การขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณการผลิตเพียงอย่างเดียว หากแต่วัดกันที่การแปรเปลี่ยนมันสมองและสิทธิบัตรให้กลายเป็นมูลค่าทางการค้าที่จับต้องได้ ซึ่งเอสซีจีกำลังเร่งเครื่องยุทธศาสตร์นวัตกรรมเปิดเพื่อสร้างแต้มต่อทางธุรกิจและผลักดันเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน
พลิกโฉมทรัพย์สินทางปัญญาสร้างมูลค่าเศรษฐกิจจริง
การนำนวัตกรรมและงานวิจัยออกจากห้องทดลองมาสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในเวทีโลก ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่หมุนเร็ว การถือครองทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อการปกป้องสิทธิ์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นกลไกหลักในการสร้างรายได้และขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ โมเดลนวัตกรรมเปิดจึงเข้ามามีบทบาทอย่างยิ่งในการเชื่อมโยงงานวิจัยเข้ากับความต้องการที่แท้จริงของภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภค
ในงาน IP x Venture Rise Thailand 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “From Innovation to Income – นวัตกรรมสร้างรายได้” ณ อาคารแสดงสินค้า อิมแพ็ค ฮอลล์ 8 เมืองทองธานี นายมนสิช สาริกะภูติ รองประธานบริหารด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (SCG CBM) ได้นำเสนอวิสัยทัศน์พร้อมต้อนรับ นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของเอสซีจีในฐานะ “องค์กรแห่งโอกาส” ที่พร้อมเปิดพื้นที่ให้บุคลากรและเครือข่ายพันธมิตรได้คิดค้น ทดลอง และพัฒนาโซลูชันอย่างต่อเนื่อง
นายมนสิช สาริกะภูติ ระบุว่า การขับเคลื่อนองค์กรผ่านแนวทาง Open Innovation เป็นการเปิดรับองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างไร้รอยต่อ เพื่อนำมาต่อยอดสู่การจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชันที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าและธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ที่ยั่งยืนให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยเปลี่ยนนวัตกรรมให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจและรายได้ใหม่ตามเป้าหมายของงานอย่างแท้จริง
ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยนวัตกรรมการแพทย์และการก่อสร้างล้ำสมัย
ในกลุ่มเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและความปลอดภัย SCGP ได้ส่งนวัตกรรมเข็มฉีดยานิรภัย Safety Needle ภายใต้แบรนด์ Once by SCGP เข้ามาตอบโจทย์มาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์ระดับสากล ตัวอุปกรณ์ถูกออกแบบให้มีปลอกหุ้มสำหรับครอบป้องกันปลายคมของเข็มหลังการใช้งานทันที ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเข็มตำและเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดแก่บุคลากรทางการแพทย์ในขั้นตอนการกำจัดทิ้ง โดยนวัตกรรมชิ้นนี้ได้ยื่นขอรับความคุ้มครองทางด้านสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ความร่วมมือข้ามสายงานยังปรากฏชัดในโครงการพัฒนาอุปกรณ์ฉายแสงพกพา Portable Photobiomodulation Device ซึ่ง SCGP ได้จับมือทำงานร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล อุปกรณ์ชิ้นนี้ใช้เทคโนโลยีแสงบำบัดผ่านไดโอดเปล่งแสงระดับความเข้มต่ำเพื่อช่วยลดการเกิดแผลเป็นนูนอย่างปลอดภัยต่อผิวหนัง ด้วยขนาดกะทัดรัดและพกพาสะดวก ผู้ป่วยจึงสามารถนำกลับไปใช้งานต่อเนื่องที่บ้านได้อย่างมั่นใจ โดยผลงานวิจัยชิ้นนี้ได้ยื่นขอรับความคุ้มครองทางด้านอนุสิทธิบัตรเพื่อเตรียมพร้อมสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์
ด้านอุตสาหกรรมการก่อสร้าง SCG CBM ได้พลิกโฉมกระบวนการทำงานแบบเดิมด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีการพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติ 3D Printing โดยใช้สูตรปูนเฉพาะที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ นวัตกรรมนี้ช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้าง ประหยัดแรงงานคน และลดการเกิดเศษวัสดุเหลือทิ้งในไซต์งานได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานยุคใหม่ที่เน้นความแม่นยำและความยั่งยืน ซึ่งได้ยื่นขอรับความคุ้มครองทั้งในส่วนของสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์และอนุสิทธิบัตร
โซลูชันโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและเคมีชีวภาพมุ่งสู่ Net Zero
โครงสร้างพื้นฐานในเขตเมืองได้รับการยกระดับเช่นกันผ่านผลงานฝาท่อคอนกรีตสมรรถนะสูงพิเศษ Ultra-High Performance Concrete Manhole Cover ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง CPAC และการไฟฟ้านครหลวง ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผลิตด้วยเทคโนโลยีคอนกรีตสมรรถนะสูงพิเศษ ทำให้มีความแข็งแกร่งทนทานและรองรับแรงกดมหาศาลได้ดีเยี่ยม อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบากว่าฝาท่อเหล็กหล่อแบบเดิมถึง 30% ช่วยลดต้นทุนและอำนวยความสะดวกในการขนย้ายและติดตั้งหน้างาน โดยได้รับการยื่นขอรับความคุ้มครองทางด้านอนุสิทธิบัตรแล้ว
ในมิติของการรับมือกับภาวะโลกร้อน SCGC ได้จับมือร่วมกับ SCG CBM พัฒนาเทคโนโลยีดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 Capture ด้วยกระบวนการดูดซับแบบสลับความดันด้วยสุญญากาศ Vacuum Pressure Swing Adsorption โดยใช้สารดูดซับจากดินธรรมชาติ ระบบนี้ทำหน้าที่ดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากปล่องควันโรงงานอุตสาหกรรม ก่อนนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมคอนกรีตคาร์บอนต่ำและการก่อสร้างสีเขียว ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ พร้อมยื่นขอรับความคุ้มครองทางด้านอนุสิทธิบัตร
นอกจากนี้ SCGC ยังได้เปิดตัวเทคโนโลยีการทำความสะอาดด้วยเคมีสีเขียวและการบำบัดทางชีวภาพ Green Chemical Cleaning and Bio-Treatment เพื่อตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมหนัก เทคโนโลยีนี้สามารถขจัดคราบน้ำมัน ไฮโดรคาร์บอน สนิม และสารปนเปื้อนได้อย่างหมดจด พร้อมอาศัยจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายสารตกค้าง โดยมีอัตราการย่อยสลายทางชีวภาพสูงกว่า 98% ตามมาตรฐาน OECD 301 ซึ่งช่วยลดการใช้สารเคมีอันตราย ยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรในกลุ่มปิโตรเคมี โรงกลั่น และโรงไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัย โดยนวัตกรรมนี้ได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในรูปแบบความลับทางการค้า
#SCG, #นวัตกรรมสร้างรายได้, #ทรัพย์สินทางปัญญา, #OpenInnovation, #NetZero, #SCGCBM, #SCGP, #SCGC, #CPAC

