การขยับหมากครั้งสำคัญบนกระดานเทคโนโลยีการกีฬา เมื่อยักษ์ใหญ่อย่างการ์มินตัดสินใจเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์มวิเคราะห์การฝึกซ้อมระดับโลก เพื่อเปลี่ยนผ่านจากเพียงผู้ผลิตอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ สู่การเป็นศูนย์กลางข้อมูลการออกกำลังกายที่ไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ทั้งนักกีฬาสายความอึดและโค้ชมืออาชีพทั่วโลก พร้อมตอกย้ำความสำเร็จด้วยตัวเลขรายได้ฟิตเนสที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ยุทธศาสตร์การบุกตลาดสายสปอร์ตกับการเข้าซื้อกิจการระดับโลก
การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในวงการเทคโนโลยีและกีฬาเกิดขึ้นที่เมืองชาฟฟ์เฮาเซน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อ การ์มิน (Garmin) ประกาศเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์มชั้นนำด้านการฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬาและโค้ช ได้แก่ เทรนนิงพีคส์ (TrainingPeaks) และ เทรนฮีโรอิก (TrainHeroic) การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจนในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับอีโคซิสเต็มด้านฟิตเนสเดิมที่มีอยู่
โดยเป็นการนำเอาระบบซอฟต์แวร์วางแผนการฝึกซ้อมและการประมวลผลข้อมูลระดับลึกเข้ามาหลอมรวมกับอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ เพื่อยกระดับประสบการณ์การฝึกซ้อมให้สามารถปรับแต่งได้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลอย่างชาญฉลาด ครอบคลุมตั้งแต่นักกีฬาสายความอึด การฝึกความแข็งแรง ไปจนถึงการพัฒนาสมรรถนะในทุกช่วงของการออกกำลังกาย
ความร่วมมือและการควบรวมกิจการในครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังเพื่อเชื่อมโยงเครื่องมือการฝึกซ้อม ข้อมูลด้านสมรรถนะ ข้อมูลเชิงลึก และบริการด้านการโค้ชเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามผล พัฒนาศักยภาพ และวางแผนการออกกำลังกายได้อย่างแม่นยำตามหลักวิทยาศาสตร์ โครงสร้างซอฟต์แวร์อันทรงพลังของทั้ง TrainingPeaks และ TrainHeroic จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างระหว่างการเก็บข้อมูลจากตัวนาฬิกาบนข้อมือกับวิเคราะห์ผลเชิงลึกของโค้ช ส่งผลให้นักกีฬาตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับแข่งขันสามารถเข้าถึงโปรแกรมการฝึกซ้อมที่มีโครงสร้างชัดเจน และขับเคลื่อนด้วยข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทางด้านผู้บริหารของฝั่งซอฟต์แวร์ แอนดี สตีเฟนส์ (Andy Stephens) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Peaksware Holdings ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ TrainingPeaks และ TrainHeroic ได้กล่าวถึงการร่วมมือกันในครั้งนี้ว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับการ์มิน เพื่อขับเคลื่อนพันธกิจในการสนับสนุนนักกีฬาและโค้ชผ่านแนวทางการฝึกซ้อมที่อ้างอิงหลักวิทยาศาสตร์
ตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา TrainingPeaks และ TrainHeroic มุ่งพัฒนาโซลูชันที่ช่วยให้การโค้ชและข้อมูลเชิงลึกด้านสมรรถนะสามารถเข้าถึงได้ในวงกว้าง พร้อมสนับสนุนนักกีฬาหลายล้านคนทั่วโลกให้สามารถพัฒนาศักยภาพและก้าวสู่เป้าหมายสูงสุดของตนเองผ่านการฝึกซ้อมที่มีโครงสร้างและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อร่วมผลักดันอนาคตของการฝึกซ้อมและการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาให้ก้าวไปอีกขั้น”
ตัวเลขทางการเงินไตรมาสสองสะท้อนความสำเร็จและการเติบโตมหาศาล
ประกาศการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงส่งทางธุรกิจที่แข็งแกร่งเป็นประวัติการณ์ของการ์มิน โดยในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 บริษัทฯ สามารถสร้างสถิติรายได้รวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 2.02 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวยืนยันถึงสถานะความมั่นคงทางการเงินและศักยภาพในการขยายธุรกิจเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง แม้ในภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจฟิตเนสที่เป็นพระเอกหลักในการสร้างรายได้มหาศาลให้กับองค์กรในไตรมาสนี้
หากเจาะลึกเฉพาะกลุ่มธุรกิจฟิตเนส พบว่ารายได้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 25% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยทะยานขึ้นสู่ระดับ 757 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเติบโตนี้เกิดขึ้นในทุกหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากความต้องการอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Smart Wearables) ที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยเฉพาะสมาร์ทวอทช์ตระกูลยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็น Forerunner ที่ตอบโจทย์นักวิ่งโดยเฉพาะ รวมถึง Vívoactive และ Venu ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและไลฟ์สไตล์การออกกำลังกายประจำวัน
การเติบโตของรายได้ในระดับสองหลักนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์การ์มินเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่าผู้คนทั่วโลกยอมรับและลงทุนกับเทคโนโลยีติดตามสุขภาพมากขึ้นเรื่อยๆ การผนวกเอา TrainingPeaks และ TrainHeroic เข้ามาเพิ่มในพอร์ตโฟลิโอ จึงกลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Revenue) และสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) เพราะเมื่อผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ครบวงจรทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ การย้ายไปใช้แบรนด์อื่นก็จะทำได้ยากยิ่งขึ้น
เจาะลึกตลาดประเทศไทยกับการเติบโตสองหลักที่โดดเด่น
เมื่อหันมามองที่ตลาดประเทศไทย ผลการดำเนินงานของการ์มินก็ฉายภาพความสำเร็จที่โดดเด่นไม่แพ้กันในภูมิภาคอาเซียน การ์มิน ประเทศไทย สามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยอัตราการเติบโตของรายได้ในไตรมาสที่ 2 สูงถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเมื่อพิจารณาภาพรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยอดขายสะสมพุ่งสูงขึ้นถึง 36% ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยรวมของโลก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดไทยที่เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของการ์มินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย มาจากกระแสความนิยมในการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายของคนไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในกลุ่มการวิ่ง (Running) และกลุ่มสุขภาพเชิงป้องกันหรือเวลเนส (Wellness) ที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคทุกกลุ่ม คนไทยในปัจจุบันไม่ได้มองว่าสมาร์ทวอทช์เป็นเพียงอุปกรณ์บอกเวลาหรือเครื่องประดับอีกต่อไป แต่เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยให้เข้าใจสภาวะร่างกายและวางแผนสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านข้อมูลวิเคราะห์ชีวมิติต่างๆ
เกี่ยวกับทิศทางการเติบโตและแนวโน้มผู้บริโภคในไทย มิสซี่ ยาง (Missy Yang) ผู้จัดการประจำ การ์มิน ประเทศไทย ได้เปิดเผยข้อมูลและความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า “การเติบโตของกลุ่มธุรกิจฟิตเนสของการ์มินทั่วโลกถึง 25% ในไตรมาส 2 สะท้อนถึงความต้องการเทคโนโลยีด้านสุขภาพและการฝึกซ้อมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในประเทศไทยเช่นกัน
โดยการ์มินมีผลการดำเนินงานเติบโต 30% ในไตรมาส 2 และ 36% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ฟิตเนส โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ด้านการวิ่งและเวลเนส การผสาน TrainingPeaks และ TrainHeroic เข้าสู่อีโคซิสเต็มของการ์มินนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดศักยภาพด้านฟิตเนส โดยเชื่อมโยงเครื่องมือฝึกซ้อม ข้อมูลด้านสมรรถนะ ข้อมูลเชิงลึก และบริการด้านการโค้ชเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้งานทุกระดับ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงผู้ที่มุ่งพัฒนาสมรรถนะอย่างจริงจัง
“สำหรับประเทศไทย เรายังคงเห็นความสนใจด้านสุขภาพและการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่ช่วยให้เข้าใจสุขภาพของตนเองได้ดียิ่งขึ้น และพัฒนาการฝึกซ้อมผ่านข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น การผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กรจึงจะช่วยเพิ่มทางเลือกและยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายได้ดียิ่งขึ้น”
การเติมเต็มอีโคซิสเต็มตั้งแต่ระดับผู้เริ่มต้นจนถึงนักกีฬามืออาชีพ
การนำ TrainingPeaks ซึ่งมีจุดเด่นในการวางตารางซ้อมสำหรับนักกีฬาสายความอึด เช่น วิ่ง มาราธอน และไตรกีฬา ร่วมกับ TrainHeroic ที่โดดเด่นด้านการวางแผนฝึกความแข็งแรง (Strength Training) และเวทเทรนนิง เข้ามารวมกับนาฬิกาการ์มิน จะช่วยสร้างมิติใหม่ของการซ้อมกีฬา นักกีฬาจะได้รับคำแนะนำที่แม่นยำ สมดุล และลดความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ ขณะเดียวกันฝั่งโค้ชผู้ฝึกสอนก็จะมีเครื่องมือติดตามผลของนักกีฬาในทีมได้แบบเรียลไทม์ ทำให้การวางแผนฝึกซ้อมระยะยาวมีประสิทธิภาพ และวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
การควบรวมครั้งนี้ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของ brand Garmin จากเดิมที่เป็นผู้นำด้านฮาร์ดแวร์อุปกรณ์นำทาง GPS และนาฬิกาสปอร์ต ไปสู่การเป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์มการออกกำลังกายดิจิทัลแบบครบวงจร การ์มินยังคงยึดมั่นในแนวคิด “Engineered on the inside for life on the outside” หรือการออกแบบเทคโนโลยีจากภายในเพื่อการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในโลกภายนอก ควบคู่ไปกับปรัชญาอันเป็นหัวใจสำคัญอย่าง “Beat Yesterday” ที่มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ใช้งานเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองในทุกๆ วัน
ด้วยฐานพนักงานทั่วโลกกว่า 16,000 คน และเครือข่ายธุรกิจที่ครอบคลุม 5 กลุ่มหลัก ทั้งการบิน ยานยนต์ การเดินทะเล ฟิตเนส และกิจกรรมกลางแจ้ง การ์มินได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง การลงทุนเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์มระดับท็อปในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาอัตราการเติบโตทางธุรกิจในระดับสูงต่อไปได้เท่านั้น แต่ยังเป็นการปักหมวดสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการกีฬาและสุขภาพทั่วโลกอย่างแท้จริง
#การ์มิน #GarminThailand #TrainingPeaks #TrainHeroic #GarminFitness #Smartwatch #ข่าวเศรษฐกิจ #ธุรกิจการกีฬา

