ทรู คอร์ปอเรชั่น จับมือเครือข่ายควอนตัมไทยและสตาร์ทอัปสหรัฐฯ ลงนาม MoU ประวัติศาสตร์ร่วมขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ปลดล็อกขีดจำกัดอุตสาหกรรมยุคดิจิทัล
จุดเริ่มต้นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ บูรณาการ 3 ประสานพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยด้วยควอนตัม
นับเป็นก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ของวงการเทคโนโลยีและเศรษฐกิจไทย เมื่อศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ร่วมกับสองพันธมิตรยักษ์ใหญ่ ได้แก่ QTRic (Quantum Technology Research Initiative Consortium) เครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมแห่งประเทศไทย และ qBraid สตาร์ทอัปผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ควอนตัมระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ภายใต้โครงการนวัตกรรมระดับภูมิภาคอย่าง “Quantum AI & Intelligent Infrastructure Joint Research Collaboration” โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศควอนตัมที่ครบวงจรเพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการผสานพลังครั้งแรกในประเทศไทยระหว่างภาคเอกชน ผู้นำเทคโนโลยีระดับสากล และเครือข่ายนักวิจัยภาครัฐและสถาบันการศึกษา การร่วมทุนทางองค์ความรู้และโครงสร้างพื้นฐานนี้จะกลายเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนสูง (Advanced Optimization) ซึ่งเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันไม่สามารถจัดการได้ ครอบคลุมการยกระดับภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายอันเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจไทย เช่น อุตสาหกรรมโทรคมนาคม การเงิน ค้าปลีก การผลิต การเกษตร ไปจนถึงระบบสาธารณสุขของประเทศ
เป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การทำวิจัยและพัฒนาภายในห้องปฏิบัติการเท่านั้น แต่เป็นการกำหนดบรรทัดฐานใหม่ในการนำเทคโนโลยีอุบัติใหม่ (Emerging Technology) มาประยุกต์ใช้ในโลกธุรกิจและเชิงพาณิชย์ได้จริงเป็นรูปธรรม การสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะนี้ จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมทั้งผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีควอนตัมและ Quantum AI ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
เจาะลึกความแข็งแกร่ง 3 พันธมิตร ขุมพลังขับเคลื่อนนวัตกรรมอัจฉริยะระดับโลก
การเดินทางสู่เป้าหมายระดับภูมิภาคในครั้งนี้ ขับเคลื่อนด้วยจุดแข็งที่แตกต่างทว่าผสมผสานได้อย่างลงตัวจากทั้งสามภาคส่วน โดยเริ่มต้นจาก QTRic ซึ่งเป็นศูนย์รวมมันสมองระดับประเทศ ได้รวบรวมนักวิจัยชั้นนำมากกว่า 120 ราย จาก 19 องค์กรแนวหน้าในประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนและส่งเสริมอย่างใกล้ชิดจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งจะทำหน้าที่หลักในการสนับสนุนองค์ความรู้ทางวิชาการและทำงานวิจัยเชิงลึกเพื่อหาแนวทางการประยุกต์ใช้ Quantum AI ในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนของภาคธุรกิจ
ในขณะที่ qBraid พันธมิตรสตาร์ทอัปจากเมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างด้านข้อจำกัดของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ระดับสูง ด้วยการนำแพลตฟอร์มคลาวด์ซอฟต์แวร์ควอนตัมและเครื่องมือล้ำสมัยอย่าง qBraid Lab ซึ่งเป็น Cloud IDE สำหรับเขียนโค้ดผ่านเว็บเบราว์เซอร์ รวมถึง qBraid-SDK ชุดเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ประสิทธิภาพสูง เข้ามาเปิดประตูให้นักวิจัยและนวัตกรไทยสามารถเข้าถึงและสั่งการคอมพิวเตอร์ควอนตัมชั้นนำของโลกได้มากกว่า 26 ระบบผ่านบริการระบบคลาวด์ โดยที่ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลเพื่อตั้งเครื่องฮาร์ดแวร์ในประเทศ
สำหรับ ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรม (True Innovation Center of Excellence) ภายใต้ CP CoE จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงนวัตกรรมสู่โลกธุรกิจจริง โดยการนำเอาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่แข็งแกร่ง แล็บวิจัยและพัฒนาระดับสูง ตลอดจนพื้นที่ของ ทรู ดิจิทัล พาร์ค มาเปิดกว้างเพื่อสร้างคอมมูนิตี้สำหรับผู้เชี่ยวชาญ อีกทั้งยังพร้อมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึก (Insight) และโจทย์ความท้าทายจริงจากหลากหลายอุตสาหกรรมในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อร่วมกันทดลองและจุดประกายนวัตกรรมต้นแบบ (Prototype) ที่ใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์
แผนยุทธศาสตร์สร้างคนและแปลงงานวิจัยสู่มูลค่าเชิงพาณิชย์
ความร่วมมือครั้งนี้ได้รับการตอกย้ำถึงความสำคัญและความเป็นไปได้จริงจากมุมมองของผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสามองค์กร โดยยกระดับรูปแบบการดำเนินงานสู่การเป็น Public-Private Partnership (PPP) อย่างเต็มรูปแบบ ที่สามารถเปลี่ยนผ่านจากทฤษฎีบนหน้ากระดาษไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและพัฒนากำลังคนดิจิทัลที่มีทักษะขั้นสูง เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในระบบนิเวศนวัตกรรมยุคหน้า
“การลงนาม MoU ในครั้งนี้ เป็นมิติใหม่ของการผสานพลังขับเคลื่อนเทคโนโลยีควอนตัมภายใต้แนวคิด Public-Private Partnership (PPP) ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้เชิงวิชาการเข้ากับโจทย์ความท้าทายจริงในภาคอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ ครอบคลุมทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับสากล โดยความร่วมมือระหว่าง QTRic กับ qBraid พันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา ที่เปิดโอกาสให้คนไทยสามารถเข้าถึงฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ควอนตัมระดับโลก เมื่อหลอมรวมกับศักยภาพของ ทรู คอร์ปอเรชั่น จะช่วยให้สามารถแปลงขีดความสามารถทางวิชาการและเครื่องมือล้ำสมัย ให้เกิดเป็นนวัตกรรมควอนตัมที่สร้างประโยชน์และใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ QTRic ที่จะร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานวิจัยชั้นแนวหน้า และบ่มเพาะกำลังคนดิจิทัลที่มีทักษะขั้นสูง ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับระบบนิเวศเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทยให้ก้าวไกลในระดับสากล” — รศ.ดร. วรวัฒน์ มีวาสนา ประธานเครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย (QTRic) และอาจารย์ประจำสาขาวิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
ทางด้านพันธมิตรจากต่างประเทศได้แสดงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในเวทีควอนตัมโลกเช่นกัน โดยมองว่าเทคโนโลยีการประมวลผลรูปแบบใหม่นี้มีขีดความสามารถที่ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมของระบบประมวลผลด้วย CPU และ GPU ในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งจะสร้างประโยชน์มหาศาลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพและพลิกโฉมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
“เรามีความยินดีและตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ร่วมกับ ทรู คอร์ปอเรชั่น และ QTRic โดย qBraid ในฐานะสตาร์ทอัปผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีควอนตัมจากเมืองชิคาโก พร้อมนำแพลตฟอร์มแบบครบวงจร (One-Stop Platform) เชื่อมโยงให้เหล่านักวิจัย นวัตกร และองค์กรธุรกิจในประเทศไทย สามารถเข้าถึงและใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ควอนตัมชั้นนำระดับโลกได้มากกว่า 26 ระบบผ่านบริการคลาวด์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องมีเครื่องฮาร์ดแวร์ตั้งอยู่ในประเทศ จึงนับเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีควอนตัมในประเทศไทย” — นายริกกี ยัง หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ qBraid
ในฝั่งของภาคเอกชนไทย ได้เน้นย้ำถึงความพร้อมทางด้านบุคลากรและการนำกระบวนการที่ถูกต้องเข้ามาขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงในภาคอุตสาหกรรม โดยตั้งเป้าหมายที่จะสร้างความต่อเนื่องตั้งแต่ขั้น R&D ไปจนถึงการเกิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ
“การลงนาม MoU โครงการ “Quantum AI & Intelligent Infrastructure Joint Research Collaboration” ตอกย้ำความมุ่งมั่นของศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น ที่จะนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาแก้ไขโจทย์ความท้าทายจริงและขับเคลื่อนด้วยกระบวนการที่ถูกต้อง ซึ่งปัจจุบันห้องปฏิบัติการวิจัยของทรูมีบุคลากรที่ผ่านการรับรองด้านควอนตัม อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเทคโนโลยีอุบัติใหม่จำเป็นต้องอาศัยการผสานพลังจากหลายฝ่าย ความร่วมมือครั้งนี้ จึงนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย และเป็นก้าวสำคัญที่มั่นคงและมีบรรทัดฐานที่สามารถขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีแบบมีนัยยะสําคัญและเกิดขึ้นได้จริงเป็นรูปธรรม โดยมีความเชื่อมั่นร่วมกันที่จะขับเคลื่อนและบูรณาการกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัม จนสามารถต่อยอดไปสู่ระดับนวัตกรรมต้นแบบ ที่ใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรม ไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงกรอบแนวคิดหรือการทำ R&D ในห้องทดลองเท่านั้น เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดและขับเคลื่อนขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศไทยให้ก้าวหน้าเทียบระดับสากล” — นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น
เจาะลึก 4 แกนยุทธศาสตร์หลัก โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและความปลอดภัยขั้นสูง
ภายใต้กรอบความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในโครงการนี้ ได้มีการจำแนกแนวทางการดำเนินงานออกเป็น 4 ด้านหลักเพื่อความครอบคลุมและชัดเจน แกนแรกคือเรื่องของ Quantum AI และ Quantum-Inspired Optimization ซึ่งมุ่งเน้นการนำพลังการประมวลผลอันมหาศาลของควอนตัมเข้ามาช่วยทลายข้อจำกัดในการคำนวณและแก้ไขปัญหาที่มีตัวแปรซับซ้อนจำนวนมาก ซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันยังไม่สามารถหาคำตอบที่มีประสิทธิภาพสูงสุดได้ในเวลาที่กำหนด
แกนที่สองมุ่งเป้าไปที่ Autonomous Infrastructure & Intelligent Systems หรือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะเพื่อรองรับการแข่งขันยุคใหม่ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ซึ่งการบริหารจัดการเครือข่ายหรือ Network Optimization ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดและยังไม่สามารถพัฒนาให้เป็นระบบอัตโนมัติ เต็มรูปแบบได้ การนำเทคโนโลยีควอนตัมเข้ามาเสริมทัพจะช่วยเพิ่มความเร็วและขีดความสามารถในการตอบสนองต่อการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แกนที่สามและสี่คือความก้าวหน้าในด้าน Modeling และความมั่นคงปลอดภัย โดยจะเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี Advanced Simulation และ Digital Twin Technologies ที่มีความละเอียดและแม่นยำสูง ซึ่งระบบเดิมยังขาดศักยภาพในการจำลองสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้ ควบคู่ไปกับการดำเนินงานในแกนสุดท้ายคือ Quantum-Safe Infrastructure Exploration ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมและยกระดับมาตรฐานระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในปัจจุบัน เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้รอดพ้นจากการถูกถอดรหัสลับด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต (After Quantum Posted)
บทวิเคราะห์ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและการก้าวต่อไปสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาเซียน
หากมองในมุมมองเชิงเศรษฐศาสตร์และโครงสร้างพื้นฐาน การประสานความร่วมมือระหว่าง ทรู, QTRic และ qBraid ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรผู้ร่วมลงนามเท่านั้น แต่กำลังจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับดัชนีความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยีของประเทศไทยในเวทีระดับโลก เนื่องจากเทคโนโลยีควอนตัมคือกุญแจสำคัญที่จะเข้ามาปฏิวัติกระบวนการผลิต การบริหารจัดการต้นทุน และการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ในทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรม
การเปิดโอกาสให้นักวิจัยและภาคธุรกิจไทยสามารถเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมระดับโลกผ่านคลาวด์แพลตฟอร์มของ qBraid ถือเป็นทางลัด ที่ช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างมหาศาล สิ่งนี้จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (FDI) และกลุ่มสตาร์ทอัปด้าน Deep Tech ให้เข้ามาตั้งฐานและสร้างพันธมิตรในไทยเพิ่มมากขึ้น ผ่านโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและคอมมูนิตี้ที่ ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมจัดเตรียมไว้รองรับ
ก้าวต่อไปหลังจากกรอบความร่วมมือนี้ คือการเร่งผลักดันนวัตกรรมต้นแบบจากห้องทดลองออกสู่ตลาดพาณิชย์จริง พร้อมทั้งเร่งบ่มเพาะวิศวกรและนักพัฒนาซอฟต์แวร์สายควอนตัมในไทยให้มีความพร้อม เพื่อรองรับคลื่นลูกใหม่ของการปฏิวัติทางเทคโนโลยี ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้จึงเป็นบรรทัดฐานและสัญญาณที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำและศูนย์กลางด้าน Quantum AI และโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเต็มตัว
#TrueCorporation #QTRic #qBraid #QuantumAI #QuantumTechnology #DeepTech #IntelligentInfrastructure #TechInnovation #ThailandTechHub

