TTA ทุ่ม 200 ล้านเปิดโรงงาน P80 JET ปั้นไทยฮับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอาเซียน

TTA ทุ่ม 200 ล้านเปิดโรงงาน P80 JET ปั้นไทยฮับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอาเซียน

TTA Group ทุ่ม 200 ล้านบาท ตั้งบริษัทลูก P80 JET ขยับสเต็ปใหญ่ร่วมทุนยักษ์ระดับโลก NIU พลิกโฉมวงการมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไทย ผุดฐานการผลิต CKD บางนา-ตราด ปักธงไตรมาส 3 ปี 2569 เริ่มส่งมอบ ลุยมาตรการ EV 3.5 ดันยอดขายโตระยะยาว

เจาะลึกฐานการผลิต พลิกโฉมยานยนต์ไฟฟ้าไทย

บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA Group ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ธุรกิจสีเขียวครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัวโรงงาน พี80 เจ็ต (P80 JET : Assembly Factory) อย่างเป็นทางการ ภายใต้การดูแลของบริษัทลูก บริษัท P80 JET จำกัด พร้อมเปิดบ้านต้อนรับกลุ่มพันธมิตรดีลเลอร์และสื่อมวลชน เพื่อเข้าชมศักยภาพของฐานการประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานสากล โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ NIU Global ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ซึ่งถือเป็นการผสานจุดแข็งระหว่างเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งในไทยกับเทคโนโลยีชั้นนำระดับสากลได้อย่างลงตัว

โรงงาน P80 JET ตั้งอยู่บนทำเลทองอันเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ของประเทศ บริเวณถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 13 โดยตัวอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครอบคลุมพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 4,200 ตารางเมตร เม็ดเงินลงทุนในเฟสแรกนี้คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งถูกนำไปใช้ในการวางรากฐานระบบวิศวกรรมและการจัดตั้งสายการผลิต โครงสร้างของโรงงานได้รับการออกแบบและวางระบบให้มีความยืดหยุ่นสูง โดยสามารถรองรับการประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้พร้อมกันสูงสุดถึง 5 โมเดลในเวลาเดียวกัน ซึ่งกระบวนการผลิตทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานขั้นสูงเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสู่ท้องตลาด

เป้าหมายสูงสุดของการจัดตั้งฐานการผลิตแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การประกอบยานยนต์เท่านั้น แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมสองล้อไฟฟ้าที่ยั่งยืน TTA Group ได้วางแผนงานในการยกระดับกำลังการผลิตอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยในระยะแรกได้ตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตเบื้องต้นเอาไว้ที่ 10,000 คันต่อปี และเตรียมขยายขีดความสามารถให้บรรลุ 30,000 คันต่อปีในอนาคตอันใกล้ นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานของโรงงานยังสามารถขยายและปรับปรุงเพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตสูงสุดได้ถึง 300,000 คันต่อปี เพื่อรองรับอัตราการเติบโตของความต้องการซื้อทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะหลั่งไหลเข้ามาในอนาคต

ชูโมเดลเรือธง คู่ใจคนเมืองและขับเคลื่อนซัพพลายเชนในประเทศ

นายณัฐศักดิ์ ธงอินเนตร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท P80 JET จำกัด กล่าวว่าในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่จะทำการผลิตจากโรงงาน P80 JET แห่งนี้ จะเป็นฐานหลักในการประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ NIU เพื่อทำตลาดทั้งในไทยและอาเซียน ซึ่งจะมีการใช้วัสดุประกอบไม่น้อยกว่า 40% จากภายในประเทศ   โดยในรุ่นแรก FX Pro สามารถผลิตแบบ CKD ได้โดยการใช้วัสดุในประเทศร่วมด้วย 50%

บริษัทได้วางกลยุทธ์เชิงรุกในการกระตุ้นตลาดด้วยการเตรียมทยอยนำเข้ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาจำหน่ายเพิ่มเติมในอัตราปีละ 2 รุ่น เพื่อสร้างความหลากหลายและตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค สำหรับในระยะแรกของการดำเนินงาน สายการผลิตจะโฟกัสไปที่รถยนต์สองล้อไฟฟ้ารุ่นเรือธงที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างรุ่น FX Pro ซึ่งจัดเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตสมรรถนะสูงที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่ที่เร้าใจและคล่องตัว

รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่น FX Pro ได้เปิดตัวสู่ตลาดในราคาจำหน่ายที่จับต้องได้ง่ายยิ่งขึ้นเพียง 69,000 บาท และที่สำคัญแบรนด์ยังเดินหน้ายกระดับความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยด้วยการเตรียมนำรถรุ่นดังกล่าวเข้าร่วมมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV 3.5 ของภาครัฐภายในสิ้นเดือนมิถุนายน ซึ่งจะส่งผลให้ราคาจำหน่ายปรับลดลงมาเหลือเพียง 59,000 บาท เท่านั้น การสนับสนุนด้านภาษีและส่วนลดในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าระดับโลกได้ง่ายขึ้น แต่ยังเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่จะกระตุ้นให้อุตสาหกรรมสองล้อพลังงานสะอาดในประเทศขยายตัวอย่างก้าวกระโดด

สำหรับผลิตภัณฑ์อีกลำดับขั้นที่จะตามเข้ามาเสริมทัพในสายการผลิตคือรุ่น O Play ซึ่งได้รับการวางตัวให้เป็นโมเดลสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้าง โดยรถรุ่นดังกล่าวจะได้รับการปรับแต่ง (Customize) โครงสร้างและสมรรถนะให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานและการจำหน่ายในประเทศไทยโดยเฉพาะ เพื่อแก้ข้อจำกัดเดิมที่ตัวรถมีขนาดเล็กเกินไปจนไม่สามารถจดทะเบียนได้ ทำให้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า NIU รุ่น O Play เวอร์ชันปรับปรุงใหม่นี้จะสามารถจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มุ่งสร้างความมั่นใจสูงสุดในการขับขี่ใช้งานบนท้องถนนจริงอย่างปลอดภัย

บูรณาการโมเดลธุรกิจครบวงจรหนุนกลยุทธ์หนึ่งจังหวัดหนึ่งดีลเลอร์

โรงงาน P80 JET ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดการรวมโมเดลธุรกิจแบบครบวงจร (Integrated Business Model) เข้าไว้ด้วยกันในจุดเดียว พื้นที่ทั้งหมดได้รับการจัดสรรอย่างเป็นระบบเพื่อให้ครอบคลุมตั้งแต่สายการประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า พื้นที่คลังสินค้าสำเร็จรูป และคลังจัดเก็บอะไหล่ที่ทันสมัย การบริหารจัดการในลักษณะนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพสูงสุดในการกระจายสินค้า ตลอดจนการส่งมอบรถยนต์ให้ถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น ระบบคลังจัดเก็บอะไหล่ที่รวมศูนย์ยังช่วยรองรับงานบริการหลังการขายให้แก่เครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอกย้ำความพร้อมด้านมาตรฐานการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพ

ในด้านกลยุทธ์การจัดจำหน่ายและการขยายตลาด NIU Thailand มุ่งสร้างความแข็งแกร่งผ่านการปรับปรุงเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าครั้งใหญ่ จากปัจจุบันที่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการอยู่แล้วจำนวน 11 ราย บริษัทได้ประกาศแผนงานเชิงรุกในการเร่งแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายเพิ่มขึ้นให้ครบ 40 ราย ภายในสิ้นปีนี้ โดยจะยึดแนวทางการบริหารงานรูปแบบใหม่ที่ให้สิทธิ์ผู้จัดจำหน่าย 1 ราย ในการดูแลรับผิดชอบและบริหารยอดขายทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวภายในจังหวัดนั้นๆ เพื่อความเป็นเอกภาพในการดำเนินงานและสร้างความเติบโตที่มั่นคงร่วมกัน

ภายใต้โครงสร้างการจำหน่ายดังกล่าว ผู้จัดจำหน่ายแต่ละรายที่ได้รับสิทธิ์จะสามารถวางแผนการตลาดและขยายสาขาหน้าร้านเพิ่มเติมภายในจังหวัดที่ตนเองดูแลได้อย่างอิสระภายใต้ชื่อผู้จัดจำหน่ายรายเดียว โดยทุกแห่งจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการให้บริการแบบ 3S ประกอบไปด้วย ด้านการขาย (Sales) ด้านการบริการหลังการขาย (Service) และด้านการจัดหาอะไหล่แท้ (Spare Parts) เพื่อรองรับเป้าหมายระยะยาวในการสร้างยอดจำหน่ายสะสมรวมของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้านิวให้ได้ไม่น้อยกว่า 10,000 คัน ภายในปี 2571 พร้อมขับเคลื่อนวิสัยทัศน์การเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค

P80 JET NIU

วิเคราะห์ทิศทางตลาดส่งออกอาเซียนและการขับเคลื่อนบนหลักการ ESG

การวางหมากเกมธุรกิจในระยะแรกนั้น บริษัทคาดการณ์ว่าสัดส่วนการผลิตจากโรงงาน P80 JET จะถูกจัดสรรเพื่อรองรับตลาดภายในประเทศประมาณ 70% และอีก 30% จะจัดสรรเพื่อการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณการเติบโตและแนวโน้มเชิงบวกที่เด่นชัดจากตลาดในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศเวียดนามและประเทศลาวที่มีความต้องการใช้งานยานยนต์สองล้อไฟฟ้าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม จุดเด่นด้านความยืดหยุ่นของสายการผลิตอัจฉริยะทำให้โรงงานแห่งนี้มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนสัดส่วนปริมาณการผลิตระหว่างตลาดในประเทศและตลาดส่งออกได้ตลอดเวลาเพื่อให้สอดรับกับสภาวะและกลไกความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

นอกเหนือจากการสร้างความเติบโตทางด้านตัวเลขรายได้แล้ว P80 JET ยังขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบแนวคิดความยั่งยืน หรือ ESG (Environmental, Social, and Governance) ของ TTA Group อย่างเคร่งครัด บริษัทให้ความสำคัญกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เป็นแกนหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาระบบการจัดการแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพ กระบวนการดังกล่าวจะครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้ยาวนานที่สุด การวางแนวทางนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) ไปจนถึงการรีไซเคิลวัสดุภายในเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่อีกครั้งเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดลอน

การคิดค้นและพัฒนาระบบฟื้นฟูสภาพ หรือระบบ Refurbish สำหรับตัวโครงสร้างรถยนต์และระบบแบตเตอรี่ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ในระยะยาว ในขณะเดียวกัน ทีมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องยังอยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้รวมถึงร่วมมือทำงานอย่างใกล้ชิดกับบริษัทสถาบันการเงินและไฟแนนซ์ชั้นนำต่างๆ เพื่อร่วมกันวางรากฐานและพัฒนาโซลูชันทางการเงินสำหรับรองรับตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามือสอง การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าในส่วนนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนและผลักดันให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อเติบโตได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืนในอนาคต

บทสรุปและก้าวต่อไปของยุทธศาสตร์ความร่วมมือระดับโลก

การผสานพลังร่วมกันระหว่าง ทีทีเอ กรุ๊ป และ NIU Global ภายใต้ปรัชญาและแนวคิดการดำเนินงาน “Global DNA, Local Strength” ถือเป็นหมุดหมายครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แนวคิดนี้เป็นการนำเอาจุดเด่นด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวระดับสากลของ NIU มาหลอมรวมเข้ากับความเชี่ยวชาญ ความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทย และความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการโลจิสติกส์ของกลุ่มทีทีเอเป้าหมายร่วมกันคือการสร้างระบบนิเวศรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV Motorcycle Ecosystem) ที่มีความสมบูรณ์และแข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทย

โรงงาน P80 JET จะกลายเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศนี้ ตั้งแต่ต้นน้ำในกระบวนการผลิตและการประกอบชิ้นส่วนที่ได้มาตรฐานระดับสากล ไปจนถึงกลางน้ำและปลายน้ำอย่างการจัดจำหน่าย การส่งมอบรถยนต์ และการให้บริการดูแลรักษาหลังการขายแบบครบวงจร สำหรับกำหนดการที่ผู้บริโภคและผู้ที่สนใจต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือทางโรงงานมีกำหนดการที่จะเริ่มเปิดสายการผลิตและดำเนินการส่งมอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า NIU ล็อตแรกที่ประกอบจากโรงงานแห่งนี้ให้แก่ลูกค้าในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 เป็นต้นไป

เม็ดเงินลงทุนจำนวน 200 ล้านบาทที่สะท้อนออกมาในรูปแบบของโรงงานผลิตบนทำเลบางนา-ตราด กม.13 จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่จัดตั้งเครื่องจักร แต่คือความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นของ ทีทีเอ กรุ๊ป ที่มีต่ออนาคตของพลังงานสะอาดในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน การขยับตัวทางธุรกิจในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนผ่านวิถีการเดินทางของคนเมืองให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ยังเป็นการยกระดับศักยภาพการแข่งขันทางอุตสาหกรรมของประเทศไทยให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง

#TTA #P80JET #NIUThailand #มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า #ยานยนต์ไฟฟ้า #EV35 #ทีทีเอกรุ๊ป #ลงทุน200ล้าน #FXPro #OPlay

Related Posts