AIS ไตรมาส 2 โกยรายได้ 5.6 หมื่นล้าน ดัน CLICX-PLAY ALL นำทัพ

AIS ไตรมาส 2 โกยรายได้ 5.6 หมื่นล้าน ดัน CLICX-PLAY ALL นำทัพ
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 14 นาที

ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ยักษ์ใหญ่วงการโทรคมนาคมไทยอย่าง AIS ยังคงโชว์ฟอร์มแกร่งในไตรมาส 2 ด้วยการทำรายได้รวมทะลุ 56,497 ล้านบาท พร้อมกำไรสุทธิ 13,716 ล้านบาท จากการเดินหน้ารักษาฐานลูกค้าคุณภาพควบคู่การสปีดนวัตกรรมดิจิทัลครบวงจร ก่อนที่ภาพรวมตลาดจะเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วงปลายไตรมาส

รายได้พุ่งสวนกระแสเศรษฐกิจโลก

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ประจำปี 2569 ของ AIS สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการองค์กรท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกอย่างชัดเจน แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในระดับมหภาค ตลอดจนสถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามในต่างประเทศจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคทั่วโลกในสภาวะชะลอตัว แต่ AIS สามารถผลักดันรายได้รวมให้สูงถึง 56,497 ล้านบาท และสร้างกำไรสุทธิได้ 13,716 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับที่เติบโตต่อเนื่องและเหนือกว่าประมาณการเดิมที่ตั้งไว้

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ AIS ยังคงรักษาทิศทางการเติบโตได้อย่างมั่นคง คือการมุ่งเน้นไปที่คุณภาพของสินค้าและการยกระดับบริการดิจิทัลเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มอย่างตรงจุด ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพสูงและการสร้างความหลากหลายในพอร์ตธุรกิจดิจิทัลในช่วงที่ตลาดผันผวน ส่งผลให้บริษัทสามารถส่งมอบกำไรสุทธิและ EBITDA ที่เติบโตอย่างโดดเด่น สอดรับกับสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

จากผลลัพธ์อันแข็งแกร่งในไตรมาสนี้ AIS ยังคงเดินหน้าตอกย้ำเป้าหมายการดำเนินงานในระยะยาวด้วยความมั่นใจ โดยยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากการให้บริการหลักไว้ที่ 3-5% และวางเป้าหมายการเติบโตของ EBITDA ไว้ที่ 2-4% สำหรับภาพรวมทั้งปี พร้อมทั้งเตรียมงบลงทุนรวมกว่า 30,000–35,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ (Intelligent Infrastructure) และวางรากฐานระบบนิเวศดิจิทัลแห่งอนาคต ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

โทรศัพท์เคลื่อนที่-เน็ตบ้านหนุนฐานแกร่ง

ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงเป็นแกนหลักที่สร้างความเติบโตอย่างมั่นคง โดยในไตรมาสนี้มีจำนวนผู้ใช้บริการรวมแตะระดับ 47.1 ล้านเลขหมาย ซึ่งเป็นการขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มลูกค้าระบบเติมเงินและลูกค้าระบบรายเดือน กลยุทธ์สำคัญไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การเพิ่มปริมาณผู้ใช้งาน แต่ให้ความสำคัญกับการขยายฐานลูกค้าคุณภาพสูงเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการบังคับใช้มาตรการยืนยันตัวตนสำหรับการเปิดเลขหมายใหม่อย่างยึดมั่นและเข้มงวด เพื่อยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุดในการใช้งานของลูกค้าทุกคน

ในส่วนของเทคโนโลยี 5G พบว่ามีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 19.7 ล้านเลขหมาย หรือคิดเป็นการขยับขึ้นถึง 1.2 ล้านเลขหมายเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปีเดียวกัน การเติบโตของฐานผู้ใช้ 5G นี้ กลายเป็นเครื่องยนต์หลักที่ดันให้รายได้ของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ขยับขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้บริโภคที่มีต่อคุณภาพเครือข่ายที่มีคลื่นความถี่มากที่สุดในไทยถึง 1,460 MHz

ขณะเดียวกัน ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านภายใต้แบรนด์ AIS 3BB FIBRE3 ก็ทำผลงานได้น่าประทับใจด้วยจำนวนผู้ใช้บริการบรอดแบนด์รวม 5.3 ล้านราย ท่ามกลางโจทย์ที่ท้าทายจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว บริษัทได้ใช้แนวทางการนำเสนอแพ็กเกจที่มีความคุ้มค่าสูงสุด พร้อมควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมสมาร์ทลีฟวิ่ง (Smart Living) เพื่อเพิ่มคุณค่าและยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตภายในบ้านของทุกครอบครัว ส่งผลให้รายได้ในกลุ่มธุรกิจเน็ตบ้านเติบโตพุ่งสูงถึง 7.9% ในไตรมาสนี้

ดันองค์กรสู่ AI และยกระดับค้าปลีก

สำหรับกลุ่มธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร AIS เดินหน้าทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยไปสู่การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี หรือ AI Transformation แม้ว่าภาพรวมการใช้จ่ายของงบประมาณในภาคธุรกิจยังคงเป็นไปอย่างระมัดระวัง แต่ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรก็ยังสามารถขยายตัวได้ 2.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากความต้องการใช้งานโครงข่ายเชื่อมต่อข้อมูล บริการระบบคลาวด์ (Cloud Services) และศูนย์ข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ครอบคลุมของ AIS ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมขีดความสามารถให้กับองค์กรในประเทศเท่านั้น แต่ยังถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทะลักเข้ามาลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ในระดับภูมิภาค นอกจากนี้ ในฝั่งของธุรกิจค้าปลีกยังสามารถสร้างการเติบโตได้ 1% ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมการบริการรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิด “ที่ไหนก็มีของ” เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการซื้อสมาร์ทดีไวซ์และอุปกรณ์ดิจิทัล

ธุรกิจค้าปลีกได้ผสมผสานช่องทางการขายผ่านระบบ Omnichannel ร่วมกับบริการ Fast Delivery ที่สามารถจัดส่งสินค้าด่วนถึงมือผู้บริโภคภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมงในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งขยายไลน์สินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์และอุปกรณ์เสริมภายใต้แบรนด์ของตนเองอย่าง LINK UP เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งถือเป็นการสร้างความสะดวกสบายและเชื่อมโยงประสบการณ์ช้อปปิ้งอย่างไร้รอยต่อ

CLICX-PLAY ALL ปั้นนวัตกรรมการเงินและบันเทิง

ก้าวสำคัญที่น่าจับตามองในไตรมาสนี้ คือการที่ AIS ขยายศักยภาพไปสู่ธุรกิจการเงินดิจิทัลอย่างเต็มตัว ผ่านการจับมือกับพันธมิตรรุ่นใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ดำเนินการร่วมกันเปิดตัว “CLICX” ซึ่งนับเป็นธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) รายแรกของประเทศไทย โดย AIS ได้ดึงเอาความเชี่ยวชาญด้านโครงข่ายโทรคมนาคม ระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ และประสบการณ์บนโลกดิจิทัล เข้ามาใช้ในการออกแบบบริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย ปลอดภัย และครอบคลุมผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วประเทศ

นอกจากนวัตกรรมทางการเงินแล้ว ธุรกิจความบันเทิงก็ได้รับการยกระดับด้วยการเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้าง Content Ecosystem ทั้งในด้านกีฬาและการแสดง บริษัทได้ทำการเปิดตัวแพ็กเกจใหม่ล่าสุดในชื่อ “PLAY ALL” ซึ่งเป็นการมัดรวมคอนเทนต์ระดับโลกเอาไว้ในจุดเดียว ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดสดฟุตบอลบุนเดสลีกา, บาสเกตบอล NBA, อเมริกันฟุตบอล NFL, เทนนิส ATP, กอล์ฟ LPGA และช่อง Premier Sports พร้อมทั้งคอนเทนต์ความบันเทิงชั้นนำจากแพลตฟอร์ม OTT ยอดนิยม

ความทะเยอทะยานในสายสปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเมนต์ยังตอกย้ำด้วยการจับมือร่วมกับ UC3 ในการคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลระดับสโมสรยุโรปของ UEFA ยาวนานถึง 4 ปีเต็ม ซึ่งการผนึกกำลังทั้งด้านการเงินดิจิทัลผ่าน CLICX และความบันเทิงระดับโลกผ่าน PLAY ALL ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัล (Digital Ecosystem) ที่สมบูรณ์แบบ เพื่อต่อยอดการเติบโตและสร้างความผูกพันกับผู้ใช้งานในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

#AIS #AIS2Q69 #CLICX #PLAYALL #AIS3BBFIBRE3 #IntelligentInfrastructure #เศรษฐกิจดิจิทัล

Related Posts