการสะสางจนเสร็จสิ้น สมาคมฟุตบอลฯ ย่อมมีสมาธิและทรัพยากรในการมุ่งมั่นพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันของนักกีฬาไทยได้อย่างเต็มที่ ขณะที่แฟนบอลทั่วประเทศก็สามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับชมและร่วมเชียร์ทีมชาติไทยผ่านช่องทางที่มีคุณภาพ คมชัด และเสถียรที่สุด ผ่านเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของกลุ่มทรูตลอดช่วงเวลา 4 ปีต่อจากนี้

#ทรูคอร์ปอเรชั่น, #สมาคมกีฬาฟุตบอล, #ฟุตบอลทีมชาติไทย, #ซีนิเพล็กซ์, #ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด, #บอลไทย, #TheReporterAsia

Related Posts