นครหางโจว มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของประเทศจีน เปิดใช้งานฐานนำร่องการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied AI) แห่งชาติ ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น “โรงเรียนฝึกอาชีพหุ่นยนต์” เพื่อเร่งผลักดันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ หรือเครื่องจักรที่รับรู้ เคลื่อนไหว และโต้ตอบกับสภาพแวดล้อมจริง ให้ออกมาจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โดยภายในฐานแห่งนี้มีหุ่นยนต์เข้าฝึกฝนทักษะมากกว่า 140 ตัว ผ่านสถานการณ์จำลองการทำงานกว่า 40 รูปแบบ อาทิ ห้องครัวอัจฉริยะ คลังสินค้า ฟาร์ม และอุโมงค์เหมืองจำลอง
นวัตกรรมฝึกทักษะด้วยระบบจำลองเสมือนจริง
การดำเนินงานของฐานนำร่องแห่งนี้ผสมผสานระหว่างการฝึกในสภาพแวดล้อมจริงกับการจำลองเสมือนที่มีความสมจริงสูง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมหุ่นยนต์จากระยะไกลให้ปฏิบัติภารกิจเดิมซ้ำๆ และใช้เซ็นเซอร์บันทึกทุกการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง เพื่อนำมาใช้เป็นชุดข้อมูลสำหรับฝึกฝนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งตั้งแต่เปิดทดลองดำเนินงานเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีบริษัทเอไอเชิงกายภาพเข้าใช้งานพื้นที่เกือบ 40 แห่ง พร้อมด้วยมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยมากกว่า 10 แห่ง
หลี่ซิ่งเถิง รองผู้จัดการทั่วไปของบริษัทผู้ดำเนินงานฐานนำร่องแห่งนี้ ระบุว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวมีเป้าหมายเชื่อมโยงบริษัทต่างๆ ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ เพื่อผสานจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของแต่ละบริษัทให้ต่อยอดเป็นโซลูชันแบบครบวงจร
ปลดล็อกข้อจำกัดด้านต้นทุน เร่งการเติบโตของอุตสาหกรรม
ประโยชน์สำคัญของฐานนำร่องแห่งชาติคือการช่วยให้ผู้พัฒนาเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรที่จำเป็นได้ในที่เดียว ส่งผลให้ต้นทุนในการวิจัยและพัฒนาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น ภายในห้องครัวอัจฉริยะจำลอง บริษัท หางโจว บิ๊กดาต้า คลาวด์ เอไอ เทคโนโลยี ได้เดินหน้าฝึกหุ่นยนต์เรียนรู้ขั้นตอนทำงานในร้านอาหารครบวงจรมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ทั้งการรับออร์เดอร์ หยิบวัตถุดิบ ผัดอาหารให้เสร็จภายใน 3-4 นาที จัดเสิร์ฟ และเก็บจาน

หยางเจี้ยนตั่ง ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท หางโจว บิ๊กดาต้า คลาวด์ เอไอ เทคโนโลยี เปิดเผยว่า การพัฒนาระบบเอไอสำหรับธุรกิจร้านอาหารโดยเฉพาะตั้งแต่เริ่มต้น อาจต้องใช้งบวิจัยและพัฒนาหลายล้านหยวน แต่เนื่องจากฐานแห่งนี้มีโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพด้านเทคโนโลยีรองรับอยู่แล้ว ทีมงานจึงสามารถเริ่มทดสอบโครงการได้ในต้นทุนที่ต่ำลง
เช่นเดียวกับ จางไห่เวย ผู้ก่อตั้งบริษัทชิงถงซื่อเจวี๋ย (Chingmu) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับการเคลื่อนไหว กล่าวว่า ต้นทุนถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพราะที่ผ่านมาการพัฒนาสถานการณ์การใช้งานเพียงรูปแบบเดียว บริษัทอาจต้องใช้เงินมากกว่า 10 ล้านหยวน (ราว 49.66 ล้านบาท) เพื่อการฝึกระบบข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ฐานแห่งนี้เอื้อให้บริษัทต่างๆ สามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นทั้งหมดได้ในจุดเดียว
สเปกและรายละเอียดของฐานนำร่องฝึกอาชีพหุ่นยนต์
-
ชื่อสถานที่: ฐานนำร่องการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied AI) แห่งชาติ
-
สถานที่ตั้ง: นครหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน
-
จำนวนหุ่นยนต์ที่เข้าร่วมฝึก: มากกว่า 140 ตัว
-
สถานการณ์จำลองการทำงาน: มากกว่า 40 รูปแบบ (เช่น ห้องครัวอัจฉริยะ, คลังสินค้า, ฟาร์ม, อุโมงค์เหมืองจำลอง)
-
หน่วยงานที่เข้าร่วม: บริษัทเอไอเชิงกายภาพเกือบ 40 แห่ง รวมถึงมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยกว่า 10 แห่ง
-
วันเปิดทดลองดำเนินงาน: 16 พฤษภาคม
การทดสอบในสถานการณ์จำลองเสมือนจริงของฐานนำร่องแห่งนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพัฒนา โดยขั้นตอนต่อไปจะเป็นการนำหุ่นยนต์ที่ผ่านการฝึกฝนทักษะออกไปปรับใช้กับสภาพแวดล้อมและการทำงานจริงในอุตสาหกรรมต่างๆ ต่อไป
#หุ่นยนต์จีน #EmbodiedAI #ปัญญาประดิษฐ์ #หางโจว #นวัตกรรมหุ่นยนต์ #ข่าวเทคโนโลยี #ข่าวเศรษฐกิจจีน
ภาพ/ข่าว : ซินหัว

