AIS ACADEMY ผนึก NIA ดึง AI พลิกโฉมการศึกษาไทย ผ่านแฮกกาธอนปีที่ 4

AIS ACADEMY ผนึก NIA ดึง AI พลิกโฉมการศึกษาไทย ผ่านแฮกกาธอนปีที่ 4

ท่ามกลางกระแสธารแห่งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังถาโถมและปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก โจทย์ใหญ่ของประเทศไทยไม่ใช่เพียงแค่การเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี แต่คือการบ่มเพาะ ‘คน’ รุ่นใหม่ให้มีศักยภาพในการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ

ด้วยเหตุนี้ AIS ACADEMY จึงได้เดินหน้าสานต่อวิสัยทัศน์ “ภารกิจคิดเผื่อ” อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการประกาศเปิดตัวโครงการ JUMP THAILAND HACKATHON 2026 อย่างเป็นทางการต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA พร้อมด้วยแรงสนับสนุนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและปฏิรูปการศึกษาไทยผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแห่งอนาคต

ปั้นเยาวชนสู่ศตวรรษใหม่ภายใต้แนวคิด AI เพื่ออนาคตศึกษาไทย

การขยับตัวของยักษ์ใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่าง AIS ในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การสร้างเวทีระดมสมองระดับประเทศ ภายใต้แนวคิดหลัก “AI for the Future of Thai Education: เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อการศึกษาไทยในอนาคต” โดยมีเป้าหมายหลักในการเปิดพื้นที่ให้นิสิตและนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วทุกภูมิภาคได้เข้ามาร่วมแข่งขันประลองไอเดีย รูปแบบของโครงการถูกออกแบบมาเพื่อสร้างนวัตกรรมที่จะเข้ามาช่วยยกระดับการศึกษาไทยอย่างรอบด้าน ทั้งในแง่ของการขยายโอกาสทางการเรียนรู้ให้ทั่วถึง การเสริมศักยภาพให้แก่ผู้เรียนและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนการสร้างสรรค์รูปแบบการเรียนรู้ใหม่ ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคตได้อย่างแม่นยำและยั่งยืน

โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่ลองผิดลองถูกของคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคเอกชนและภาครัฐไปสู่รั้วมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะได้รับโอกาสในการเรียนรู้กระบวนการพัฒนานวัตกรรมอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นตั้งแต่การทำความเข้าใจปัญหาหรือโจทย์ที่เกิดขึ้นจริงในระบบการศึกษา การระดมความคิดเพื่อออกแบบแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ การลงมือพัฒนาโซลูชันด้านเทคโนโลยี ไปจนถึงทักษะการนำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 220,000 บาท เป็นแรงผลักดันและทุนการศึกษาในการต่อยอดความฝัน

ทางด้านของกลยุทธ์และวิสัยทัศน์เบื้องหลังการขับเคลื่อนการศึกษาในยุคดิจิทัลนี้ นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ในยุค AI ไว้อย่างลึกซึ้งว่า “ในวันที่ AI กำลังเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และวิถีชีวิตของผู้คน ความได้เปรียบของประเทศไม่ได้อยู่ที่การมีเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การมี ‘คน’ ที่พร้อมเรียนรู้ เข้าใจ และใช้ AI เพื่อสร้างคุณค่าได้จริง เพราะเราเชื่อว่าคนคือพลังสำคัญของประเทศ และการศึกษาคือรากฐานของการสร้างคนให้พร้อมสำหรับอนาคต”

“ด้วยเหตุนี้ AIS ACADEMY จึงให้ความสำคัญกับการใช้นวัตกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนการเรียนรู้และการพัฒนาคนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคการศึกษา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาศักยภาพคนไทยในระยะยาว เราจึงมุ่งสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ลงมือคิด ลงมือทำ และใช้เทคโนโลยีแก้โจทย์จริง เพื่อให้การเรียนรู้ต่อยอดไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘ภารกิจคิดเผื่อ’ AIS มองไกลกว่าการพัฒนาเทคโนโลยี แต่คิดเผื่อไปถึงการเตรียมความพร้อมของคนไทยในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเยาวชนซึ่งเป็นรากฐานของอนาคตประเทศ JUMP THAILAND HACKATHON จึงไม่ใช่เพียงเวทีแข่งขันด้านนวัตกรรม แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ใช้ศักยภาพของตนเอง ร่วมพลิกโฉมการศึกษาไทย สร้างแนวทางการเรียนรู้ใหม่ ๆ และขับเคลื่อนอนาคตของประเทศด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืน”

กางโรดแมป 4 ภูมิภาค ลุยเฟ้นหา 10 ทีมสุดท้ายสู่รอบชิงชนะเลิศ

ความพิเศษของโครงการในปีนี้คือความตั้งใจที่จะกระจายโอกาสการเข้าถึงและลดความเหลื่อมล้ำทางภูมิศาสตร์ โดยทางโครงการได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันให้เปิดกว้างและเข้าถึงนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น ด้วยการจัดกิจกรรม Bootcamp สัญจรไปใน 4 ภูมิภาคหลักของประเทศไทย เพื่อให้คำแนะนำและเตรียมความพร้อมแก่ผู้สมัครอย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย ภาคใต้ จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่, ภาคเหนือ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น และภาคกลาง ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นการปักหมุดในสถาบันการศึกษาชั้นนำที่เป็นศูนย์กลางของแต่ละภาคอย่างครอบคลุม

AIS ACADEMY

กระบวนการคัดเลือกจะมีความเข้มข้นอย่างมาก โดยหลังจากเสร็จสิ้นการจัด Bootcamp ในทุกภูมิภาคแล้ว ทางคณะกรรมการจะทำการคัดเลือกทีมที่มีผลงานและแนวคิดที่โดดเด่นที่สุดเพียง 10 ทีมสุดท้ายเท่านั้น เพื่อผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของการแข่งขัน Hackathon ซึ่งในรอบนี้ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะได้พัฒนาผลงานอย่างจริงจังร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและเมนเทอร์จาก AIS รวมถึงพันธมิตรจากทั้งภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมที่จะมาร่วมให้คำแนะนำแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ก่อนที่จะนำเสนอผลงานในรอบ Demo Day เพื่อแสดงศักยภาพของนวัตกรรมต่อหน้าสาธารณชนและคณะกรรมการ

เกี่ยวกับการออกแบบกิจกรรมและเป้าหมายที่แท้จริงของการจัดงานในครั้งนี้ นายปรเมศวร์ ฟูมูลเจริญ หัวหน้าแผนกงานขับเคลื่อนนวัตกรรม เอไอเอส ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดและเจตนารมณ์ในการพัฒนาโครงการไว้ว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา JUMP THAILAND HACKATHON ได้สะท้อนศักยภาพของนิสิตและนักศึกษาไทยในการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาแนวคิดใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์สังคม สำหรับปีนี้ เราออกแบบกระบวนการแข่งขันให้เปิดกว้างและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น ผ่านการจัด Bootcamp ใน 4 ภูมิภาค ก่อนคัดเลือก 10 ทีมสุดท้ายเข้าสู่การแข่งขัน Hackathon และนำเสนอผลงานในรอบ Demo Day ต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ”

“เป้าหมายของโครงการไม่ใช่เพียงการเฟ้นหาผู้ชนะ แต่คือการสร้างประสบการณ์ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากโจทย์จริง ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ และพัฒนานวัตกรรมที่มีโอกาสต่อยอดสู่การใช้งานจริง ขณะเดียวกัน โครงการยังเป็นพื้นที่สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนิสิต นักศึกษา สถาบันการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาไทยในระยะยาว”

ความร่วมมือพหุภาคีเพื่อรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืน

ปรากฏการณ์ความร่วมมือในโครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักรู้ของทุกภาคส่วน ว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไม่อาจเติบโตได้หากขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ การจับมือกันระหว่าง AIS ACADEMY และ NIA ร่วมด้วยกระทรวง อว. และกระทรวงศึกษาธิการ จึงเป็นการประสานพลังที่ลงตัวในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของการศึกษาไทย บรรยากาศการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการแพ้ชนะ แต่เป็นการสร้าง Ecosystem หรือระบบนิเวศนวัตกรรมทางการศึกษาที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงพลังความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด โดยหวังว่าผลงานที่เกิดจากโครงการนี้จะสามารถนำไปปรับใช้และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่สถานศึกษาทั่วประเทศได้จริงในอนาคต

นอกจากนี้ การขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของ AIS ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอันดับต้น ๆ ของประเทศ ที่มีฐานลูกค้ารวมกว่า 52.2 ล้านราย ครอบคลุมทั้งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่บนโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงภายใต้แบรนด์ AIS 3BB FIBRE3 ตลอดจนธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรและบริการดิจิทัล ศักยภาพด้านเทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหลักเพื่อสนับสนุนให้นิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการสามารถเข้าถึงเครื่องมือดิจิทัลที่ทันสมัย และนำไปใช้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับนิสิตและนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศที่มีความสนใจและอยากเป็นส่วนหนึ่งในการพลิกโฉมอนาคตการศึกษาไทย สามารถศึกษารายละเอียดเกณฑ์การแข่งขัน พร้อมทั้งสมัครเข้าร่วมโครงการ JUMP THAILAND HACKATHON 2026 ได้ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ผ่านทางช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการที่เว็บไซต์ www.jumpthailand.com ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่คนรุ่นใหม่จะได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงและร่วมกำหนดทิศทางการศึกษาของประเทศในยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์อย่างแท้จริง

#JUMPTHAILAND2026 #AISAcademy #NIA #AIforEducation #ภารกิจคิดเผื่อ #แฮกกาธอน2026 #นวัตกรรมการศึกษา #เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา #คนรุ่นใหม่พลิกอนาคต

Related Posts