ZTE ผนึก GSMA เปิดฉากงานยักษ์ ดันเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียนเติบโต

ZTE ผนึก GSMA เปิดฉากงานยักษ์ ดันเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียนเติบโต

การผสานกำลังครั้งประวัติศาสตร์ของสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีโทรคมนาคมระดับโลก ที่พร้อมจะเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมต่อขั้นพื้นฐาน ไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่แท้จริงในภูมิภาคอาเซียน ผ่านยุทธศาสตร์อัจฉริยะที่วัดผลลัพธ์ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม

ความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์บนเวทีโลก

บริษัท แซดทีอี คอร์ปอเรชัน (ZTE Corporation) ผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแบบครบวงจรระดับโลก ได้บรรลุข้อตกลงลงนามความร่วมมือครั้งใหญ่ในการเข้าเป็น “พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ” กับทาง GSMA ซึ่งเป็นองค์กรผู้จัดงานระดับโลกอย่างเป็นทางการ ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะสร้างแรงขับเคลื่อนมหาศาลให้กับแวดวงไอซีทีทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังอยู่ในช่วงเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต

การลงนามร่วมกันในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ส่งผลให้เกิดการควบรวมและจัดงานประชุมระดับนานาชาติในรูปแบบคู่ขนานอย่างยิ่งใหญ่ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยจะเป็นการจับคู่กันระหว่างงาน “ZTE Global Summit & User Congress” ครั้งที่ 15 ซึ่งเป็นเวทีหลักของทาง ZTE และงาน “GSMA M360 ASEAN” ซึ่งจัดขึ้นโดย GSMA ทั้งนี้ กำหนดการจัดงานของทั้งสองส่วนจะมีความต่อเนื่องกันอย่างเป็นระบบ โดยงานในส่วนของ ZTE Global Summit & User Congress มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–9 กันยายน พ.ศ. 2569 ขณะที่งาน GSMA M360 ASEAN จะจัดขึ้นตามมาในวันที่ 9–10 กันยายน พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก

สำหรับงาน ZTE Global Summit & User Congress ในครั้งนี้ ถือเป็นการก้าวเข้าสู่การจัดงานครั้งที่ 15 อย่างเต็มภาคภูมิ และได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางเนื่องจากงานนี้ได้เติบโตจนกลายเป็นเวทีประชุมที่ทาง ZTE จัดขึ้นเองนอกประเทศจีนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และกลายเป็นจุดหมายปลายทางประจำปีที่สำคัญอย่างยิ่งของอุตสาหกรรมไอซีทีในระดับสากล การจัดงานคู่ขนานในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนศูนย์รวมของเหล่าผู้นำทางความคิด เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ ผู้บริหารระดับสูงจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม พันธมิตรในระบบนิเวศ ตลอดจนนักวิเคราะห์และสื่อมวลชนชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลกที่จะมาร่วมเดินทางเพื่อกำหนดทิศทางวาระดิจิทัลร่วมกันอย่างอบอุ่น

พลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานด้วยวิสัยทัศน์และปริมาณอัจฉริยะ

งานประชุมสุดยอดระดับโลกในครั้งนี้ถูกขับเคลื่อนภายใต้แนวคิดหลักอย่าง “Architecting Infinity – จากการเชื่อมต่อ สู่คุณค่าทางดิจิทัล” ซึ่งเป็นแนวคิดที่สะท้อนถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดของการสื่อสารแบบเดิมๆ ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มที่ไร้ขีดจำกัดในยุคดิจิทัล โดยเนื้อหาและกิจกรรมทั้งหมดตลอดการจัดงานจะถูกแบ่งออกเป็น 4 บทแห่งวิสัยทัศน์ที่ร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างเป็นลำดับขั้นตอน เริ่มต้นตั้งแต่การปูพื้นฐานทางความคิด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการสะท้อนผลลัพธ์เชิงประจักษ์และการร่วมมือทางธุรกิจในอนาคตเพื่อสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์

ในบทแรกที่ชื่อว่า VISION ถือเป็นเวทีสำคัญในการนิยามบทใหม่แห่งโลกดิจิทัล โดยจะเป็นการตั้งคำถามและร่วมกันค้นหาคำตอบต่อประเด็นสำคัญที่จะเข้ามามีบทบาทและกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมในอีก 5 ปีข้างหน้า ผู้เข้าร่วมงานจะได้ร่วมกันวิเคราะห์ว่าโลกในอนาคตต้องการเห็นรูปแบบของเศรษฐกิจดิจิทัลไปในทิศทางใด และภูมิภาคอาเซียนเองมีวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์อย่างไรในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีภายในภูมิภาคของตนเอง ซึ่งการระดมสมองในส่วนนี้จะเป็นการปูทางและวางรากฐานทางความคิดที่สำคัญให้กับเนื้อหาในส่วนอื่นๆ ทั้งหมดของงานอย่างลึกซึ้ง

ถัดมาในบทที่สองภายใต้ชื่อ VOLUME จะเป็นการนำเสนอการผงาดขึ้นของโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นส่วนที่สะท้อนถึงจุดแข็งหลักในเชิงเทคโนโลยีของ ZTE อย่างแท้จริง ผ่านการนำเสนอขีดความสามารถในการให้บริการแบบครบวงจรที่ครอบคลุมนวัตกรรมล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี AI for Network และ Network for AI รวมถึงการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ประสิทธิภาพสูง การเพิ่มพลังประมวลผล ระบบคลาวด์อัจฉริยะ การบริหารจัดการพลังงานสะอาด และระบบเครือข่ายอัตโนมัติ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้จะฉายภาพให้เห็นถึงโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่เป็นรากฐานสำคัญของอนาคตดิจิทัล

ถ่ายทอดผลลัพธ์จากกรณีศึกษาจริงสู่ความร่วมมือแห่งอนาคต

สำหรับบทที่สามภายใต้ชื่อ VALUE ถือเป็นเซสชันที่ใช้เวลาดำเนินงานยาวนานที่สุดและทรงคุณค่ามากที่สุดของงานประชุมในครั้งนี้ เนื่องจากโครงสร้างของเซสชันนี้จะถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มลูกค้าเป็นหลัก และจะไม่มีการนำเสนอในลักษณะของการโฆษณาขายสินค้าจากผู้ผลิตเทคโนโลยีแต่อย่างใด ทว่าจะเป็นการเปิดพื้นที่อย่างอิสระให้กับการแบ่งปันกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงและมุมมองเชิงลึกจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมระดับแนวหน้า เพื่อสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการเปลี่ยนผ่านองค์กรและอุตสาหกรรมไปสู่ระบบดิจิทัลสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกและก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในส่วนของบทสุดท้ายอย่าง VENTURE จะทำหน้าที่เป็นเซสชันปิดท้ายอันเป็นไฮไลต์สำคัญของงาน โดยจะเป็นเวทีการสนทนาและการเสวนาในระดับสูงสุดของกลุ่มผู้บริหารเพื่อร่วมกันออกแบบยุคใหม่แห่งการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ ร่วมกันพิจารณาแนวทางการบ่มเพาะโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการใช้งานเทคโนโลยีขั้นสูง ตลอดจนการสานพลังความร่วมมือระหว่างองค์กรต่างๆ ภายในระบบนิเวศดิจิทัล เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาเทคโนโลยีจะเป็นไปอย่างยั่งยืนและสามารถสร้างผลประโยชน์ร่วมกันให้กับทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง

นอกจากเซสชันการบรรยายและเสวนาทางวิชาการที่เข้มข้นแล้ว ตลอดระยะเวลาการจัดงานทั้งสองวันเต็ม ผู้เข้าร่วมงานยังจะได้สัมผัสประสบการณ์จริงผ่านกิจกรรมที่หลากหลายและเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวปาฐกถาพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก การเปิดตัวผลิตภัณฑ์และโซลูชันเทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุดจาก ZTE การนำชมบูธนิทรรศการแสดงเทคโนโลยีชั้นสูงอย่างใกล้ชิด ตลอดจนการจัดแสดงโชว์เทคโนโลยีหุ่นยนต์สุดล้ำสมัย ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อต้อนรับและสร้างความประทับใจให้แก่กลุ่มผู้นำภาครัฐและเอกชนจากทั่วโลกที่มาร่วมงาน

การวิเคราะห์ผลกระทบและการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดิจิทัลอาเซียน

การผนึกกำลังกันระหว่าง ZTE และ GSMA ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดงานแสดงเทคโนโลยีทั่วไป แต่ถือเป็นความเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์ที่มีนัยสำคัญยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน การร่วมมือกันผสานจุดแข็งระหว่างความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของ ZTE และเครือข่ายความร่วมมือในอุตสาหกรรมระดับโลกของGSMA จะช่วยสร้างเวทีแห่งการสื่อสารที่เปิดกว้าง ปลอดภัย และทรงประสิทธิภาพสูง ซึ่งจะช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถลงลึกในประเด็นสำคัญๆ เช่น ทิศทางวิวัฒนาการของเครือข่ายแห่งอนาคต และการนำระบบปัญญาประดิษฐ์เข้ามาประยุกต์ใช้อย่างทั่วถึง

เมื่อพิจารณาถึงผลกระทบต่ออุตสาหกรรม การนำเสนอแนวคิด AI for Network และ Network for AI ภายในงาน จะช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมในภูมิภาคอาเซียนสามารถมองเห็นแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเครือข่าย ลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มความเร็วในการบริการได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ การมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีพลังงานสะอาดและดาต้าเซ็นเตอร์อัจฉริยะยังสอดรับกับกระแสความต้องการของโลกในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาคบนเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน

บทสรุปและก้าวต่อไปจากงานประชุมสุดยอดครั้งนี้ คือการกำหนดทิศทางร่วมกันของพันธมิตรทุกภาคส่วนเพื่อเปลี่ยนผ่านจากการเชื่อมต่อทางเทคโนโลยีแบบดั้งเดิม ไปสู่การสร้างผลลัพธ์และการวัดผลมูลค่าทางดิจิทัลที่จับต้องได้จริง การร่วมมือกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและการเปิดกว้างรับนวัตกรรมใหม่ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ภูมิภาคอาเซียนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ และเป็นกำหนดการสำคัญที่คนในวงการไอซีทีและนักลงทุนทั่วโลกต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงเดือนกันยายนนี้

#ZTEGlobalSummit2026, #GSMAM360ASEAN, #ArchitectingInfinity, #DigitalEconomy, #ZTE, #GSMA, #TelecomNews

Related Posts