SCB WEALTH ชูกลยุทธ์ One Smart Wealth รับมือผันผวน

SCB WEALTH ชูกลยุทธ์ One Smart Wealth รับมือผันผวน
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 10 นาที

SCB WEALTH จับมือพันธมิตร SCBX และ BlackRock เดินหน้ากลยุทธ์ One Smart Wealth ชูแนวคิด VAULT Framework เชื่อมโยงการบริหารความมั่งคั่งกับเป้าหมายชีวิต รับมือความผันผวนของตลาดการเงิน

SCB WEALTH ยกระดับบริหารพอร์ตผ่าน VAULT Framework

นางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย Head of Wealth Business ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า SCB WEALTH ได้จัดสัมมนาภายใต้หัวข้อ THE NEW MARKET REGIME : Turning Uncertainty into Opportunity เพื่อถ่ายทอดมุมมองเศรษฐกิจและนำเสนอแนวทางบริหารพอร์ตที่สอดคล้องกับภาวะตลาดยุคใหม่ พร้อมยึดมั่นบทบาทการเป็นเพื่อนคู่คิดทางการเงินที่ได้รับความไว้วางใจในการดูแล ปกป้อง และส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นอย่างมั่นคง

“SCB WEALTH เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ One Smart Wealth เพื่อยกระดับการบริหารความมั่งคั่งแบบองค์รวม โดยผสานศักยภาพกับบริษัทในกลุ่ม SCBX และพันธมิตรด้านการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับเป้าหมายของลูกค้าแต่ละราย” นางสาวปรมาศิริ กล่าว

ทั้งนี้ ได้นำ VAULT Framework มาใช้จัดสรรทรัพย์สิน 5 มิติ ได้แก่ การสร้างรายได้สม่ำเสมอ (Value Income) การสร้างการเติบโตระยะยาว (Accumulation) การบริหารความเสี่ยง (Umbrella) การเตรียมสภาพคล่อง (Liquidity) และการคว้าโอกาสระยะสั้น (Tactical) ช่วยยกระดับการจัดพอร์ตจากการมุ่งสร้างผลตอบแทนเพียงอย่างเดียวไปสู่การตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตอย่างแท้จริง

ปรับกลยุทธ์ลงทุนรับกระแส AI และลดความเสี่ยงกระจุกตัว

นายศรชัย สุเนต์ตา CFA, Deputy Head of Wealth Business ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้ความเห็นว่า ภาพการลงทุนทั่วโลกถูกขับเคลื่อนด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของกลุ่ม Hyperscalers และปัจจัยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สำหรับแนวโน้มช่วงครึ่งหลังปี 2569 แม้ AI ยังเป็นปัจจัยหลักในการเติบโต แต่ราคาหุ้นกลุ่มต้นน้ำปรับขึ้นมามากแล้วจึงมีความเสี่ยงที่จะปรับฐาน จึงแนะนำให้กระจายการลงทุนไปสู่ธุรกิจ AI กลางน้ำและปลายน้ำ พร้อมเพิ่มสินทรัพย์ที่สร้างกระแสรายได้ เช่น SET REITs หุ้นไทยปันผลสูง ตราสารหนี้ต่างประเทศ และ Structured Notes

SCB WEALTH ชูกลยุทธ์ One Smart Wealth รับมือผันผวน
SCB WEALTH ชูกลยุทธ์ One Smart Wealth รับมือผันผวน

Mr. Navin Saigal, Managing Director, Head of Global Fixed Income, Asia Pacific จาก BlackRock ได้แนะนำ 3 ธีมสำคัญ ได้แก่ AI Scarcity ที่เน้นการคัดเลือกหลักทรัพย์อย่างรอบคอบ Beyond Labels ที่ควรมองข้ามการแบ่งประเภทสินทรัพย์แบบเดิมเนื่องจากอาจมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน และ Durable Income ที่เน้นสร้างรายได้สม่ำเสมอและยั่งยืน พร้อมเสนอกระจายการลงทุนสู่สินทรัพย์นอกตลาด (Private Markets) ที่มีมูลค่าตลาดหุ้นนอกตลาดทั่วโลกราว 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และตลาดตราสารหนี้นอกตลาดราว 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้าน Mr. Zach Bevevino, CFA, Managing Director and MASS Strategist จาก BlackRock เพิ่มเติมว่า พอร์ตแบบดั้งเดิม 60:40 อาจกระจายความเสี่ยงได้ลดลงในตลาดยุคใหม่ จึงควรยกระดับ Core Portfolio โดยกองทุน SCBGMCORE(A) และ SCBUSDGMCORE (ความเสี่ยงระดับ 5) เป็นทางเลือกที่ผสมผสาน Diversified Core ETFs, Liquid Alternatives และ Volatility Control เพื่อลดความผันผวนและสร้างผลตอบแทนระยะยาว ขณะที่ นางสาวนิสารัตน์ ชมภูพงษ์ Head of Wealth and Investment Advisory, SCB CIO แนะนำกลยุทธ์ Stay Invested ผ่านแนวคิด Core + Opportunistic เพื่อเน้นสร้างการเติบโตและบริหารความผันผวนอย่างต่อเนื่อง

โอกาสในหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และทางเลือกพอร์ตยืดหยุ่น

นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา Offshore Investment Team Lead บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า วัฏจักรขาขึ้นของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ดำเนินมาแล้ว 33 เดือน และมีแนวโน้มดำเนินต่อไปได้อีกอย่างน้อย 1 ปี แม้ P/E อยู่ในระดับ 25–30 เท่า ซึ่งถือว่าไม่ถูก แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะฟองสบู่เนื่องจากผลประกอบการยังเติบโตได้ดีตามการลงทุนใน Data Center อย่างไรก็ดี ช่วงกลางถึงปลายรอบนี้จะมีความผันผวนสูงขึ้น จึงแนะนำการลงทุนแบบ Selective หรือใช้ Structured Notes อ้างอิงธีม AI

นายชาตรี โรจนอาภา CFA, FRM, Head of Investment Consultant ธนาคารไทยพาณิชย์ เสริมว่า หุ้นกู้อนุพันธ์แฝงประเภท Fixed Coupon Note ที่มีเงื่อนไข KIKO โดย InnovestX อายุสูงสุด 6 เดือน เป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) ที่รับความเสี่ยงได้สูงเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะสั้น

ขณะที่ นางสาวนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส Chief Investment Officer บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ (SCBAM) ระบุว่า การเพิ่ม Hedge Fund เช่น กองทุน Verition เข้ามาเป็นส่วนเสริมของพอร์ตผ่านกลยุทธ์ Long-Short และ Leverage จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายความเสี่ยง โดยเหมาะสำหรับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษที่สามารถรับความเสี่ยงสูงและลงทุนระยะยาวได้

#SCBWEALTH #OneSmartWealth #การลงทุน #บริหารความมั่งคั่ง #BlackRock #InnovestX #SCBAM

Related Posts