เมื่อแรงงานไทยก้าวล้ำหน้าด้วยการปรับใช้ปัญญาประดิษฐ์ในสัดส่วนสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึงสองเท่า ความท้าทายที่แท้จริงจึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การเข้าถึงเครื่องมือ แต่คือการเร่งทรานส์ฟอร์มระดับโครงสร้าง เพื่อเปลี่ยนผ่านองค์กรไทยจากการเป็นผู้ใช้งานทั่วไปไปสู่การครอบครอง “Owned Intelligence” อย่างยั่งยืน
ผลสำรวจชี้พนักงานไทยพร้อมขยับ แต่แนวคิดระดับองค์กรยังต้องเร่งสปีด
รายงานผลการสำรวจดัชนีแนวโน้มการทำงานประจำปี 2026 หรือ Work Trend Index 2026 สะท้อนให้เห็นถึงปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในกลุ่มพนักงานออฟฟิศหรือ Knowledge Workers ทั่วโลก โดยพบว่าร้อยละ 66 ของบุคลากรยอมรับว่าปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยปลดล็อกการทำงานที่มีมูลค่าสูง และร้อยละ 16 สามารถปรับเปลี่ยนวิถีการทำงานของตนเองอย่างสิ้นเชิง ทว่าสิ่งที่น่าสนใจสำหรับประเทศไทยคือ สัดส่วนพนักงานออฟฟิศไทยที่มีการปรับเปลี่ยนวิถีการทำงานด้วย AI สูงถึงร้อยละ 32 ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยระดับโลกถึงสองเท่า แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความพร้อมและความตื่นตัวของบุคลากรไทยในการรับเอาเทคโนโลยีใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม แม้ฝั่งพนักงานจะมีความกระตือรือร้นและเริ่มปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานจากล่างขึ้นบน แต่ในมุมของผู้นำและโครงสร้างระดับองค์กรกลับยังคงมีระยะห่าง ผลสำรวจทั่วโลกบ่งชี้ว่ามีเพียง 1 ใน 4 ของผู้นำองค์กรเท่านั้นที่มีทิศทางหรือการจัดวางกลยุทธ์ AI Alignment ที่ชัดเจน ขณะที่ประเทศไทยมีสัดส่วนผู้นำที่วางแนวทางสอดรับกับพนักงานอยู่ที่ร้อยละ 51 แม้จะสูงกว่าสถิติโลก แต่ก็หมายความว่าอีกเกือบครึ่งหนึ่งขององค์กรไทยยังคงขาดแผนงานเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการต่อยอดความสามารถของพนักงานให้กลายเป็นศักยภาพทางการแข่งขันในเชิงธุรกิจ
คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่ ได้ฉายภาพความท้าทายนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า “วันนี้เราเห็นปรากฏการณ์ Worker is ready, but organization is not พนักงานของเราพร้อมใช้งานและพยายามเปลี่ยนวิถีการทำงานด้วยตัวเอง แต่สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้องค์กรมองเห็นภาพใหญ่ เพราะการปรับใช้ AI ในระดับองค์กรสร้างผลกระทบทางธุรกิจได้มากกว่าระดับบุคคลถึง 2 เท่า การนำ AI มาช่วยรีดีไซน์กระบวนการข้ามฝ่ายจะเปิดประตูสู่ความสามารถในการแข่งขันยุคใหม่”

ปลดล็อกศักยภาพระบบนิเวศผ่านการเชื่อมโยงระบบอัจฉริยะและความไว้วางใจ
การขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ที่แท้จริงจำเป็นต้องพึ่งพาระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่สามารถร้อยเรียงข้อมูลและบริบทขององค์กรเข้าไว้ด้วยกัน ไมโครซอฟท์ได้นำเสนอแนวคิดการสร้างความฉลาดในองค์กรผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Microsoft Copilot ร่วมกับเทคโนโลยีเฉพาะทางอย่าง Work IQ ที่ทำความเข้าใจองค์ความรู้แฝงภายในระบบ Office 365 ตลอดจน Fabric IQ ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบบันทึกหลักอย่าง ERP หรือ CRM และ Web IQ ที่นำข้อมูลจากภายนอกมาผนวกเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นโครงสร้างความรู้เฉพาะตัวขององค์กรหรือ UIQ ซึ่งช่วยให้การประมวลผลและการทำงานของ AI มีความแม่นยำ สอดคล้องกับโทนเสียงและเป้าหมายของธุรกิจอย่างแท้จริง
นอกเหนือจากการประมวลผลเชิงปัญญา สิ่งสำคัญที่ไม่แพ้กันคือการกำกับดูแลเอเจนต์อัจฉริยะผ่าน Agent 365 ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางคุมจังหวะและตรวจสอบการทำงานของ AI Agent ทั้งหมดในองค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าเอเจนต์เหล่านี้ทำงานดึงข้อมูลจากแหล่งที่ถูกต้อง ไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว และส่งมอบผลลัพธ์ที่ตรงตามเป้าหมายของธุรกิจ เนื่องจากหัวใจสำคัญของการทรานส์ฟอร์มไม่ได้อยู่ที่การเฟ้นหาโมเดลที่เก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวางอยู่บนรากฐานของ Trust หรือความไว้วางใจในความปลอดภัยทางไซเบอร์และการบริหารจัดการสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลที่รัดกุม
คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ ได้เน้นย้ำถึงแนวทางการวางตำแหน่ง AI ในกระบวนการทำงานว่า “เราต้องมองว่า AI เป็นสิ่งที่อยู่ร่วมในกระบวนการทำงานของมนุษย์ หรือ AI in the flow of human หากเราตั้งโจทย์ว่าจะนำ AI มาแทนที่คน หรือใช้เพื่อลดต้นทุนเพียงอย่างเดียว โอกาสประสบความสำเร็จจะน้อยมาก การเปรียบเปรยที่ชัดเจนคือมนุษย์วิ่งแข่งชนะม้าไม่ได้ แต่สิ่งที่มนุษย์ทำคือการขี่ม้าเพื่อไปถึงจุดหมายได้เร็วขึ้น เราต้องนำ AI เข้ามาอยู่ใน workflow เพื่อเสริมศักยภาพมนุษย์ โดยมีระบบการควบคุมและตรวจสอบอย่างรัดกุม”

กสิกรไทยเดินหน้าปรับรากฐานสู่ AI-Ready Data ผสานเทคโนโลยีเพื่อยกระดับบริการ
ธนาคารกสิกรไทย โดยการนำของทีมเทคโนโลยีอย่าง KBTG ได้ร่วมมือกับไมโครซอฟท์ในการวางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นเอไอเต็มรูปแบบ โดยไม่ได้มองเทคโนโลยีนี้เป็นเพียงโครงการไอทีทั่วไป แต่มองเป็นวาระทางธุรกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ Infinity ที่ประกอบด้วย 5 แกนหลัก ได้แก่ กระบวนการทำงาน การเชื่อมโยงและการกำกับดูแล ข้อมูล เทคโนโลยี และคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับเปลี่ยนรูปแบบข้อมูลจาก Big Data เดิม ให้กลายเป็น AI-Ready Data เพื่อให้โมเดลอัจฉริยะสามารถดึงข้อมูลโครงสร้างและคอนเทนต์ไปใช้งานต่อได้อย่างปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด
ในการปรับใช้จริง ธนาคารกสิกรไทยได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็นสองทิศทางหลัก คือแบบ Bottom-up ผ่านบริการ Self-service ที่เปิดโอกาสให้พนักงานกว่า 5,000 ถึง 6,000 คน ได้รับการอบรมทักษะ และสร้างชุมชน AI Community ตลอดจน AI Clinic และ Prompt Hub เพื่อแลกเปลี่ยนเคสการใช้งาน จนนำไปสู่การพัฒนาเคสใช้งานจริงภายในองค์กรกว่า 500 โครงการ ขณะเดียวกันในฝั่ง Top-down ธนาคารได้พัฒนาแพลตฟอร์มกลาง เช่น ระบบจัดการความรู้ภายใน ระบบประมวลผลเอกสาร และระบบประมวลผลเสียง เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถนำไปต่อยอดได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนซ้ำซ้อน
ดร. ธีรวัฒน์ อัศวโภคี รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ได้ถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองในการสร้างการเปลี่ยนแปลงว่า “การทรานส์ฟอร์มองค์กรด้วย AI จะต้องทำให้พนักงานและผู้บริหารเข้าใจจริงว่าเทคโนโลยีไปถึงไหนแล้ว AI ไม่ใช่แค่แชตบอต แต่เป็นเพื่อนร่วมงานที่ทำงานเป็น Agent ร่วมกับเราได้ การไดรฟ์เรื่องนี้ต้องมีทั้งบทบาท top-down จาก CEO ที่กำหนดทิศทาง มอบรางวัล และมีแอ็กชันที่วัดผลได้จริง โดยกุญแจสำคัญคือการผสานพลังระหว่าง Predictive AI ที่เราเชี่ยวชาญเดิม เข้ากับ Generative AI และ Agentic AI เพื่อสร้างการเติบโตรูปแบบ snowball ที่ขยายผลจากจุดเล็กไปสู่การปรับเปลี่ยนโฉมหน้าธุรกิจ banking ทั้งระบบ”

เซ็นทรัลพัฒนาสร้างวัฒนธรรมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ชูคนเป็นศูนย์กลางการบริการ
ด้านบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ได้ร่วมมือกับไมโครซอฟท์ในการยกระดับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และพื้นที่ศูนย์สรรพสินค้าออฟไลน์ ผ่านการเรียนรู้และปรับตัวจากประสบการณ์จริงในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ CPN ให้ความสำคัญกับการมองภาพรวมของห่วงโซ่คุณค่า หรือ Value Chain ทั้งหมดกว่า 20 กลุ่มงาน เพื่อวิเคราะห์ว่าจุดใดที่การใช้ AI จะสร้างคุณค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้า ผู้เช่าพื้นที่ และบุคลากร โดยเน้นย้ำถึงการปรับปรุงกระบวนการแบบครบวงจรมากกว่าการทดลองใช้เพียงจุดใดจุดหนึ่ง
หนึ่งในตัวอย่างการทรานส์ฟอร์มที่เด่นชัดของ CPN คือการนำ AI มาช่วยบริหารจัดการงานคนและงานบริการ เช่น การพัฒนาโซลูชัน People AI เข้ามาช่วยตอบคำถามสวัสดิการและขั้นตอนการทำงานพื้นฐาน ซึ่งช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนของทีม HR BP ลงได้กว่าร้อยละ 60 เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่นำเวลาไปโฟกัสงานเชิงยุทธศาสตร์ เช่น การบริหารคนและการพัฒนาศักยภาพบุคลากร นอกจากนี้ยังนำ AI มาช่วยในการตั้งเป้าหมาย OKR และติดตามผลการพูดคุยระหว่างหัวหน้างานกับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่มีประสิทธิภาพและมีความสุข
คุณอครินทร์ ภูรีสิทธิ์ Chief People Officer บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้แบ่งปันแนวคิดในการขับเคลื่อนองค์กรผ่านวัฒนธรรม dynamism และบทบาทของผู้นำว่า “ธุรกิจของเราเริ่มต้นจากคนและให้ความสำคัญกับคน การนำ AIเข้ามาใช้จึงต้องเริ่มต้นที่คนและจบลงที่คน เราเน้นส่งเสริมให้พนักงานมีทักษะหลากหลาย หรือ multiskill บนระบบงานที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ผู้นำองค์กรในยุค AI ไม่ใช่คนที่คอยให้คำตอบตลอดเวลา แต่ต้องขยับบทบาทไปอยู่ด้านบนในการเปิดโอกาสให้ทีมงานได้ทดลอง ได้แสดงออก และตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความคิด เพราะการเปลี่ยนผ่านองค์กรไม่ใช่งานที่สามารถ outsource ออกไปให้คนอื่นทำได้ แต่เป็นหน้าที่หลักของผู้นำที่ต้องลงมาร่วมสร้าง TRUST และวัฒนธรรมที่พร้อมเปลี่ยนแปลง”

เข็มทิศสู่อนาคตกับการบริหารจัดการเอเจนต์และต้นทุนเพื่อความยั่งยืน
เมื่อองค์กรไทยเริ่มก้าวเข้าสู่ยุค Hybrid Workforce ที่มีทั้งแรงงานมนุษย์และเอเจนต์อัจฉริยะทำงานร่วมกัน ความท้าทายในอนาคตระยะ 1-2 ปีข้างหน้า จึงตกอยู่กับการบริหารจัดการต้นทุนและการควบคุมความเสี่ยงอย่างเหมาะสม การคิดคำนวณค่าใช้จ่ายของ AI ไม่ว่าจะเป็นการใช้โมเดลแบบ Subscription หรือการคิดตามปริมาณการใช้งานจริง หรือ Token-based จำเป็นต้องมีระบบตรวจสอบ Monitoring ที่ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาต้นทุนบานปลาย และเลือกใช้โมเดลให้เหมาะสมกับระดับความซับซ้อนของงานอย่างคุ้มค่า
ขณะเดียวกัน การก้าวไปสู่ระดับ Frontier Firm ยังเรียกร้องให้องค์กรไทยสร้างความสมดุลระหว่างความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีกับการกำกับดูแลความปลอดภัย ผู้บริหารจากทั้งสององค์กรชั้นนำเห็นตรงกันว่า การเริ่มต้นใช้งาน AI ไม่จำเป็นต้องรอให้พร้อมเต็มร้อย แต่สามารถเริ่มจากโครงการขนาดเล็กเพื่อสร้างการรับรู้และบทเรียน ก่อนจะขยายผลไปสู่ระดับโครงสร้าง โดยต้องคำนึงถึงประเด็นเรื่อง Trust และ Enterprise Grade Security เป็นปราการสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลทางธุรกิจและข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า
บทสรุปของการเสวนาใน Work Trend Index 2026 สะท้อนชัดว่า ชัยชนะในทศวรรษแห่ง AI ไม่ได้ตัดสินกันที่ความเร็วในการจัดซื้อซอฟต์แวร์ แต่ตัดสินกันที่ความสามารถในการสร้าง Owned Intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นสิทธิเฉพาะขององค์กร ผ่านการเจียระไนข้อมูลและวัฒนธรรมการทำงานของตนเอง องค์กรไทยที่สามารถผสานพลังระหว่างผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ พนักงานที่มีทักษะ และระบบนิเวศเทคโนโลยีที่ปลอดภัย จะเป็นผู้ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในเวทีเศรษฐกิจโลก
#ข่าวเศรษฐกิจ, #MicrosoftThailand, #KBank, #CPN, #WorkTrendIndex2026, #OwnedIntelligence, #AITransformation, #GenerativeAI, #DigitalTransformation, #BusinessInsiderThai

