AIA ปักหมุดไทย เจ้าภาพจัดสุดยอด โรงเรียนสุขภาพดี ระดับเอเชีย

AIA ปักหมุดไทย เจ้าภาพจัดสุดยอด โรงเรียนสุขภาพดี ระดับเอเชีย

กลุ่มบริษัท AIA เดินหน้ายกระดับสุขภาวะเยาวชนไทยและเอเชียแปซิฟิก เปิดฉากงานประกาศรางวัลใหญ่สะท้อนพลังขับเคลื่อนสังคมอย่างยั่งยืน

เอไอเอ ย้ำคำมั่นสัญญา ดันไทยศูนย์กลางสุขภาวะเยาวชนระดับภูมิภาค

กลุ่มบริษัทเอไอเอ (AIA Group Limited) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจประกันชีวิตระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยการเลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงานประกาศรางวัลระดับภูมิภาคของการแข่งขันโครงการ “สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี AIA Healthiest Schools” ครั้งที่ 4 ประจำปี 2568/69 ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเฉลิมฉลองความสำเร็จของโรงเรียน ครู และนักเรียนที่สามารถเปลี่ยนแนวคิดการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพให้กลายเป็นการปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน การขับเคลื่อนดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น” ที่มุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อพฤติกรรมของเด็กนักเรียนอายุ 5 – 16 ปีทั่วทั้งภูมิภาคอย่างยั่งยืน

งานประกาศรางวัลสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดีระดับภูมิภาค (AIA Healthiest Schools Regional Awards) ในครั้งนี้ จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรมไทย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความผูกพันของแม่น้ำเจ้าพระยาและสัญลักษณ์ทางภูมิปัญญาอย่างผ้าขาวม้าและปลาตะเพียนสาน การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพหมุนเวียนต่อจากประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความพร้อมในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการจัดงานระดับนานาชาติเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างหน่วยงานภาครัฐของไทยและภาคเอกชนในการยกระดับศักยภาพเยาวชนในระดับสากลอีกด้วย

โครงการนี้ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนอย่างดียิ่งจากหน่วยงานหลักในประเทศไทย ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดีป้า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยการแข่งขันในรอบปีที่ผ่านมาได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม มีโรงเรียนส่งผลงานเข้าร่วมสูงสุดเป็นประวัติการณ์รวมกว่า 1,000 ผลงานจาก 10 ตลาดในเอเชียแปซิฟิก ขณะที่ในประเทศไทยมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการมากถึง 1,600 แห่ง ซึ่งร้อยละ 80 เป็นโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สะท้อนให้เห็นว่าทุกภาคส่วนตระหนักถึงความจำเป็นในการแทรกซึมพฤติกรรมด้านสุขภาวะเข้าไปในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ

อินโดนีเซียคว้าแชมป์ใหญ่ ชูโมเดลเปลี่ยนขยะชุมชนสู่ปุ๋ยชีวภาพ

ไฮไลต์สำคัญของการประกาศรางวัลในค่ำคืนนี้คือการเฉลิมฉลองความสำเร็จให้แก่โรงเรียน SMP IL Kapten Fatubaa จากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งคว้าสูตรสำเร็จรางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาคเอเชีย (Regional Winner) ไปครองได้อย่างสมภาคภูมิ แม้จะเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านชายแดนอันห่างไกล ซึ่งนักเรียนต้องเผชิญกับความยากลำบากในการข้ามแม่น้ำและผ่านเส้นทางทุรกันดารเพื่อมาเรียนหนังสือ แต่ข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ในทางกลับกัน คุณครูและนักเรียนได้ร่วมกันเปลี่ยนปัญหาขยะในชุมชนให้กลายเป็นโอกาสในการเรียนรู้ที่มีคุณค่าและสามารถจับต้องได้จริง

ความสำเร็จของโรงเรียนจากอินโดนีเซียเกิดขึ้นผ่านการดำเนินโครงการ “Huka Upcycling Project” ซึ่งเป็นการนำเปลือกกล้วยที่เป็นขยะเหลือใช้ในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มและแปรรูปเป็นไอศกรีม ปุ๋ยหมัก รวมถึงปุ๋ยน้ำชีวภาพ ความคิดริเริ่มนี้ผสมผสานหลักการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับทักษะความเป็นผู้ประกอบการและการพัฒนาสังคมอย่างลงตัว ส่งผลประโยชน์โดยตรงต่อผู้คนในชุมชนมากกว่า 1,000 คน นอกจากจะช่วยยกระดับความรู้ความเข้าใจด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว โครงการนี้ยังเข้าไปสนับสนุนเกษตรกรในท้องถิ่น และสร้างความร่วมมืออันดีระหว่างชุมชนข้ามพรมแดน นับเป็นต้นแบบของการบูรณาการสุขภาวะเพื่อความยั่งยืนที่แท้จริง

AIA

นายสจ๊วต เอ สเปนเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัทเอไอเอ และประธานคณะกรรมการตัดสินการแข่งขัน ได้กล่าวชื่นชมและแสดงทัศนะถึงเป้าหมายหลักในส่วนนี้ว่า “การแข่งขันโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญด้านสุขภาวะเยาวชนในภูมิภาคเอเชียที่ช่วยให้เยาวชนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปดูแลสุขภาพของตนเองได้จริง เราเล็งเห็นสิ่งที่น่ากังวลทั่วภูมิภาค ทั้งการขาดการออกกำลังกาย การได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน และปัญหาสุขภาพใจที่เพิ่มขึ้นในหมู่เยาวชน โดยเรามีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าการป้องกันปัญหาเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนได้ ในโครงการนี้ นักเรียนได้รู้จักพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพ รวมถึงทักษะที่สำคัญต่อชีวิตอย่างความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และการทำงานเป็นทีม”

เจาะลึก 4 เสาหลักสุขภาวะ ถอดบทเรียนความสำเร็จโรงเรียนอาเซียน

นอกเหนือจากรางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาคแล้ว เอไอเอยังได้มอบรางวัลให้แก่โรงเรียนผู้ชนะในแต่ละสาขาตามแนวทาง 4 มิติหลักของโครงการ โดยในสาขาการดูแลสุขภาวะเพื่อความยั่งยืน (Health & Sustainability) ตกเป็นของโรงเรียน Angchum Secondary School จากประเทศกัมพูชา ที่รวมพลังนักเรียนและชุมชนมารณรงค์ลดการใช้พลาสติกและดูแลสุขอนามัยรอบโรงเรียน สำหรับสาขาการมีสุขภาพใจที่ดี (Mental Wellbeing) โรงเรียน Chongqing Nan’an District Shanhu Puhui Experimental Primary School จากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ได้รับรางวัลจากการสร้างพื้นที่ “Emotion Eco-Park” ช่วยส่งเสริมอารมณ์เชิงบวกและลดความขัดแย้งของเด็กนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่รางวัลในสาขาการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง (Active Lifestyles) เป็นของโรงเรียน Sekolah Kebangsaan Manir จากประเทศมาเลเซีย ซึ่งสร้างความน่าสนใจด้วยการนำเทคโนโลยีระบบติดตามผลทางดิจิทัลและตั้งเป้าหมายส่วนบุคคลมาใช้กระตุ้นให้นักเรียนหันมาออกกำลังกายและดื่มน้ำอย่างเพียงพอ ด้านสาขาการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy Eating) โรงเรียน Chu Van An Primary School จากประเทศเวียดนาม คว้า รางวัลไปครองจากโครงการ “Happy Meal” ที่ปรับปรุงพฤติกรรมการบริโภคของนักเรียนผ่านการทำเกษตรอินทรีย์และการลงมือปรุงอาหารด้วยตัวเอง ซึ่งช่วยลดปัญหาด้านโภชนาการและเพิ่มสัดส่วนเด็กที่มีน้ำหนักตามเกณฑ์มาตรฐาน

ในส่วนของประเทศไทย ความสำเร็จที่ผ่านมาได้รับแรงขับเคลื่อนที่สอดรับกับนโยบายรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ โดย นางสาวพลอย ธนิกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ระบุถึงความร่วมมือและทิศทางในการพัฒนาด้านการศึกษาว่า “โครงสร้างโครงการสอดคล้องเป็นอย่างยิ่งกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่เราจะมุ่งเน้นให้การพัฒนาผู้เรียนได้มีสมรรถนะรอบด้านทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการมีทักษะชีวิตที่เหมาะสมในศตวรรษที่ 21 ปีนี้ด้วย หลักการทั้ง 4 ด้านของโครงการ ทั้งเรื่องการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ การใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง การมีสุขภาพใจที่ดี การดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ล้วนสอดคล้องกับแนวทางที่ให้ความสำคัญกับผู้เรียนเป็นสำคัญ และการสร้างโรงเรียนที่ปลอดภัย มีความสุข รวมถึงการส่งเสริมสุขภาวะในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ”

เปิดแผนอนาคตปีที่ 5 เอไอเอ มุ่งสร้างรากฐานชีวิตที่ดีระยะยาว

โครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี AIA Healthiest Schools กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ โดยเอไอเอมีแผนที่จะเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จด้วยการขยายพื้นที่ดำเนินงานเพิ่มเติมไปยังประเทศเมียนมาและนิวซีแลนด์ เพื่อให้การดูแลครอบคลุมเยาวชนในวงกว้างขึ้น จากปัจจุบันที่มีเครือข่ายโรงเรียนในออสเตรเลีย กัมพูชา ฮ่องกง อินโดนีเซีย จีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา เวียดนาม และไทย สำหรับโรงเรียนไทยที่สนใจเข้าร่วมโครงการในเฟสใหม่ สามารถสมัครผ่านระบบออนไลน์และรับสื่อการเรียนการสอน (Materials) ไปใช้ในกิจกรรมโฮมรูมหรือวิชาพลศึกษาได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์

การกระจายองค์ความรู้และการจัดสรรเม็ดเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐในระดับภูมิภาค รวมถึงเงินรางวัลสนับสนุนในระดับประเทศที่มีมูลค่าสูงสุดถึงหลักล้านบาท ถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่เอไอเอเชื่อมั่นว่าจะช่วยเปลี่ยนผ่านสังคมไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เงินรางวัลเหลานี้ถูกนำไปแปรเปลี่ยนเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นของโรงเรียน เช่น การปรับปรุงห้องน้ำ โรงอาหาร ห้องสมุด และห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ รวมถึงการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลที่ขาดแคลนไฟฟ้า สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าโครงการไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การให้ความรู้ในตำรา แต่คือการหยั่งรากลึกลงไปในวิถีชีวิตเพื่อการเติบโตที่เป็นสุข

ทางด้านหน่วยงานกำกับดูแลภาคธุรกิจประกันภัย คุณสุมาวดี วศิน รองเลขาธิการด้านกำกับกลางและประกันภัยภูมิภาค สำนักงาน คปภ. ได้ร่วมแสดงความยินดีและเน้นย้ำถึงความสำคัญของบทบาทเชิงรุกในแง่เศรษฐกิจและสังคมว่า “ในฐานะผู้กำกับดูแลธุรกิจประกันภัย เราเชื่อว่าการป้องกันมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการคุ้มครอง การช่วยให้ผู้คนเข้าใจความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างกัน เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้เห็นองค์กรจำนวนมากมาร่วมมือกันด้วยพันธสัญญาที่มีต่อสุขภาวะของคนรุ่นอนาคต และค่ำคืนนี้เรามาร่วมฉลองให้กับการลงมือทำจริงเหล่านั้น สุขภาพที่ดียิ่งขึ้นของเด็ก ๆ ในวันนี้ จะสร้างสังคมที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในวันพรุ่งนี้”

พลังขับเคลื่อนระดับจุลภาค สู่เป้าหมายใหญ่พันล้านชีวิตทั่วเอเชีย

ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากแผนงานระดับมหภาคเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของครูและจุดมุ่งหมายหลักในระดับปฏิบัติการว่า “ตลอดระยะเวลามากกว่า 88 ปี เอไอเอ ประเทศไทย มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น เราเชื่อว่าสถานที่ที่ดีที่สุดในการสร้างความแตกต่างคือโรงเรียน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นและจุดบ่มเพาะนิสัยการใช้ชีวิตสำหรับคนรุ่นต่อไป ความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากการทำงานอย่างหนักจากเพื่อนร่วมงานทุกคน และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของครู นักเรียน รวมถึงชุมชนในการสร้างอนาคตที่มีสุขภาพดี”

จากจุดเริ่มต้นในปีแรกที่มีโรงเรียนไทยเข้าร่วมเพียงหลักร้อยแห่ง ปัจจุบันโครงการสามารถขยายเครือข่ายออกไปได้อย่างกว้างขวาง และตั้งเป้าหมายที่จะดึงดูดการส่งผลงานให้ได้มากกว่า 300 ถึง 500 โรงเรียนในอนาคต เพื่อเพิ่มอัตราส่วนการเข้าถึงให้ใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียที่มีการตื่นตัวสูง แม้ว่าโครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ที่ไม่ได้มุ่งเน้นผลกำไรทางการค้าโดยตรง แต่การที่แบรนด์เอไอเอสามารถเข้าไปนั่งในใจของผู้บริโภค พร้อมกับการสร้างรากฐานด้านสุขภาวะทางกายและใจที่แข็งแรง ก็ถือเป็นผลตอบแทนทางสังคมที่คุ้มค่าและยั่งยืนที่สุด

ท้ายที่สุด โครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี AIA Healthiest Schools ถือเป็นกลไกสำคัญภายใต้โครงการใหญ่ระดับโลกอย่าง “AIA 1 Billion” ที่กลุ่มบริษัทเอไอเอตั้งเป้าหมายในการสนับสนุนให้ผู้คนกว่า 1,000 ล้านคนทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นภายในปี 2573 การแปลงแนวคิดทางวิชาการให้กลายเป็นแนวปฏิบัติประจำวันภายในรั้วโรงเรียนและการขยายผลไปสู่ระดับครอบครัว จะเป็นแรงผลักดันอันทรงพลังที่ช่วยหล่อหลอมให้เยาวชนในวันนี้ เติบโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความรับผิดชอบ และพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมให้ก้าวหน้าต่อไปอย่างมั่นคงในอนาคต

#เอไอเอสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี #AIAHealthiestSchools #ความยั่งยืน #สุขภาวะเยาวชน #เอไอเอประเทศไทย #เศรษฐกิจสังคม #การศึกษาไทย

Related Posts