หัวเว่ย ร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดงาน 5G-Advanced x Mobile AI Forum ภายใต้เทรนด์การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI-Native Mobile ณ กรุงเทพฯ มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การจัดสรรคลื่นความถี่ และการพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและบริการอัจฉริยะ
ดันย่านคลื่นความถี่ 3500 MHz พร้อมโครงข่าย AI-ready รับทราฟฟิกพุ่ง
การบรรจบกันของเทคโนโลยี 5G-Advanced (5G-A) และ Mobile AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนผ่านการเชื่อมต่อและการประมวลผลอัจฉริยะของประเทศไทย โดย รองศาสตราจารย์ ดร. สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. ระบุว่า “ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลใดสามารถคาดการณ์อนาคตของปริมาณทราฟฟิก AI ได้เพียงลำพัง และการคาดการณ์ของภาคอุตสาหกรรมก็ไม่ควรเป็นปัจจัยเดียวในการกำหนดทิศทาง เราต้องการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และเวทีความร่วมมือเช่นนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมบนพื้นฐานของข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มความต้องการใช้งาน Mobile AI ในอนาคต”
ขณะเดียวกัน ด้านนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม นายเสน่ห์ สายวงศ์ วิศวกรเชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงาน กสทช. ชี้ว่า การจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับอนาคตโดยเฉพาะย่าน 3500 MHz เป็นสิ่งสำคัญในการรองรับปริมาณการใช้งาน AI บนเครือข่ายมือถือที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data center) ที่มีประสิทธิภาพและใช้พลังงานอย่างยั่งยืน
ขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจ Byte + Token Economy และแนวคิด Triple-A
ในส่วนของทิศทางเทคโนโลยีระดับโลก นายอัลเลน ถัง (Allen Tang) ประธานฝ่าย Wireless and Cloud Core Networks and Solutions บริษัท Huawei Technologies ชี้ให้เห็นว่า “เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุค 5G-Advanced การบรรจบกันของ AI Agent และโครงข่ายยุคใหม่ จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ‘Byte + Token’ และยกระดับนิยามของการเชื่อมต่ออัจฉริยะขึ้นไปอีกขั้น”

เพื่อรองรับการใช้งาน AI ที่ต้องการคุณภาพการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ ดร. หลิว จิ่นซาน (Dr. Liu Jinshan) ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการตลาด บริษัท Huawei Technologies ได้นำเสนอแนวคิด Triple-A สำหรับ 5G-Advanced ซึ่งประกอบด้วย Amplified Downlink, Accelerated Uplink และ Assured Differentiation เพื่อมอบประสบการณ์ดิจิทัลระดับพรีเมียมแก่ผู้ใช้งาน
นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังส่งผลต่อการสร้างรายได้ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม นายวรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคมและสารสนเทศ ICT MSSD บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายว่า “โทรคมนาคมยุคใหม่กำลังเชื่อมโยงโลกของการเชื่อมต่อ (Connectivity) และการประมวลผล (Computing) เข้าด้วยกัน โดย 5G-Advanced จะทำงานร่วมกับ Mobile AI ขณะที่การผสมผสานกันของ Byte และ Token จะสร้างโอกาสใหม่ด้านโซลูชั่นการบริการ นวัตกรรม และการสร้างรายได้จากรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ”
การพัฒนาจากการสร้างรายได้บนพื้นฐานประสบการณ์การใช้งาน (Experience Monetization) ไปสู่บริการ AI-to-X และต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าผ่านระบบ Token ภายใต้โมเดลธุรกิจ Model-as-a-Service (MaaS) จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ICT ยุคใหม่ โดยครอบคลุมนวัตกรรมหลากหลาย ทั้ง Intelligent Agent, AI-Generated Content (AIGC), AI Live Streaming และ AI Glasses
#Huawei #NBTC #5GAdvanced #MobileAI #AINative #Telecommunication

