สำนักงานสถิติแห่งชาติ จีน รายงานผลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เติบโตร้อยละ 4.7 เมื่อเทียบปีต่อปี คิดเป็นมูลค่ารวมราว 69.57 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 345 ล้านล้านบาท โดยเศรษฐกิจภาพรวมยังคงขยายตัวอยู่ในระดับที่เหมาะสมและมุ่งเน้นการพัฒนาเชิงคุณภาพที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับไฮเอนด์เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แม้ว่าจะเผชิญกับภาวะชะลอตัวลงเล็กน้อยในไตรมาสที่สองท่ามกลางปัจจัยท้าทายจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่ไม่มีความแน่นอน
เจาะลึกตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสสองชะลอตัวแต่ยังอยู่ในเป้าหมาย
ซินหัว รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ภายในประเทศของ จีน ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 มีการขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 5 เมื่อเทียบปีต่อปี ก่อนที่จะปรับตัวชะลอลงมาอยู่ที่ร้อยละ 4.3 ในช่วงไตรมาสที่สอง ซึ่งเมื่อนำมาคำนวณเฉลี่ยรวมในช่วงครึ่งปีแรกแล้ว อัตราการเติบโตที่ร้อยละ 4.7 นั้น ถือว่ายังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายทางเศรษฐกิจประจำปีที่รัฐบาลจีนได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตเอาไว้ที่ร้อยละ 4.5-5 สำหรับปี 2026 นี้อย่างเหนียวแน่น
ทางด้านของ เหมาเซิ่งหย่ง รองหัวหน้าสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน ได้แถลงถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า อัตราการเติบโตในช่วงครึ่งปีแรกนี้มีความสอดคล้องกับเป้าหมายประจำปีที่วางไว้เป็นอย่างดี แม้ว่าตัวเลขจะมีการชะลอตัวลงบ้างในไตรมาสสอง แต่ในภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศยังคงทรงตัวได้ดี และการขับเคลื่อนโครงสร้างทางเศรษฐกิจยังคงมุ่งหน้าสู่การพัฒนาที่มีคุณภาพสูงและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมต่อไปอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ทางสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนยังได้ระบุเพิ่มเติมว่า เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวอยู่ในระดับที่เหมาะสมท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน โดยมีความแข็งแกร่งของภาคการผลิตและฝั่งอุปทานเป็นแรงหนุนสำคัญ ประกอบกับการจ้างงานในประเทศที่มีเสถียรภาพ ตลอดจนการขยายตัวอย่างรวดเร็วของปัจจัยขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยพยุงและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบเศรษฐกิจในระยะยาว

ปัจจัยขับเคลื่อนยุคใหม่หนุนการเติบโตที่มีคุณภาพ
โครงสร้างทางเศรษฐกิจของจีนในปัจจุบันเริ่มเห็นการเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจน โดยข้อมูลจากทางสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตยุคใหม่ซึ่งนำโดยภาคการผลิตระดับไฮเอนด์ เศรษฐกิจดิจิทัล และภาคการบริการสมัยใหม่ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้มีสัดส่วนในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่ามากกว่าร้อยละ 40 ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา
ในแง่ของประสิทธิภาพและการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้น ตัวเลขอย่างเป็นทางการระบุว่า ปริมาณการใช้พลังงานต่อหน่วยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP ของจีน ปรับตัวลดลงร้อยละ 1.9 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งการลดลงของอัตราการใช้พลังงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น สอดรับกับแนวทางการปฏิรูปอุตสาหกรรมเพื่อความยั่งยืน
สำหรับทิศทางในอนาคต เหมา เซิ่งหย่ง ได้กล่าวเสริมว่า แม้สภาพแวดล้อมภายนอกประเทศจะมีความซับซ้อนและมีความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยความแข็งแกร่งพื้นฐานทางเศรษฐกิจของจีน จะช่วยให้ประเทศสามารถบริหารจัดการและรับมือกับความเสี่ยงรวมถึงความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากอุปทานพลังงานที่เพียงพอภายในประเทศ อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับอ่อน และการค้าระหว่างประเทศที่ยังคงความแข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรก
#GDPจีน #เศรษฐกิจจีน #สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน #นวัตกรรมจีน #เศรษฐกิจดิจิทัล

