ซีพีเปิดตัว Healthylicious เฟ้นหานวัตกรรมอาหารไทย สู่ตลาดระดับโลก

ซีพีเปิดตัว Healthylicious เฟ้นหานวัตกรรมอาหารไทย สู่ตลาดระดับโลก

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ เครือซีพีประกาศเปิดเวทีจับคู่ธุรกิจครั้งใหญ่ ดึงนักวิจัยและสตาร์ทอัพร่วมพลิกโฉมอนาคตอาหารเพื่อสุขภาพ พร้อมผลักดันนวัตกรรมไทยสู่เครือข่ายการค้า 17 ประเทศทั่วโลก

เชื่อมโยงนวัตกรรม Future Food สู่ระบบนิเวศทางธุรกิจ

อุตสาหกรรมอาหารในปัจจุบันกำลังเผชิญหน้ากับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกไม่ได้ตัดสินใจเลือกซื้ออาหารจากเพียงแค่รสชาติหรือราคาอีกต่อไป แต่หันมาให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการ การดูแลสุขภาพ และความยั่งยืนของกระบวนการผลิต ส่งผลให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้จำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การแข่งขันในยุคหน้าได้อย่างเท่าทัน

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เล็งเห็นความท้าทายดังกล่าว จึงได้ตัดสินใจเปิดตัวโครงการ “Healthylicious: Food • Drink • Snack Pitching Program” ซึ่งโปรแกรมนี้ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญภายใต้ “มหกรรมนวัตกรรมบัวบาน เครือเจริญโภคภัณฑ์ 2026” หรือ CP Innovation Exposition 2026 มีวัตถุประสงค์หลักในการเป็นเวทีเพื่อค้นหา บ่มเพาะ และยกระดับนวัตกรรมจากทั้งภายในและภายนอกองค์กรเข้าด้วยกัน

นับเป็นครั้งแรกของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่เปิดเวทีการแข่งขันด้านนวัตกรรมอาหารสำหรับบุคคลภายนอกอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัย สตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ที่มีศักยภาพเข้ามาเชื่อมโยงกับระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ของเครือซีพี โดยตัวงานมหกรรมนวัตกรรมบัวบานนี้มีกำหนดการจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 20 – 22 ตุลาคม 2569

โมเดลความร่วมมือที่หลากหลายและโอกาสเติบโตระดับสากล

โครงการนี้มุ่งเน้นการค้นหาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยว (Food • Drink • Snack) ทุกรูปแบบ ภายใต้แนวคิดหลักคือ Innovative • Healthy • Delicious ซึ่งต้องมีทั้งความแปลกใหม่ ดีต่อสุขภาพ และรสชาติอร่อย โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่กลุ่ม Food Startup ที่มีผลิตภัณฑ์พร้อมต่อยอด นักวิจัยหรือสถาบันการศึกษาที่มีเทคโนโลยีอาหารหรือทรัพย์สินทางปัญญา ไปจนถึงแบรนด์ SME ด้านสุขภาพและ Wellness Food ที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้วแต่ต้องการเติบโตในสเกลที่ใหญ่ขึ้น

สำหรับรูปแบบความร่วมมือที่เครือซีพีเปิดกว้างให้ผู้เข้าร่วมโครงการนำเสนอนั้นมีความหลากหลายอย่างมาก ครอบคลุมตั้งแต่การร่วมลงทุนในรูปแบบ Equity Investment การซื้อหรือให้สิทธิใช้ทรัพย์สินทางปัญญาและสูตรผลิตภัณฑ์ (IP Sale / Licensing) การร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์และการผลิตในระดับอุตสาหกรรม การทำสัญญาร่วมทุนจัดตั้งบริษัทใหม่ (Joint Venture) ไปจนถึงการแบ่งปันผลตอบแทนจากการเติบโตทางธุรกิจ เช่น GP Sharing โดยผู้สมัครยังไม่จำเป็นต้องระบุตัวเลขการลงทุนในขั้นตอนแรก

กระบวนการคัดเลือกจะมีความเข้มข้นผ่านการแข่งขันทั้งหมด 4 รอบ ได้แก่ Product Concept, CP Synergy & Pitch, Market Opportunity และรอบ Final Pitch คณะกรรมการจะคัดกรองจากผู้สมัครทั้งหมดให้เหลือ 30 ทีม 10 ทีม และ 5 ทีมสุดท้ายตามลำดับ โดยทีมที่ผ่านเข้ารอบจะได้นำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการระดับผู้บริหารระดับสูง พร้อมรับโอกาสในการต่อยอดเป็นพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อนำสินค้าออกสู่ตลาดและทดลองตลาดจริงร่วมกับเครือข่ายของซีพี

ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืน

การขับเคลื่อนโครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อยเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำศักยภาพอันแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะที่เป็นศูนย์กลางด้านอาหารระดับโลกมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งในปัจจุบันตลาดอาหารเพื่อสุขภาพของไทยมีอัตราการเติบโตที่สูงมากกว่า 10% ต่อปี อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศทั่วโลกที่มีเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร (Gastronomy) ของยูเนสโกถึง 3 แห่ง ได้แก่ ภูเก็ต เพชรบุรี และสงขลา

คุณซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะประธานการจัดงานมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน เครือเจริญโภคภัณฑ์ 2026 ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์และการสนับสนุนในครั้งนี้ว่า > “Healthylicious คือเวทีแห่งความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่เปิดโอกาสให้นวัตกรภายนอกองค์กร นักวิจัย สตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการ ได้นำนวัตกรรมด้านอาหาร เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยวที่มีศักยภาพ มาพัฒนาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมเติบโตในตลาดได้จริง ผ่านการเชื่อมต่อกับศักยภาพของเครือเจริญโภคภัณฑ์อย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้านการลงทุน การผลิต เทคโนโลยี ซัพพลายเชน และเครือข่ายธุรกิจใน 17 ประเทศ เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมเหล่านี้ให้ก้าวจากแนวคิดสู่ผลิตภัณฑ์ในตลาด และเติบโตต่อไปเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว”

นอกจากนี้ คุณซิกเว่ เบรกเก้ ยังได้เน้นย้ำเพิ่มเติมเกี่ยวกับมูลค่าเชิงโครงสร้างของอาหารไทยในเวทีสากลอีกด้วยว่า > “ประเทศไทยยังมีจุดแข็งด้านอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก สะท้อนจากตลาดอาหารเพื่อสุขภาพที่เติบโตมากกว่า 10% ต่อปี และการเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารของยูเนสโกถึง 3 แห่ง ได้แก่ ภูเก็ต เพชรบุรี และสงขลา สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าอาหารไทยไม่ใช่เป็นเพียงวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะในวันที่ผู้บริโภคมองหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพ โภชนาการ รสชาติ และความยั่งยืน ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญในการผลักดันนวัตกรรมอาหารไทยให้เติบโต ขยายผลได้จริง และแข่งขันได้ในระดับสากล”

ก้าวต่อไปของนวัตกรและการเปิดรับสมัคร

บทสรุปของโครงการ Healthylicious จึงสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของเครือซีพีในการทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม ระหว่างความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ นักวิจัย และสตาร์ทอัพไทย เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานอันแข็งแกร่งขององค์กรระดับใหญ่ เพื่อเปลี่ยนจากแนวคิดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหาร (Future Food) ให้กลายเป็นธุรกิจแห่งอนาคต (Future Business) ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโปรแกรมนี้ ทางโครงการได้เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2569 โดยเปิดให้สมัครเข้าร่วมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ตลอดทั้งโครงการ และไม่จำกัดจำนวนทีมในการส่งผลงานเข้าประกวด ผู้สมัครต้องเตรียมผลิตภัณฑ์หรือผลงานนวัตกรรม พร้อมจัดทำวิดีโอแนะนำตัว (Intro Video) และเล่มนำเสนอแผนธุรกิจ (Pitch Deck) ตามข้อกำหนดของโครงการ

การส่งผลงานสามารถทำได้อย่างสะดวกผ่านช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ทางการของโครงการคือ https://healthylicious-pitching.cpgroupsustainability.com/ ซึ่งนี่ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญของเหล่านักพัฒนาอาหารไทยที่จะได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ซัพพลายเชน และเครือข่ายการค้าของเครือซีพีใน 17 ประเทศทั่วโลก ในการยกระดับแบรนด์และนวัตกรรมของตนเองให้เติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากลต่อไป

#Healthylicious #CPInnovationExposition2026 #FutureFood #StartupThailand #เครือซีพี #นวัตกรรมอาหาร #ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ

Related Posts