จีน ก้าวสู่อีกขั้นของการเป็นศูนย์กลางการชอปปิงระดับโลกด้วยการยกระดับระบบบริการภาษีครั้งใหญ่ มุ่งทลายทุกขอบเขตความล่าช้าเพื่อเปลี่ยนทุกเม็ดเงินของนักเดินทางให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ทรงพลังอย่างแท้จริง
นโยบายเวอร์ชันใหม่ ทางลัดขาชอปต่างชาติ
ซินหัว รายงานว่า จีน ได้ประกาศเริ่มต้นใช้งานนโยบายคืนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนเดินทางออกนอกประเทศ (Departure Tax Refund) เวอร์ชัน 2.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ได้รับการอัปเกรดใหม่อย่างเป็นทางการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการชอปปิงให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติและกระตุ้นการจับจ่ายซื้อสินค้าภายในประเทศให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด นโยบายใหม่นี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการปรับปรุงประสบการณ์ของผู้บริโภคชาวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนประเทศจีน โดยมุ่งเน้นการลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในอดีตและแทนที่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ระบบที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากนักท่องเที่ยวหลากหลายสัญชาติที่สัมผัสได้ถึงความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเกิดขึ้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติหางโจว เซียวซาน โดยมีนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียรายหนึ่งสามารถดำเนินการขอคืนภาษีสำหรับกระเป๋าเป้และน้ำหอมได้อย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เนื่องจากระบบใหม่สามารถทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ได้อย่างไร้รอยต่อ
ความรวดเร็วในขั้นตอนดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรทำการสแกนหนังสือเดินทางของผู้โดยสาร จากนั้นระบบจะดึงข้อมูลคำร้องขอคืนภาษีขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ซึ่งในกรณีที่ยอดซื้อสินค้ามีมูลค่าต่ำกว่า 10,000 หยวน หรือต่ำกว่า 49,000 บาท และไม่มีข้อบ่งชี้หรือเข้าข่ายต้องสงสัยในการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาตรวจดูสินค้าจริง ช่วยลดเวลาและสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ลดเวลาดำเนินงานหนุนยอดขายพุ่ง
ห้างสรรพสินค้าชั้นนำในเมืองหลวงอย่าง ไชน่า เวิลด์ มอลล์ (China World Mall) ในกรุงปักกิ่ง กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ตัวอย่างที่สะท้อนความสำเร็จของนโยบายนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีลูกค้าชาวแอลจีเรียคนหนึ่งที่ซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นมูลค่าเกือบ 20,000 หยวน หรือเกือบ 98,000 บาท ได้ทดลองใช้งานเครื่องบริการตนเองในการสแกนหนังสือเดินทาง ซึ่งระบบอัจฉริยะจะทำการกรอกข้อมูลการเดินทางเข้าเมืองให้โดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งออกใบกำกับภาษีผ่านรหัสคิวอาร์อย่างรวดเร็ว
กระบวนการทั้งหมดที่เกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เสร็จสิ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ทำให้นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวได้รับเงินคืนเป็นจำนวนเกือบ 1,800 หยวน หรือราว 8,800 บาทในทันที ทางห้างสรรพสินค้าเปิดเผยว่า ปัจจุบันร้านค้าที่มีปริมาณการซื้อขายสูงได้รับการติดตั้งเครื่องขอคืนภาษีเหล่านี้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการดำเนินงานจากเดิมที่ต้องใช้เวลานานถึง 15 นาที ให้เหลือเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น
การยกระดับครั้งล่าสุดนี้สืบเนื่องมาจากนโยบายเวอร์ชัน 1.0 ดั้งเดิมที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2025 ซึ่งในเวอร์ชันก่อนหน้านั้นได้มีการลดเกณฑ์การซื้อขั้นต่ำต่อครั้งลงจาก 500 หยวน หรือราว 2,450 บาท เหลือเพียง 200 หยวน หรือราว 980 บาท พร้อมทั้งขยายเพดานการคืนภาษีด้วยเงินสดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และสนับสนุนให้มีการคืนภาษีโดยตรงที่จุดซื้อสินค้าเพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่จนส่งผลให้ยอดขายที่เกี่ยวข้องกับการคืนภาษีทั่วจีนในปี 2025 พุ่งสูงขึ้นเกือบสองเท่า
เชื่อมโยงไร้รอยต่อ ขยายการคืนภาษีข้ามภูมิภาคทั่วประเทศ
เป้าหมายที่สำคัญอีกประการของนโยบายเวอร์ชัน 2.0 คือการเชื่อมโยงบริการคืนภาษีระหว่างภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศจีนให้ดียิ่งขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวในหลายเมือง ดังเช่นกรณีของนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์รายหนึ่งที่เดินทางไปซื้อสินค้ามูลค่าราว 26,000 หยวน หรือราว 128,000 บาท ที่นครเฉิงตู ในมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) และซื้อสินค้าอีกราว 170,000 หยวน หรือราว 834,000 บาท ที่นครฉงชิ่ง
นักเดินทางรายนี้สามารถดำเนินการขอคืนภาษีในทั้งสองเมืองได้อย่างราบรื่นไม่มีอุปสรรค แม้ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าต่างเมืองกันก็ตาม ซึ่งความสะดวกสบายนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากข้อตกลงร่วมกันระหว่างนครฉงชิ่งและมณฑลเสฉวนที่เริ่มประกาศใช้เมื่อเดือนกฤษฎาคม 2025 ก่อนที่นโยบายใหม่ในปัจจุบันจะขยายขอบเขตข้อตกลงนี้ให้ครอบคลุมและมีผลบังคับใช้ไปทั่วประเทศจีนในที่สุด
จากการขยายขอบเขตดังกล่าว ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถยื่นขอคืนภาษี ณ จุดเดินทางออกนอกประเทศที่ต่างไปจากเมืองที่เลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย โดยสำนักงานสรรพากรฉงชิ่งรายงานว่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน มีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคืนภาษีเปิดให้บริการแล้วจำนวน 363 แห่ง ซึ่งมี 78 แห่งที่ให้บริการคืนภาษีได้โดยตรง ณ จุดซื้อสินค้า และมีการอนุมัติคำร้องขอคืนภาษีข้ามภูมิภาคไปแล้วเกือบ 300 กรณี
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาค สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศ
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการค้าระหว่างประเทศ (UIBE) ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการยกระดับนโยบายในครั้งนี้ว่า การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ที่พัก การขนส่ง และความบันเทิง ล้วนเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ช่วยสร้างงานและเพิ่มรายได้จากภาษีให้กับรัฐบาล ซึ่งส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้างมากกว่าการพึ่งพาการส่งออกสินค้าเพียงอย่างเดียว
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าระบบการคืนภาษีที่มีประสิทธิภาพไม่ได้เป็นเพียงแค่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ซื้อเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ระดับชาติในการแข่งขันบนเวทีโลก ทำให้นานาประเทศต่างก็กำลังเร่งปรับปรุงระบบการคืนภาษีของตนเองเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอยและพำนักในประเทศยาวนานยิ่งขึ้น
การปรับปรุงนโยบาย Departure Tax Refund ของจีนในรอบนี้ จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงในระดับปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือสรรพากรเท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่เชื่อมโยงพฤติกรรมการบริโภคยุคใหม่เข้ากับนโยบายการคลัง ซึ่งคาดว่าจะช่วยขับเคลื่อนให้ตลาดค้าปลีกและการท่องเที่ยวของจีนเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต
#จีน #คืนภาษีนักท่องเที่ยว #ชอปปิง #เศรษฐกิจจีน #DepartureTaxRefund #สำนักข่าวซินหัว

